สรุปข่าว
- Bitcoin ดีดตัวขึ้น 1.55% แตะ $76,549 ในวันที่ 24 พ.ค. 2569 หลังแตะจุดต่ำสุดรายวันที่ $74,344 ก่อนหน้า
- การดีดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงขายระยะสั้นที่ยังหนักอยู่ ราคายังต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อต้นเดือนพ.ค. ที่ $82,146 ราว 7.6%
- นักวิเคราะห์จับตาว่าราคาจะสามารถยืนเหนือแนวรับจิตวิทยา $75,000 ได้หรือไม่ เพราะหากหลุดลงไปอาจเปิดทางให้แรงขายรุนแรงขึ้นอีก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การดีดตัวขึ้น 1.55% ในครั้งนี้ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนโครงสร้างตลาดที่เป็นขาลงระยะสั้น ราคายังคงอยู่ภายในกรอบแกว่งตัวกว้างระหว่าง $65,000 ถึง $82,500 และยังห่างไกลจากระดับที่จะยืนยันการกลับตัวได้อย่างชัดเจน
ราคา Bitcoin ดีดตัวขึ้นในวันที่ 24 พ.ค. 2569 หลังร่วงลงแตะจุดต่ำสุดรายวันที่ $74,344 ก่อนพลิกกลับมายืนที่ $76,549 คิดเป็นการขึ้นราว 1.55% ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มองในภาพรวม 24 ชั่วโมง ราคาบวกอยู่เพียง 1.18% โดยมีจุดสูงสุดรายวันที่ $77,084 มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 1.53 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 3.32 หมื่นล้านดอลลาร์

การดีดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Bitcoin ร่วงลงมาแล้วราว 7.6% นับจากจุดสูงสุดระยะสั้นที่ $82,146 เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา และเป็นเพียงการแกว่งตัวภายในกรอบการแกว่งตัวกว้างที่นักวิเคราะห์ติดตามอย่างใกล้ชิด
ห่วงโซ่แห่งแรงขายที่กดราคาลงมา
เพื่อเข้าใจว่าทำไม Bitcoin ถึงดีดตัวขึ้นจากระดับนี้ ต้องย้อนดูว่าราคาตกมาจากไหน นับตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. ที่ราคาแตะ $82,146 ตลาดเผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่อง ราคาพิมพ์จุดสูงต่ำลงเรื่อยๆ บนกราฟรายวัน และวันที่ 22-23 พ.ค. แรงขายยิ่งหนักขึ้น จนราคาดิ่งลงแตะ $74,344 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดรายวัน
ปัจจัยที่นักวิเคราะห์มองว่าส่งผลต่อแรงขายในช่วงนี้ ได้แก่ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยังคงส่งสัญญาณระวังเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงในพอร์ตสินทรัพย์ที่ผันผวนสูงอย่างคริปโต ประกอบกับข้อมูลกระแสเงินไหลเข้า Bitcoin ETF ที่ยังไม่ได้แสดงสัญญาณที่แข็งแกร่งพอจะดูดซับแรงขายได้ทั้งหมด
ประเมินความเสียหาย ตลาดอยู่ตรงไหน
หากมองภาพใหญ่ขึ้น Bitcoin ยังอยู่ในโครงสร้างขาลงระยะยาว นับจากจุดสูงสุดตลอดกาลใกล้ $124,000 ในช่วงต้นเดือนส.ค. 2568 ราคาสูญเสียมูลค่าไปแล้วราว 39% และยังไม่มีสัญญาณยืนยันการกลับตัวที่ชัดเจน เส้นแบ่งสำคัญที่นักวิเคราะห์พูดถึงกันมากคือระดับ $88,000-$90,000 ซึ่งหากราคายังไม่สามารถทะลุขึ้นไปยืนได้ โครงสร้างมหภาคยังคงเป็นขาลง
ในระยะกลาง Bitcoin อยู่ในกรอบแกว่งตัวกว้างราว $65,000 ถึง $82,500 มาตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. หลังจากเด้งขึ้นมาจากจุดต่ำสุดใกล้ $62,854 เมื่อปลายเดือนม.ค. การดีดตัวจาก $74,344 กลับมาที่ $76,549 ในวันนี้ จึงเป็นเพียงการแกว่งตัวภายในกรอบดังกล่าว ไม่ใช่สัญญาณกลับตัวขาขึ้น ความเสียหายสะสมนับจากจุดสูงของเดือนพ.ค. ยังอยู่ในระดับที่น่ากังวล และดัชนีความกลัว-ความโลภของตลาดคริปโตสะท้อนอารมณ์ตลาดที่ยังระมัดระวังอย่างเห็นได้ชัด
แนวโน้มการฟื้นตัวและสิ่งที่ต้องจับตา
สำหรับการฟื้นตัวในระยะถัดไป นักวิเคราะห์ด้านเทคนิคมองว่าระดับจิตวิทยา $75,000 คือแนวรับสำคัญที่ราคาต้องยืนอยู่เหนือได้อย่างต่อเนื่อง หากราคาหลุดลงไปปิดต่ำกว่าระดับนี้บนกราฟรายวัน ก็อาจเปิดทางให้แรงขายรุนแรงขึ้นได้อีก ในทางกลับกัน หากราคาสามารถฟื้นตัวและทดสอบแนวต้านบริเวณ $78,000 และ $80,000 ได้สำเร็จ ก็จะเป็นสัญญาณเชิงบวกว่าตลาดกำลังพยายามสร้างฐานใหม่ภายในกรอบแกว่งตัว
ปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงสัปดาห์หน้า ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะออกมา รวมถึงทิศทางของกระแสเงินไหลเข้า Bitcoin ETF ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน หากกระแสเงินไหลเข้ากลับมาแข็งแกร่ง ก็จะช่วยสนับสนุนราคาได้ในระยะสั้น
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าการดีดตัวขึ้น 1.55% ในวันนี้ยังไม่ใช่เหตุผลให้ตื่นเต้นมากนัก เพราะราคายังอยู่ในกรอบเดิมที่แกว่งมาหลายเดือนแล้ว ลักษณะแบบนี้เรียกว่าการ “เด้งในกรอบ” ไม่ใช่การกลับตัวที่แท้จริง โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างใหญ่ยังเป็นขาลงจาก $124,000 ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
สิ่งที่ผมจะจับตาดูมากที่สุดในตอนนี้คือ ราคาจะยืนเหนือ $75,000 ได้หรือเปล่าในช่วง 2-3 วันข้างหน้า เพราะบริเวณนั้นคือตัวกรองสำคัญระหว่าง “แค่แกว่งตัวปกติ” กับ “เริ่มอ่อนแอจริงๆ” ถ้าราคาสามารถฟื้นตัวขึ้นไปได้โดยไม่หลุดกลับลงมา ก็ยังพอมีความหวัง แต่ถ้าหลุดแล้วปิดต่ำกว่า $75,000 ภาพตลาดก็จะดูหนักขึ้นอีกชั้น ผู้ที่ถือ Bitcoin อยู่ควรประเมินสถานการณ์ด้วยใจที่เย็นและระมัดระวัง อย่าตีความการดีดตัวระยะสั้นเกินกว่าที่มันเป็น
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI

