bitkub-banner

เกาหลีใต้ตั้งข้อหาผู้สร้างเหรียญมีม ในคดีหลอกลวง Rug Pull บน DEX ครั้งแรกของประเทศ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อัยการเกาหลีใต้ได้ตั้งข้อหากลุ่มผู้ต้องสงสัยในคดีหลอกลวงดึงพรมหรือ Rug Pull เหรียญมีม CATFI บนเครือข่าย Solana ซึ่งถือเป็นคดีแรกที่เกิดขึ้นบนกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ภายใต้กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหม่
  • ผู้ต้องสงสัยหลักได้ปลอมตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์เพื่อโปรโมตเหรียญจนราคาพุ่งขึ้นกว่า 1,000 เท่าภายในเวลาเพียง 26 ชั่วโมง ก่อนจะเทขายเหรียญทิ้งจนสร้างความเสียหายแก่นักลงทุนกว่า 256 รายรวมมูลค่าเกือบหกแสนดอลลาร์
  • การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของทางการเกาหลีใต้ในการปราบปรามการปั่นราคาคริปโตท่ามกลางสภาวะที่ปริมาณการซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศกำลังหดตัวลงอย่างหนัก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

การจับกุมผู้กระทำผิดในคดีหลอกลวงถือเป็นผลดีต่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาวแต่ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางราคาของตลาดคริปโตในภาพรวม

อัยการเกาหลีใต้ตั้งข้อหากลุ่มบุคคลในคดีหลอกลวงดึงพรมที่เกี่ยวข้องกับเหรียญมีมบนเครือข่าย Solana อย่าง Catpie หรือ CATFI ซึ่งสื่อท้องถิ่นระบุว่าเป็นการดำเนินคดีหลอกลวงบนกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์หรือ DEX เป็นครั้งแรกของประเทศ

กลุ่มดังกล่าวถูกจับกุมโดยหน่วยสืบสวนร่วมอาชญากรรมสินทรัพย์เสมือนของสำนักงานอัยการเขตโซลตอนใต้ ผู้ต้องสงสัยหลักคือนาย Park ถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างเป็นผู้มีชื่อเสียงนามว่า Eth Father บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและโปรโมตเหรียญ CATFI อย่างหลอกลวงว่าเป็นแพลตฟอร์มอิสระ ก่อนที่จะดำเนินการเทขายเหรียญทิ้งซึ่งสร้างความเสียหายทางการเงินประมาณ 900 ล้านวอนให้กับนักลงทุนอย่างน้อย 256 ราย

อัยการกล่าวหาว่ากลุ่มนี้โปรโมต CATFI บนโซเชียลมีเดีย ดันราคาโทเคนให้พุ่งขึ้นมากกว่า 1,000 เท่าภายในเวลา 26 ชั่วโมง จากนั้นจึงเทขายเหรียญที่ถือครองเพื่อรับผลกำไรผิดกฎหมายประมาณ 400 ล้านวอนหรือราว 260,000 ดอลลาร์

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการจับกุมครั้งแรกของเกาหลีใต้ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงดึงพรมเหรียญมีมภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้ใช้งานสินทรัพย์เสมือน และส่งสัญญาณว่าทางการกำลังดำเนินการปราบปรามการปั่นราคาสกุลเงินดิจิทัลอย่างจริงจัง

การหลอกลวงแบบดึงพรมคือการที่ผู้สร้างโทเคนโปรโมตโปรเจกต์เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากภายนอกก่อนที่จะละทิ้งโปรเจกต์อย่างกะทันหันและเทขายเหรียญของตนเอง ส่งผลให้ผู้ซื้อรายหลังต้องสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล

พัฒนาการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการหดตัวอย่างมีนัยสำคัญของตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในเกาหลีใต้ ซึ่งปริมาณการซื้อขายบนกระดานเทรดสกุลเงินดิจิทัลหลักลดลงเหลือเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้น KOSPI

หลังจากการพุ่งขึ้นในช่วงแรกจนมีมูลค่าตลาด 8.99 ล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025 โทเคน CATFI ก็ได้ร่วงลงถึง 99 เปอร์เซ็นต์จนเหลือมูลค่าตลาดเพียง 57,000 ดอลลาร์ในปัจจุบัน แม้ราคาจะพังทลายลง แต่นักลงทุน 1,512 รายก็ยังคงถือโทเคนไว้ด้วยความหวังว่าราคาจะฟื้นตัว โดยผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุดมีสัดส่วนถึง 18 เปอร์เซ็นต์ของอุปทานทั้งหมด

บัญชีโซเชียลมีเดียที่เคยโปรโมตโปรเจกต์ดังกล่าวได้ถูกลบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการหลอกลวงและการปั่นราคายังคงเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงต่อพื้นที่สกุลเงินดิจิทัลในวงกว้าง

เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม เหรียญมีมบน Solana อีกเหรียญก็เพิ่งประสบเหตุการณ์ดึงพรมในลักษณะเดียวกัน โดยนักพัฒนาได้เทขายเหรียญรับเงินสดไปประมาณ 729,000 ดอลลาร์ในขณะที่โทเคนสูญเสียมูลค่าไปเกือบทั้งหมด ซึ่งมีนักเทรดเคราะห์ร้ายรายหนึ่งสูญเสียเงินเกือบ 190,000 ดอลลาร์ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง ตอกย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงของการเทรดเหรียญมีมอย่างชัดเจน

ที่มา: cointelegraph


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการดำเนินการของอัยการเกาหลีใต้ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ในการบังคับใช้กฎหมายกับอาชญากรรมบนโลก DeFi ครับ การเอาผิดผู้สร้างเหรียญมีมบน DEX ที่มักจะใช้ความไร้ศูนย์กลางเป็นโล่กำบังแสดงให้เห็นว่ากฎหมายเริ่มตามทันเทคโนโลยีแล้ว สำหรับนักลงทุนสายซิ่งเหรียญมีม เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่ย้ำเตือนว่าการแห่ซื้อตามกระแสโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ดีมีความเสี่ยงสูงมากที่จะตกเป็นเหยื่อของการ Rug Pull ครับ