bitkub-banner

ตัวเลข JOLTS สหรัฐฯ พุ่ง 7.6 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าคาด กดดัน Bitcoin ร่วง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตัวเลข JOLTS Job Openings เดือนพฤษภาคม 2569 ออกมาที่ 7.618 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์ที่ 6.86 ล้านตำแหน่ง และสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 6.866 ล้านตำแหน่งอย่างเห็นได้ชัด
  • ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังร้อนแรง นายจ้างแย่งชิงแรงงานหนัก ส่งสัญญาณว่า Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องนานขึ้น
  • Bitcoin ร่วงอยู่ที่ $68,677 ติดลบ 4.24% ใน 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum ทรงตัวที่ $1,970.76 ติดลบเพียง 0.09%

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ตำแหน่งงานว่างที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาดมากบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังไม่ชะลอตัว ทำให้ Fed ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตในระยะสั้น

วันที่ 2 มิ.ย. 2569 เวลา 22:00 น. ตามเวลาไทย (10:00 AM EST) กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผย ตัวเลข JOLTS Job Openings (รายงานวัดความต้องการแรงงานของนายจ้างสหรัฐฯ โดยนับจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครแต่ยังไม่มีคนมาทำ) ออกมาที่ 7.618 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 6.86 ล้านตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ และยังพุ่งขึ้นจากตัวเลขเดือนก่อนหน้าที่ 6.866 ล้านตำแหน่งอีกด้วย ส่วนต่างระหว่างตัวเลขจริงกับคาดการณ์อยู่ที่กว่า 758,000 ตำแหน่ง ถือเป็นการพลิกตลาดที่ไม่มีใครคาดคิด

ผลที่ออกมาสูงกว่าคาดขนาดนี้ทำให้บรรยากาศในตลาดคริปโตเย็นลงทันที เพราะมันสื่อถึงสิ่งที่นักลงทุนไม่อยากได้ยิน นั่นคือตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังร้อนแรงกว่าที่คิด และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงมีแรงจูงใจที่จะถือดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไป

JOLTS ไม่ใช่แค่ตัวเลขจ้างงาน แต่คือสัญญาณเงินเฟ้อค่าจ้าง

หลายคนอาจสงสัยว่า JOLTS ต่างจากตัวเลขนอนฟาร์มหรือตัวเลขว่างงานอย่างไร คำตอบคือ JOLTS ไม่ได้วัดว่ามีคนได้งานกี่คน แต่วัด “ความต้องการแรงงาน” ของฝั่งนายจ้าง เมื่อตำแหน่งงานว่างสูงมาก แปลว่านายจ้างกำลังแย่งชิงแรงงานกันอย่างดุเดือด ผลที่ตามมาคือนายจ้างต้องขึ้นค่าจ้างเพื่อดึงดูดคนมาทำงาน เมื่อค่าจ้างสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้น และท้ายที่สุดราคาสินค้าก็ขึ้นตาม นี่คือวัฏจักรเงินเฟ้อที่ Fed หวาดกลัวที่สุด

อัตราส่วนที่ Fed จับตาใกล้ชิดคือจำนวนตำแหน่งงานว่างต่อจำนวนผู้ว่างงาน เมื่อตัวเลข JOLTS พุ่งขึ้นมาที่ 7.618 ล้านตำแหน่ง แต่จำนวนผู้ว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ อัตราส่วนนี้ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานตึงตัวมาก ลูกจ้างมีอำนาจต่อรองค่าจ้างสูง เป็นสัญญาณที่ทำให้ Fed ไม่สบายใจกับการลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้

ทำไมตัวเลขดีแต่คริปโตร่วง ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ที่สวนทาง

สำหรับนักลงทุนมือใหม่อาจแปลกใจที่เห็นตัวเลขแรงงานดีแต่ราคาคริปโตกลับร่วง ความจริงคือในมุมของตลาดการเงิน ข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจไม่ได้แปลว่าดีสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงเสมอไป ตรรกะคือ ตลาดแรงงานร้อนแรง ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากค่าจ้างสูงขึ้น Fed ต้องคงอัตราดอกเบี้ย Fed ไว้นานขึ้น เงินดอลลาร์แข็งค่า และสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum จะเผชิญแรงกดดัน เพราะนักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแน่นอนอย่างพันธบัตรแทน

ขณะนี้ Bitcoin เคลื่อนไหวที่ $68,677 ติดลบ 4.24% ใน 24 ชั่วโมง ส่วน Ethereum อยู่ที่ $1,970.76 ติดลบเพียง 0.09% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Bitcoin ได้รับแรงกดดันมากกว่า Ethereum ในรอบนี้ สะท้อนว่าเม็ดเงินสถาบันที่ไหลเข้า Bitcoin ผ่านกองทุน ETF มีความอ่อนไหวต่อสัญญาณนโยบายการเงินมากกว่า

แนวโน้มที่ต้องจับตาหลังจากนี้

ตัวเลข JOLTS รอบนี้เปลี่ยนภาพรวมการคาดการณ์ดอกเบี้ยในตลาดพอสมควร ก่อนหน้านี้นักลงทุนหลายรายหวังว่า Fed อาจลดอัตราดอกเบี้ย Fed ได้ในช่วงปลายปี 2569 แต่เมื่อตลาดแรงงานยังตึงตัวขนาดนี้ ความคาดหวังดังกล่าวอาจต้องถูกเลื่อนออกไปอีก ตัวเลขที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือรายงาน JOLTS เดือนถัดไป ตัวเลขนอนฟาร์ม และตัวเลข CPI สหรัฐฯ เพื่อดูว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากค่าจ้างได้ซึมผ่านไปถึงราคาสินค้าแล้วหรือยัง หากตัวเลขเหล่านี้ยังร้อนแรง บรรยากาศ risk-off ก็อาจยืดเยื้อต่อไปในตลาดคริปโต


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลข JOLTS รอบนี้ทำให้ภาพการลดดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ยากขึ้นมากจริง ๆ ต้องยอมรับว่าตัวเลขที่พุ่งจาก 6.866 ล้านไปเป็น 7.618 ล้านตำแหน่งในเดือนเดียว ถือว่าสะดุ้งเลยทีเดียว มันไม่ใช่แค่ “ดีกว่าคาดนิดหน่อย” แต่เป็นการพุ่งขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

สำหรับคนที่ถือ Bitcoin อยู่ ผมคิดว่าแนวรับแถว $65,000-$67,000 คือโซนที่ต้องจับตาใกล้ชิด ถ้าข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวอื่น ๆ ที่จะออกมาในช่วงนี้ยังร้อนแรงต่อเนื่อง แรงขายอาจเพิ่มขึ้นได้อีก แต่ในทางกลับกัน ถ้าตัวเลขอื่นเริ่มอ่อนตัว ตลาดก็อาจพลิกกลับมาได้เร็ว เพราะพื้นฐานของ Bitcoin ระยะยาวยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง ตอนนี้คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณอะไรออกมาอีกในสัปดาห์หน้า

ภาพจาก AI

📅 ผู้ที่สนใจดูปฏิทินเศรษฐกิจ สามารถดูได้ที่นี่