bitkub-banner

นักวิเคราะห์ชี้ Bitcoin อาจเข้าสู่ช่วงพักฐานนานหลายเดือน หลังแรงซื้อเริ่มแผ่วลง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ความต้องการซื้อ Bitcoin ที่ลดลง และเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้ากองทุน Spot Bitcoin ETF ส่งสัญญาณแผ่วลงอย่างชัดเจน หลังราคา Bitcoin ชนแนวต้านใหญ่เหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์
  • ตัวชี้วัดจาก Capriole Investment เผยความต้องการในตลาดพลิกกลับมาติดลบต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้นักลงทุนเลือกหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
  • ผู้เชี่ยวชาญเตือนหากราคา Bitcoin หลุดเส้นค่าเฉลี่ยที่แท้จริงของตลาด  Bitcoin เสี่ยงเผชิญการปรับฐานราคาที่ลึกและยาวนาน โดยราคามีโอกาสร่วงลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ 65,000 ดอลลาร์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish 

การที่ดัชนีความต้องการซื้อแบบสปอต และกระแสเงินทุนจากกองทุน ETF หดตัวลงพร้อมกันในจุดสูงสุดของกรอบราคา มักจะเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าที่บ่งชี้ถึงแรงเฉื่อยในฝั่งขาขึ้น โมเมนตัมที่เริ่มจางหายควบคู่ไปกับแรงเทขายในตลาดฟิวเจอร์สก็เพิ่มความเสี่ยงให้ราคา Bitcoin เกิดการปรับฐานลึกกว่าปกติ ในระยะสั้นตลาดจึงมีแนวโน้มเอนเอียงไปในทิศทางขาลง เพื่อลงไปค้นหาฐานรากที่มั่นคงกว่าเดิม

ความต้องการซื้อฺ Bitcoin และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF เริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากที่ราคาฺ Bitcoin วิ่งชนแนวต้านสำคัญเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ 

เหล่านักวิเคราะห์ประเมินว่า การที่ Bitcoin ไม่สามารถประคองตัวเหนือระดับแนวรับสำคัญได้ อาจเป็นการเปิดทางให้ตลาดเข้าสู่สภาวะทรงตัว และเกิดการปรับฐานราคายาวนานกว่าที่คิด ยิ่งไปกว่านั้นอาจมีความเสี่ยงที่ราคา Bitcoin จะร่วงดิ่งลงไปถึงระดับ 65,000 ดอลลาร์ได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แรงซื้อสปอตและกองทุน ETF ดิ่งต่ำสุดในรอบ 4 เดือน

ตัวชี้วัดความต้องการซื้อที่แท้จริงของ Bitcoin จาก Capriole Investment เผยให้เห็นว่าความต้องการในตลาดได้พลิกกลับมาติดลบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แม้จะมีการฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทว่าล่าสุดดิ่งลงไปอยู่ที่ระดับ -3,138 BTC ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคม ทางด้าน CryptoQuant ระบุในรายงานรายสัปดาห์ว่าภาพรวมความต้องการ Bitcoin เข้าสู่สภาวะหดตัวสุทธิแล้ว เนื่องจากนักลงทุนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมไปเน้นหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจมหภาค

ความต้องการ Bitcoin แหล่งที่มา: Capriole Investments

สอดคล้องกับข้อมูลจาก Glassnode ที่ชี้ว่าปริมาณการซื้อขายในตลาดสปอตอ่อนแอลงอย่างมาก สถิติการสะสมเหรียญในภาพรวมยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวกลับมาอย่างชัดเจน 

ดัชนีแรงซื้อ-แรงขายสะสมในตลาดสปอต ที่มา: Glassnode

ขณะเดียวกันกองทุน Spot Bitcoin ETF ในฝั่งสหรัฐฯ ก็พลิกกลับมาเป็นฝั่งเทขายเช่นกัน ทำให้อัตราการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้น ETF ในรอบ 30 วันร่วงลงสู่จุดต่ำสุดในรอบเกือบ 3 เดือน สะท้อนว่า กลุ่มทุนใหญ่เริ่มลดการเข้าซื้อบริเวณจุดสูงสุดของกรอบราคาปัจจุบัน 

การเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ของ ETF สหรัฐฯ แหล่งที่มา: Glassnode

CryptoQuant สรุปว่า ในอดีตการลดลงพร้อมๆ กันของความต้องการแบบสปอตและเงินทุนในกองทุน ETF มักจะนำไปสู่สภาวะราคาที่อ่อนตัวลงมากกว่าจะเป็นการพักฐานแบบนิ่งๆ

จุดเปลี่ยนสำคัญ ตลาดหมี หรือ พักฐานเพื่อไปต่อ?

ในทางเทคนิค การที่ Bitcoin ดีดตัวขึ้นมา 38% จากจุดต่ำสุดที่ระดับ 60,000 ดอลลาร์ ไปแตะ 82,800 ดอลลาร์ ถือเป็นการฟื้นตัวที่อยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยที่แท้จริงของตลาด ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 78,300 ดอลลาร์ โมเดลราคานี้เป็นเส้นแบ่งเขตแดนที่สำคัญระหว่างสภาวะตลาดหมีและตลาดกระทิง

Glassnode ย้ำว่าการที่ราคา Bitcoin ขึ้นมายืนเหนือเส้นนี้ได้ เป็นเพียงเงื่อนไขที่จำเป็นในขั้นแรกเท่านั้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างตลาดได้อย่างถาวร 

ตามธรรมเนียมแล้วตลาดจำเป็นต้องใช้เวลาสะสมพลังและประคองตัวอยู่รอบๆ เส้นโมเดลนี้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน ก่อนที่จะสามารถยืนยันการเปลี่ยนเป็นตลาดขาขึ้นได้อย่างน่าเชื่อถือ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2021 ที่ราคา Bitcoin ใช้เวลาในการสะสมฐานยาวนานถึง 6 เดือน ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้นไปอย่างรุนแรง

โดยในระหว่างเดือนมีนาคม ถึงตุลาคมปี 2021 Bitcoin ใช้เวลาสะสมฐานก่อนที่ราคาจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงถึง 174% ไปสู่ระดับราคาสูงสุดเดิมที่ 74,000 ดอลลาร์ ซึ่งเคยทำไว้เมื่อเดือนมีนาคมปี 2024

ตัวชี้วัดความเสี่ยงของ Bitcoin แหล่งที่มา: Glassnode

ความเสี่ยงในระยะสั้นที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวัง

ด้วยเหตุนี้ Glassnode จึงย้ำเตือนว่า หากเกิดการปรับฐานที่ลึกกว่าระดับปัจจุบัน จะทำให้การพุ่งทะยานของราคาในรอบล่าสุดนี้ กลายเป็นเพียง “จุดสูงสุดชั่วคราว” ภายในตลาดหมีที่ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งเป็นโครงสร้างที่เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวัฏจักรปีก่อนๆ 

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์รายอื่นยังได้เน้นย้ำถึงจุดอ่อนในตลาดปัจจุบันเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นโมเมนตัมของราคาที่เริ่มจางหาย, กิจกรรมของนักลงทุนรายย่อยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง, แรงเทขายอย่างหนักในตลาดฟิวเจอร์ส, รวมถึงโครงสร้างทางเทคนิคที่อ่อนแอลง ซึ่งปัจจัยลบทั้งหมดนี้ ล้วนเพิ่มความเสี่ยงให้ Bitcoin มีโอกาสร่วงดิ่งลงไปทดสอบแนวรับทางจิตวิทยาที่ระดับ 65,000 ดอลลาร์ได้ในระยะสั้น

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : การที่ราคา Bitcoin อาจจะร่วงลงไปทดสอบแนวรับสำคัญแถว 78,300 ดอลลาร์ หรือแม้กระทั่งลึกถึง 65,000 ดอลลาร์ หากเกิดขึ้นจริงในทางเทคนิคแล้วมันไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการสร้างฐานราคาใหม่ที่แข็งแรง เพื่อเตรียมตัวไปต่อ