สรุปข่าว
- นักพัฒนา Ethereum บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในที่ประชุมหลัก เมื่อวันที่ 3 กันยายน กำหนดเปิดตัวการอัปเกรด Glamsterdam บนเครือข่ายทดสอบ Sepolia วันที่ 6 ตุลาคม เวลา 13:53 UTC
- นักวิเคราะห์เผยว่า การกำหนดวันดังกล่าวเป็นการตัดสินใจล่วงหน้า ท่ามกลาง Devnet ที่ยังไม่เสถียร พบบั๊กวิกฤตทั้งฝั่ง Consensus Layer และ Execution Layer
- ทีมพัฒนาวางแผนเปิด Glamsterdam-Devnet-10 เพื่อแก้ปัญหาก่อนถึงกำหนดจริง หากยังล้มเหลวอาจต้องเลื่อนวันอัปเกรด Sepolia ออกไป
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้เป็นความคืบหน้าด้านเทคนิคของ Ethereum ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะยาวต่อการพัฒนาโปรโตคอล แต่ความไม่แน่นอนของกำหนดการ และบั๊กที่ยังพบอยู่ในระบบทดสอบ ทำให้ตลาดไม่น่าตอบสนองรุนแรงในระยะสั้น นักลงทุนส่วนใหญ่มักรอดูความชัดเจนของกำหนดการ ก่อนที่จะสะท้อนไปที่ราคา ETH
นักพัฒนา Ethereum ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการประชุมหลัก เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าที่จะเปิดตัวการอัปเกรดใหญ่ครั้งถัดไปในชื่อ “Glamsterdam” บนเครือข่ายทดสอบ Sepolia Testnet ในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ เวลา 13:53 UTC
อย่างไรก็ตาม Christine D. Kim นักวิเคราะห์บล็อกเชน ได้เปิดเผยบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เมื่อวันที่ 11 กันยายนว่า การกำหนดวันอัปเกรดดังกล่าวเป็นการตัดสินใจล่วงหน้า ท่ามกลางข้อจำกัดทางเทคนิคหลายประการ โดยเฉพาะการที่ยังไม่มีเครือข่ายทดสอบที่มีความเสถียรมากพอ สำหรับนักพัฒนา
ความกังวลต่อความไม่เสถียรของ Devnet และบั๊กสำคัญที่ค้นพบ
การกำหนดวันอัปเกรด Glamsterdam บนเครือข่ายทดสอบ Sepolia เกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาทางเทคนิคที่ยังไม่เรียบร้อย ซึ่งการทดสอบใน “Glamsterdam-Devnet-9” ที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 1 กันยายน มีผู้ตรวจสอบ Validator nodes ถึง 1,000 โหนด ก็ยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของบล็อกได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากพบปัญหาเฉพาะทางจากการรันระบบขนาดใหญ่
Stefan Starflinger จาก Ethereum Foundation ระบุว่า การรันเครือข่ายขนาดใหญ่ทำให้ค้นพบปัญหาจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังพบบั๊กวิกฤตในฝั่ง Consensus Layer บน Devnet-8 ที่ทำให้เครือข่ายล่ม เมื่อเกิดข้อมูลบล็อกซ้ำกัน รวมถึงฝั่ง Execution Layer ที่พบข้อผิดพลาดในคำนวณค่าก๊าซ (EIP-8037) จนทีมงานต้องแจ้งปรับแก้โค้ดซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
เหล่านักพัฒนามีแผนเปิดตัว “Glamsterdam-Devnet-10” ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งหากระบบมีความเสถียร ก็จะเป็นสนามทดสอบสุดท้ายสำหรับ Layer 2 และสเตกกิ้งโปรโตคอล ก่อนเริ่มการอัปเกรด Sepolia
อย่างไรก็ตาม หาก Devnet-10 ยังคงล้มเหลว กำหนดการอัปเกรด Sepolia อาจต้องถูกเลื่อนออกไป โดย Paritosh Jayanti ผู้ดำเนินรายการประชุม ACDC#186 ระบุว่า หากพบปัญหาร้ายแรงที่ต้องใช้เวลาแก้ยาวนาน ที่ประชุมจะพิจารณาเลื่อนการทำฮาร์ดฟอร์ก ในวันที่ 6 ตุลาคมออกไปในการประชุมสัปดาห์ถัดไป
กำหนดการของ Hoodi และ Mainnet ที่ยังไร้ความชัดเจน
ความไม่แน่นอนบน Sepolia ทำให้นักพัฒนาตัดสินใจชะลอการกำหนดวันอัปเกรดบนเครือข่ายทดสอบแห่งที่สองอย่าง Hoodi ออกไปก่อน โดยมุ่งเน้นไปที่การทำให้ Sepolia มีความเสถียรและพร้อมใช้งาน ก่อนเป็นอันดับแรก
แม้ทีมพัฒนาจะคาดหวังดันการอัปเกรด Glamsterdam ขึ้นสู่เครือข่ายหลัก (Mainnet) ให้ทันภายในปีนี้ โดยมีลุ้นทำได้ช่วงเดือนธันวาคม หากการอัปเกรด Sepolia ในวันที่ 6 ตุลาคมผ่านไปด้วยดีก็ตาม แต่กรอบเวลาทั้งหมด ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนและยังไม่สามารถการันตีได้
กรอบเวลาที่ไม่แน่นอนนี้ เป็นผลมาจากการที่ Ethereum ปรับมาเน้นการพัฒนารูปแบบใหม่ที่ตั้งเป้าอัปเกรดใหญ่ทุกๆ 6 เดือน เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมให้รวดเร็วขึ้น ต่อเนื่องจากการอัปเกรด “Fusaka” เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งแม้แนวทางนี้จะช่วยให้ระบบพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องยอมแลกกับความไม่แน่นอนของกำหนดการที่เพิ่มขึ้น
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การที่ทีมพัฒนากล้าประกาศวันทดสอบล่วงหน้าทั้งที่ Devnet ยังไม่นิ่งสะท้อนความมั่นใจในกระบวนการแก้บั๊กของทีม Ethereum Foundation แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา หาก Devnet-10 ยังเจอปัญหาเดิมซ้ำ กำหนดการ 6 ตุลาคมอาจต้องเลื่อนออกไปจริงตามที่ Paritosh Jayanti ระบุไว้
