bitkub-banner

Bitwise เตรียมนำค่าธรรมเนียมจากกองทุน ETF ไปซื้อเหรียญ HYPE เข้าคลังบริษัท

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitwise Asset Management ประกาศแผนจัดสรรรายได้ 10% จากค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการของกองทุน Bitwise Hyperliquid ETF ไปใช้ซื้อเหรียญ HYPE เข้าสู่งบดุลของบริษัทโดยตรง
  • บริษัทเตรียมนำเหรียญ HYPE ที่เข้าซื้อ ไปทำการ Staking ในระบบ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน ควบคู่ไปกับโมเดลการซื้อคืนและเผาเหรียญของเครือข่าย Hyperliquid
  • ปัจจุบันเหรียญ HYPE ทำผลงานได้อย่างร้อนแรง ราคาพุ่งทะยานเท่าตัวสู่ระดับ 47 ดอลลาร์ในปี 2569 ดันมูลค่าตลาดรวมทะลุ 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ติดท็อป 10 ของโลก

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish 

การเคลื่อนไหวของ Bitwise ในครั้งนี้ ที่ประกาศนำรายได้ค่าธรรมเนียม 10% จากกองทุน ETF มาช้อนซื้อและถือครองเหรียญ HYPE ในงบดุลของบริษัท ถือเป็นแรงส่งเชิงบวกต่อตัวเหรียญ ซึ่งโครงสร้างนี้ จะทำให้เกิดแรงซื้อคืนในตลาดอย่างต่อเนื่องและช่วยลดปริมาณเหรียญที่หมุนเวียนลง พร้อมผลักดันราคาเหรียญ HYPE ให้มีโอกาสพุ่งทำ ATH ใหม่ได้ไม่ยาก

บริษัท Bitwise Asset Management บริษัทผู้จัดการสินทรัพย์ระดับโลก ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า มีแผนที่จะนำรายได้ส่วนหนึ่งจากค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการของกองทุน Bitwise Hyperliquid ETF (BHYP) ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด ไปใช้ในการซื้อและสะสมเหรียญ HYPE ซึ่งเป็นโทเคนประจำบล็อกเชน Hyperliquid เข้าสู่งบดุลของบริษัทโดยตรง 

โดย Bitwise ได้เปิดเผยผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า บริษัทมีแผนที่จะจัดสรรรายได้ 10% จากค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการของกองทุน Bitwise Hyperliquid ETF (BHYP) ไปใช้ในการเข้าซื้อ และถือครองเหรียญ HYPE ไว้ในงบดุลของทางบริษัท และมีแผนที่จะนำเหรียญ HYPE ที่บริษัทถือครอง ไปทำการ Staking เพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมอีกด้วย

โมเดลขับเคลื่อนด้วยชุมชน และความร้อนแรงของเครือข่าย Hyperliquid

Bitwise ได้ออกมากล่าวชื่นชมโมเดลธุรกิจของ Hyperliquid ที่ให้ความสำคัญกับชุมชนเป็นหลัก โดยระบุว่า “รายได้เกือบ 99% ของบล็อกเชนแห่งนี้ จะถูกนำไปใช้ในการซื้อเหรียญคืน และเผาทำลายเหรียญ HYPE” ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่ทำให้ Bitwise เลือกที่จะถือครองเหรียญนี้ไว้เอง 

ปัจจุบัน Hyperliquid ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการซื้อขายบนเครือข่ายบล็อกเชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะในกลุ่มการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สแบบ Perpetual 

ซึ่งข้อมูลล่าสุดพบว่า เครือข่ายนี้สามารถสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมสูงถึงเกือบ 40% ของค่าธรรมเนียมบล็อกเชนทั้งหมดในสัปดาห์ที่ผ่านมา แซงหน้า Ethereum ที่ทำได้ 14% และ Solana ที่ทำได้เกือบ 10%

การเติบโตของเหรียญ HYPE และการแข่งขันในตลาด ETF ในปี 2026

ความร้อนแรงของเครือข่ายส่งผลให้เหรียญ HYPE ราคาพุ่งขึ้นประมาณเท่าตัวในปี 2026 นี้ โดยราคาพุ่งขึ้นจากประมาณ 22 ดอลลาร์ในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ระดับ 47 ดอลลาร์ในปัจจุบัน 

และหากไม่นับรวมกลุ่มเหรียญ Stablecoin แล้ว HYPE ได้ก้าวขึ้นมาติดท็อป 10 ของสกุลเงินคริปโตที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด โดยมีมูลค่ารวมมากกว่า 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์

แม้ว่า Bitwise จะเป็นผู้จัดการสินทรัพย์รายแรกที่ยื่นขอจัดตั้งกองทุน Hyperliquid ETF ในสหรัฐฯ ตัดหน้าคู่แข่งอย่าง 21Shares และ Grayscale แต่ทาง 21Shares กลับเป็นรายแรกที่สามารถส่งกองทุน THYP ETF ลงสู่ตลาดได้ก่อน เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา และบันทึกยอดเงินไหลเข้าสุทธิสะสมแล้วราว 10.5 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ยอดปริมาณการซื้อขายของกองทุน BHYP ของ Bitwise ที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) เมื่อวันศุกร์ยังไม่มีการรายงานตัวเลขออกมาอย่างเป็นทางการ

ที่มา : theblock


มุมมองผู้เขียน : ยิ่งกองทุนนี้เติบโตมากเท่าไหร่ บริษัทก็ยิ่งต้องกวาดซื้อเหรียญ HYPE เข้ากระเป๋ามากขึ้นเท่านั้น โครงสร้างนี้ส่งผลดีต่อจิตวิทยามหาชนอย่างรุนแรง ทำให้มีโอกาสสูงที่กองทุน BHYP จะได้รับความนิยมและแซงหน้าคู่แข่งในเวลาอันรวดเร็ว