สรุปข่าว
- หุ้น IPO ของ SpaceX จะถูกจัดสรรให้กับนักลงทุนสัญชาติสหรัฐฯ และลูกค้ากลุ่ม Ultra High Net Worth หรือนักลงทุนสถาบันเป็นหลัก ทำให้รายย่อยไทยแทบไม่มีสิทธิ์จองซื้อโดยตรง
- นักลงทุนไทยยังสามารถซื้อหุ้น SpaceX ที่ใช้ตัวย่อ “SPCX” ได้ทันทีหลังเปิดเทรดบน Nasdaq ซึ่งคาดว่าจะเริ่มวันที่ 12 มิถุนายน 2026
- วันแรกของการซื้อขายมีแนวโน้มผันผวนสูงมาก จากแรง FOMO และกระแสเก็งกำไรระดับโลก นักลงทุนจึงต้องวางแผนบริหารความเสี่ยงให้ดี
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
แม้นักลงทุนไทยอาจไม่มีสิทธิ์เข้าซื้อหุ้น SpaceX ในราคา IPO เหมือนนักลงทุนสหรัฐฯ หรือกลุ่มนักลงทุนสถาบัน แต่โอกาสลงทุนยังไม่ได้ปิดตาย เพราะหลังหุ้นเริ่มซื้อขายบน Nasdaq ภายใต้ตัวย่อ “SPCX” ซึ่งคาดว่าจะเปิดเทรดวันที่ 12 มิถุนายนนี้ คนไทยก็สามารถซื้อได้ทันทีเหมือนหุ้น Tesla หรือ Google ผ่านแอปโบรกเกอร์ไทยหรือแพลตฟอร์มต่างประเทศที่รองรับหุ้นสหรัฐฯ ทำให้แม้จะพลาดรอบจองก่อนเข้าตลาด แต่รายย่อยก็ยังมีโอกาสร่วมลงทุนในหนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตามองที่สุดของโลกได้เช่นเดียวกัน
สำหรับนักลงทุนไทยที่เฝ้ารอโอกาสเป็นเจ้าของหุ้น SpaceX ข่าวดีคือ คุณยังสามารถเข้าถึงหนึ่งในการลงทุนที่ถูกจับตามองมากที่สุดของโลกได้ เพียงแต่อาจไม่ได้อยู่ในรอบ IPO ก่อนเข้าตลาดแบบที่หลายคนหวังไว้ตั้งแต่แรก
จากข้อมูลเอกสารไฟลิ่งของ SpaceX ระบุว่า หุ้นที่เปิดขายในราคา IPO หรือราคาก่อนเข้าตลาดจะถูกจัดสรรให้กับนักลงทุนเฉพาะกลุ่มเป็นหลัก โดยมีข้อจำกัดทั้งด้านสัญชาติและประเภทของนักลงทุน
ทั้งนี้ นักลงทุนรายย่อยชาวไทยยังสามารถซื้อหุ้น SpaceX ได้ แต่ต้องรอให้หุ้นเข้าตลาด Nasdaq ก่อน ซึ่งคาดการณ์ว่ามีกำหนดการในวันที่ 12 มิถุนายนนี้
ทำไมรายย่อยไทยแทบไม่มีสิทธิ์ซื้อราคา IPO ?
โควตาหุ้น IPO ส่วนใหญ่ของ SpaceX จะถูกสงวนไว้ให้กับนักลงทุนชาวสหรัฐฯ ที่ใช้งานแพลตฟอร์มอย่าง Robinhood, E*TRADE และแพลตฟอร์มโบรกเกอร์ภายในสหรัฐฯ อื่น ๆ
ขณะที่โควตาสำหรับนักลงทุนต่างชาติจะถูกจัดสรรผ่านวาณิชธนกิจระดับโลก เช่น Mizuho Securities หรือ Macquarie Bank ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หุ้นเหล่านี้มักถูกส่งต่อให้กับลูกค้ากลุ่ม Ultra High Net Worth หรือนักลงทุนสถาบันก่อนเป็นลำดับแรก
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนรายย่อยชาวไทยจึงแทบไม่มีช่องทางในการจองซื้อหุ้น SpaceX ในราคา IPO ได้โดยตรง
แต่หลังเข้าตลาด คนไทยสามารถซื้อหุ้น SpaceX ได้ทันที
แม้จะพลาดรอบ IPO แต่สิ่งสำคัญคือ นักลงทุนไทยยังสามารถเข้าซื้อหุ้น SpaceX ได้ทันทีหลังหุ้นเริ่มซื้อขายบน Nasdaq อย่างเป็นทางการ โดยใช้ตัวย่อว่า “SPCX” ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอาจเริ่มเปิดเทรดวันแรกในวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ
เมื่อหุ้นเข้าสู่ตลาดแล้ว รูปแบบการซื้อจะไม่ต่างจากการซื้อหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ อย่าง Tesla หรือ Google นักลงทุนทั่วไปสามารถซื้อผ่านแอปหรือแพลตฟอร์มที่รองรับหุ้นอเมริกาได้ทันที
แล้วนักลงทุนไทยซื้อได้ผ่านช่องทางไหนบ้าง?
ปัจจุบันมี 2 วิธีหลักที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด ได้แก่ ซื้อผ่านแอปโบรกเกอร์ไทย เช่น Dime หรือ InnovestX หลายแพลตฟอร์มในไทยตอนนี้เปิดให้ซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ได้โดยตรง สมัครไม่ยาก และบางเจ้ารองรับการซื้อแบบ Fractional Shares หรือ “เศษหุ้น” ทำให้ใช้เงินไม่มากก็เริ่มลงทุนในหุ้นระดับโลกได้
ทางเลือกต่อมาคือ ซื้อผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ เช่น Webull หรือ Etoro เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเครื่องมือเทรดและข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น รวมถึงฟังก์ชันการส่งคำสั่งซื้อขายที่ซับซ้อนกว่าแพลตฟอร์มทั่วไป
มุมมองผู้เขียน: กระแสของหุ้น SpaceX ถูกคาดว่าจะกลายเป็นหนึ่งใน IPO ที่ร้อนแรงที่สุดในโลก ซึ่งย่อมดึงดูดแรงเก็งกำไรมหาศาล วันแรกของการซื้อขายจึงมีโอกาสเห็นราคาพุ่งแรงจากกระแส ขณะเดียวกันก็อาจเกิดแรงขายทำกำไรอย่างรุนแรงได้เช่นกัน

