bitkub-banner

Ostium จับมือ Nasdaq เปิดเทรด Perpetual Futures หุ้น on-chain รายแรก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ostium กระดานเทรด DeFi บน onchain ประกาศจับมือ Nasdaq เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 กลายเป็นแพลตฟอร์มแรกที่เสนอสัญญา Perpetual Futures บนหุ้นโดยตรงจากโครงสร้างข้อมูลของ Nasdaq
  • Ostium รองรับการเทรดแบบ Leverage ในสินทรัพย์โลกจริง ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ ETF และ Forex โดยมียอดซื้อขายสะสมเกิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว
  • ความร่วมมือนี้สะท้อนกลยุทธ์ของ Nasdaq ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับตลาดหุ้นโทเคน และอาจเปิดทางให้กระดานเทรด DeFi อื่นเดินตามรอย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ Nasdaq ซึ่งเป็นตลาดหุ้นชั้นนำของโลกก้าวเข้ามาจับมือกับกระดานเทรด DeFi เป็นสัญญาณบวกอย่างชัดเจนต่อกลุ่ม RWA และ DeFi โดยรวม เพราะแสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินระดับโลกเริ่มยอมรับโครงสร้างพื้นฐาน onchain อย่างจริงจัง ความน่าเชื่อถือของข้อมูลจาก Nasdaq อาจดึงดูดนักลงทุนสถาบันและรายย่อยให้เข้ามาใช้ผลิตภัณฑ์ DeFi มากขึ้น

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 Ostium กระดานเทรด DeFi แบบ onchain ที่รองรับการเทรด Leverage ในสินทรัพย์โลกจริง ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Nasdaq ผู้ดำเนินการตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ทำให้ Ostium กลายเป็นแพลตฟอร์ม onchain แห่งแรกที่เสนอสัญญา Perpetual Futures บนหุ้นโดยตรงจากโครงสร้างข้อมูลของ Nasdaq ตามรายงานจาก CoinDesk ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาด Equity Perpetuals บน onchain แต่ยังสะท้อนกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของ Nasdaq ในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการซื้อขายหุ้นโทเคน โดย Ostium ก่อตั้งโดยศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด Caledonia Kiernan-Lynn และ Marco Antonio Ribeiro และระดมทุนมาแล้วรวม 27.8 ล้านดอลลาร์ รวมถึงรอบ Series A มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ที่นำโดย General Catalyst และ Jump Crypto เมื่อเดือนธันวาคม 2568

Ostium คืออะไร และทำไม Nasdaq ถึงสนใจ

Ostium เป็นกระดานเทรด Perpetual Futures บน onchain ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปิด Leverage ในสินทรัพย์โลกจริงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ดัชนีตลาด สินค้าโภคภัณฑ์ ETF และอัตราแลกเปลี่ยน นับถึงเดือนที่ผ่านมา Ostium มียอดซื้อขายสะสมเกินกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ จากผู้เทรดมากกว่า 26,000 ราย ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับแพลตฟอร์ม DeFi ที่เน้น RWA โดยเฉพาะ

ในส่วนของ Nasdaq การจับมือครั้งนี้สอดรับกับทิศทางที่ Nasdaq วางไว้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม 2569 Nasdaq ได้ร่วมมือกับ Payward บริษัทแม่ของ Kraken เพื่อพัฒนากรอบการทำงานด้านเทคนิคที่เชื่อมตลาดหุ้นโทเคนกับเครือข่ายบล็อกเชนแบบกระจายศูนย์ และยังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบโทเคนหุ้นรูปแบบใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 การมีข้อมูลตลาดที่น่าเชื่อถือจาก Nasdaq เป็นสิ่งที่ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ต้องการมากที่สุด เพราะราคาที่ใช้อ้างอิงในสัญญา Perpetual ต้องมีความแม่นยำและโปร่งใสในระดับสถาบัน

บริบทตลาด Equity Perpetuals บน DeFi กำลังร้อนแรง

การเติบโตของผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมสินทรัพย์โลกจริงเข้ากับโลก DeFi ถือเป็นเทรนด์ที่เร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2568-2569 ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 Kraken ได้เปิดตัว Tokenized Equity Perpetual Futures ผ่านกรอบ xStocks ซึ่งเปิดให้ลูกค้าที่ไม่ใช่ชาวสหรัฐฯ กว่า 110 ประเทศเข้าถึงการซื้อขายหุ้นโทเคน ขณะที่ Hyperliquid ก็มียอด Open Interest ในสินทรัพย์โลกจริงแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 2.6 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนที่ผ่านมา

สิ่งที่ทำให้การจับมือระหว่าง Ostium และ Nasdaq แตกต่างออกไปคือ นี่เป็นครั้งแรกที่กระดานเทรด DeFi ได้รับข้อมูลตลาดโดยตรงจาก Nasdaq ในฐานะโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งหมายความว่าราคาอ้างอิงสำหรับสัญญา Perpetual มาจากแหล่งที่มาที่ได้รับการยอมรับในระดับสถาบันอย่างแท้จริง ต่างจากการใช้ราคาจาก Oracle บุคคลที่สามทั่วไป นี่อาจเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่ยังลังเลต่อผลิตภัณฑ์ DeFi

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่อง Hyperliquid ทุบสถิติ Open Interest ใน RWA แตะ 2.6 พันล้านดอลลาร์ และ สหรัฐฯ เล็งคลอดกรอบกำกับดูแลหุ้นโทเคนบนบล็อกเชน ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกันกับที่ Ostium กำลังทำ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ Nasdaq ยอมจับมือกับกระดานเทรด DeFi โดยตรงครั้งนี้เป็นสัญญาณที่น่าจับตามากกว่าที่หลายคนคิด เพราะ Nasdaq ไม่ใช่สถาบันที่จะทำอะไรโดยไม่คิดถี่ถ้วน การที่เขาเลือก Ostium ซึ่งเป็นกระดานเทรดที่ยังค่อนข้างใหม่ บ่งชี้ว่า Nasdaq มองเห็นศักยภาพจริงๆ ในตลาด Perpetual Futures บน onchain สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือ Ostium จะเปิดให้เทรดหุ้นตัวไหนได้บ้าง และจะมีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์อย่างไร โดยเฉพาะสำหรับนักเทรดไทยที่อยากเข้าถึงผลิตภัณฑ์แบบนี้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะโดนปิดกั้นหรือเปล่า

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI