bitkub-banner

กองทุนคริปโตเงินไหลออก 1.67 พันล้านดอลลาร์ ทุบสถิติอันดับ 2 ของปี 2026

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผลิตภัณฑ์การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญมรสุมใหญ่ หลังรายงานจาก CoinShares เผยสถิติเงินลงทุนไหลออกรายสัปดาห์มหาศาลถึง 1,670 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นอันดับสองของปี 2026
  • วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากการที่อิหร่านสั่งระงับเจรจากับสหรัฐฯ กลบกระแสข่าวเชิงบวกของร่างกฎหมาย Clarity Act สิ้นเชิง ส่งผลให้ยอดไถ่ถอนสะสม 3 สัปดาห์พุ่งแตะ 4,210 ล้านดอลลาร์
  • กองทุนบิตคอยน์ตกเป็นเป้าหมายหลักโดนเทขายยับ 1,440 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุน Ethereum โดนไป 257.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เหรียญ XRP และ HYPE กลับทำผลงานเยี่ยม มีเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิสวนกระแส

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish

การแห่ถอนเงินทุนของกลุ่มนักลงทุนสถาบันครั้งใหญ่จนทุบสถิติระดับนี้ สะท้อนชัดเจนว่า เม็ดเงินกระแสหลักกำลังหลีกหนีความเสี่ยงจากปัจจัยมหภาค ซึ่งบรรยากาศการลงทุนที่เปราะบาง บวกกับข่าวการแบ่งขายบิตคอยน์ของ Strategy ยิ่งซ้ำเติมให้ดัชนีความเชื่อมั่นดิ่งลง โมเมนตัมราคาในระยะสั้นจึงเป็นขาลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

กองทุนคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่ส่งท้ายเดือนพฤษภาคมปี 2026 โดยนักลงทุนแห่ถอนเงินออกสูงถึง 1.67 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสถิติเงินทุนไหลออกรายสัปดาห์ที่หนักหน่วงที่สุดเป็นอันดับสองของปีนี้ สาเหตุหลักมาจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงที่กำลังกดดันตลาดอย่างหนัก

รายงานจาก CoinShares ระบุว่า นี่คือการไหลออกของเม็ดเงินติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สามแล้ว ดันยอดรวมทะลุ 4.21 พันล้านดอลลาร์ โดยความตึงเครียดจากสถานการณ์ในอิหร่านได้เข้ามากลบข่าวดีเรื่องความคืบหน้าร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐอเมริกาหรือ CLARITY Act ไปจนหมดสิ้น ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน

แรงเทขายรอบนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ราคาคริปโตดิ่งลงอย่างรุนแรง โดย Bitcoin ร่วงเข้าใกล้ระดับ 70,000 ดอลลาร์ทันทีที่มีข่าวว่าอิหร่านระงับการเจรจากับสหรัฐอเมริกาเพื่อประท้วงอิสราเอล ซ้ำร้ายยังมีรายงานว่า MicroStrategy ผู้ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ได้ตัดสินใจเทขายเหรียญบางส่วนออกมาเพื่อลดความเสี่ยง

การเทขายของ MicroStrategy สร้างความตื่นตระหนกอย่างมากเพราะถือเป็นการผิดคำพูดของ Michael Saylor ที่เคยลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมขายเหรียญเด็ดขาด เหตุการณ์นี้กดดันให้ราคาบิตคอยน์ร่วงลงราว 3% โดยสหรัฐอเมริกากลายเป็นศูนย์กลางแรงเทขายที่ดึงเงินออกไปถึง 1.63 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว

แม้แต่ประเทศที่เคยนิ่งเฉยอย่างเยอรมนีก็ยังมีเม็ดเงินไหลออกกว่า 25.7 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยสวีเดนและฮ่องกง แน่นอนว่า Bitcoin คือเป้าหมายหลักที่ถูกเทขายหนักที่สุด โดยสูญเงินไปถึง 1.44 พันล้านดอลลาร์ ทำลายสถิติแรงเทขายทุกรอบของปีนี้ และฉุดให้ยอดเงินทุนไหลเข้าสะสมนับจากต้นปีหดตัวลงอย่างรวดเร็วเหลือเพียง 1.19 พันล้านดอลลาร์

ฝั่ง Ethereum เองก็บอบช้ำไม่แพ้กันหลังเผชิญเงินทุนไหลออกกว่า 257.3 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ความสนใจในเหรียญทางเลือกอื่นๆ ก็ซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด มีเพียง 5 เหรียญเท่านั้นที่ดึงดูดเงินทุนได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์ โดยมีเหรียญ XRP นำโด่งที่ 20.3 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Hyperliquid และ Near ที่ยังพอมีแรงซื้อเข้ามาหนุนบ้าง

อย่างไรก็ตามแม้ตลาดจะเพิ่งผ่านการปรับฐานอย่างรุนแรงและบรรยากาศโดยรวมจะดูย่ำแย่ลง แต่ผลิตภัณฑ์การลงทุนเหล่านี้ยังคงมีสินทรัพย์กอดไว้ในมือรวมกันกว่า 1.42 แสนล้านดอลลาร์ทั่วโลก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าเม็ดเงินก้อนโตจากบรรดานักลงทุนสถาบันยังคงเชื่อมั่นและไม่ได้หนีหายไปจากอุตสาหกรรมนี้แต่อย่างใด

ที่มา : coindesk


มุมมองผู้เขียน : ตัวเลขเงินลงทุนที่ไหลออกถึง 1,670 ล้านดอลลาร์ ในรอบนี้ คือการส่งสัญญาณเผ่นหนีของกลุ่มนักลงทุน ตราบใดที่สงครามในตะวันออกกลางยังไม่นิ่ง ราคาบิตคอยน์คงต้องใช้เวลาสร้างฐานราคาใหม่ให้มั่นคงต่อไปอีกซักระยะ