bitkub-banner

CFTC เปิดตลาดสัญญา Perpetual คริปโตในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 หน่วยงานกำกับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐฯ (CFTC) เปิดตลาดสัญญา Perpetual Futures คริปโตในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดยอนุมัติสัญญา Bitcoin Perpetual Futures ชุดแรก
  • ประธาน CFTC Michael Selig ระบุว่านี่คือ “หมุดหมายสำคัญ” เพราะตลาด Perp คริปโตมูลค่ามหาศาลเคยอยู่นอกสหรัฐฯ มาโดยตลอด โดยเฉพาะในเอเชีย ยุโรป และบาฮามาส
  • นโยบายนี้ยังไม่ถูกบัญญัติเป็นประกาศอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีการเปิดเผยชื่อกระดานเทรดที่ได้รับอนุมัติในชุดแรก แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกทิศทางกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การเปิดตลาด Perpetual Futures คริปโตในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการถือเป็นสัญญาณบวกอย่างมาก เพราะจะดึงสภาพคล่องและเงินทุนจากแพลตฟอร์มออฟชอร์กลับเข้าสู่ตลาดที่มีการกำกับดูแล เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคริปโตในสายตานักลงทุนสถาบัน และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายใหญ่ในสหรัฐฯ เข้าร่วมตลาดได้อย่างถูกกฎหมาย

วันที่ 29 พ.ค. 2569 ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของตลาดคริปโตสหรัฐฯ เมื่อหน่วยงานกำกับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) เปิดตลาดสัญญา Perpetual Futures หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Perp” สำหรับสินทรัพย์คริปโตอย่างเป็นทางการ ด้วยการอนุมัติสัญญา Bitcoin Perpetual Futures ชุดแรก ตามรายงานจาก CoinDesk ประธาน CFTC Michael Selig ออกมาอธิบายความสำคัญของเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่าตลาด Perp คริปโตที่มีมูลค่ามหาศาลเคยดำรงอยู่นอกสหรัฐฯ มาตลอดหลายปี และวันนี้สถานการณ์นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว Selig ยังย้ำว่าสัญญา Perpetual เป็นเครื่องมือพื้นฐานสำหรับการบริหารความเสี่ยงและการค้นหาราคา (Price Discovery) ในตลาดคริปโตโลก อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ยังไม่ได้ถูกบัญญัติเป็นประกาศอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีการเปิดเผยชื่อกระดานเทรดที่ได้รับอนุมัติในชุดแรก

Perp คริปโตคืออะไร และทำไมสหรัฐฯ ต้องการดึงกลับบ้าน

สัญญา Perpetual Futures หรือ Perp คือสัญญาอนุพันธ์ที่ไม่มีวันหมดอายุ ซึ่งต่างจากสัญญาฟิวเจอร์ทั่วไป โดยใช้กลไก “Funding Rate” เพื่อดึงราคาให้ใกล้เคียงกับตลาดสปอต สัญญาประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเทรดเพราะสามารถเปิด Leverage สูง แต่ด้วยเหตุผลเดียวกัน มันจึงถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงและหน่วยงานกำกับสหรัฐฯ ไม่เคยอนุญาตให้ซื้อขายในตลาดที่มีการกำกับดูแลมาก่อน

ผลที่ตามมาคือสภาพคล่องมหาศาลจากตลาด Perp ไหลออกไปยังแพลตฟอร์มออฟชอร์ในเอเชีย ยุโรป และบาฮามาส ทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบในการแข่งขัน CFTC ภายใต้การนำของ Selig จึงผลักดันให้นำตลาดนี้กลับมาอยู่ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ โดยระบุว่าจะมีการกำหนดกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน รวมถึงการจำกัด Leverage ที่มากเกินไปและลดความเสี่ยงเชิงระบบ

เส้นทางสู่วันนี้ผ่านการเตรียมการมายาวนาน

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน ย้อนไปในเดือนเม.ย. 2568 CFTC ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับสัญญา Perpetual Derivatives โดยเฉพาะ หลังจากนั้นไม่นาน Bitnomial ก็ได้ “Self-Certify” สัญญา Perpetual Futures รายแรกในสหรัฐฯ ผ่านกระบวนการที่อนุญาตให้กระดานเทรดที่ถูกกำกับดูแลรับรองตัวเองว่าผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นไปตามกฎของ CFTC และสามารถเปิดซื้อขายได้หาก CFTC ไม่คัดค้านภายในเวลาที่กำหนด

ต่อมาในเดือนมี.ค. 2569 Selig ได้ประกาศอย่างชัดเจนที่งานประชุม Milken Institute ว่า CFTC วางแผนจะอนุญาต Perpetual Futures สำหรับคริปโตภายในไม่กี่สัปดาห์ และเมื่อเดือนม.ค. 2569 ก่อนหน้านั้น CFTC ยังได้ร่วมกับก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เปิดตัว “Project Crypto” ซึ่งเป็นความร่วมมือในการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ระหว่างสองหน่วยงาน เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการกำกับดูแลคริปโต ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่อง ประธาน CFTC ย้ำความสำคัญของกฎหมายคริปโตที่ต้องผ่านสภา และ แผนยุติความขัดแย้งระหว่าง CFTC กับ SEC ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ผลกระทบต่อตลาดและสิ่งที่ต้องจับตา

การเปิดตลาด Perp ในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการมีนัยสำคัญหลายประการ ประการแรกคือการเพิ่มสภาพคล่องในตลาด เพราะนักลงทุนสถาบันและกองทุนในสหรัฐฯ ที่เคยต้องใช้แพลตฟอร์มออฟชอร์ในการเข้าถึงตลาด Perp สามารถทำได้ภายในกรอบกฎหมายสหรัฐฯ แล้ว ประการที่สองคือการสร้างมาตรฐาน เนื่องจาก CFTC ระบุว่าจะมีการกำหนดกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน รวมถึงการจำกัด Leverage เพื่อลดความเสี่ยงที่จะกระทบตลาดในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง เพราะนโยบายนี้ยังไม่ได้ออกมาเป็นประกาศอย่างเป็นทางการ และไม่มีการเปิดเผยว่ากระดานเทรดใดบ้างที่ได้รับไฟเขียวในชุดแรก สิ่งที่ต้องจับตาในระยะถัดไปคือกระดานเทรดรายใดจะเข้าร่วมตลาดนี้ก่อน และ CFTC จะกำหนดเพดาน Leverage ไว้ที่ระดับไหน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการซื้อขายที่จะไหลกลับจากแพลตฟอร์มออฟชอร์


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่านี่เป็นก้าวที่ใหญ่มากสำหรับตลาดคริปโตสหรัฐฯ เพราะตลาด Perp คือหัวใจของการซื้อขายคริปโตในโลกปัจจุบัน ปริมาณซื้อขายบนตลาด Perp ทั่วโลกมักสูงกว่าตลาดสปอตหลายเท่า การที่ CFTC เปิดพื้นที่นี้ในสหรัฐฯ หมายความว่ากระดานเทรดที่ถูกกำกับดูแลจะมีผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันกับแพลตฟอร์มออฟชอร์ได้จริง ผู้เขียนจับตาดูว่า Bitnomial หรือกระดานเทรดรายใหญ่อย่าง CME จะขยายไปยังตลาดนี้อย่างไร และที่สำคัญคือเพดาน Leverage จะถูกกำหนดมากแค่ไหน เพราะถ้าต่ำเกินไป สภาพคล่องก็อาจไม่ไหลกลับมาจากออฟชอร์อย่างที่หวัง

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI