bitkub-banner

เทรดเดอร์ Bitcoin พลิกมุมมองเป็นขาลง หลังราคาดิ่งแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์ Myriad ประเมินว่ามีโอกาสสูงถึง 53% ที่ราคา Bitcoin จะร่วงลงไปแตะ 55,000 ดอลลาร์ มากกว่าที่จะฟื้นตัวกลับขึ้นไปที่ 84,000 ดอลลาร์ ซึ่งลดลงอย่างมากจากวันจันทร์ที่เคยเทคะแนนให้ฝั่งขาขึ้นถึง 62%
  • ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงมากกว่า 5% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยลงมาซื้อขายอยู่ที่ 67,312 ดอลลาร์ และทำให้ภาพรวมในรอบสัปดาห์ดิ่งลงไปแล้วกว่า 12% ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำกว่า 68,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน
  • แรงกดดันมหาศาลในตลาดยังส่งผลให้สัญญาสถานะฝั่งซื้อ (Long Positions) มูลค่าเกือบ 600 ล้านดอลลาร์ถูกบังคับปิดสถานะ หรือ Liquidation ภายในเวลาเพียงวันเดียวตามข้อมูลจาก CoinGlass

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

การเสื่อมถอยของความเชื่อมั่นในกลุ่มเทรดเดอร์ ประกอบกับตัวเลขการบังคับล้างพอร์ตฝั่ง Long ที่สูงเกือบ 600 ล้านดอลลาร์ และการที่กองทุน ETF พลิกกลับมาติดลบ ytd ล้วนเป็นปัจจัยลบที่ตอกย้ำโครงสร้างราคาขาลงในระยะสั้น

ความเชื่อมั่นของเทรดเดอร์ที่มีต่อความสามารถในการฟื้นตัวระยะสั้นของ Bitcoin กำลังเสื่อมถอยลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากราคาปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนลงมาซื้อขายบริเวณ 67,312 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการร่วงลงกว่า 46% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 126,080 ดอลลาร์

ชนวนเหตุที่ทำให้มุมมองของนักลงทุนพลิกกลับมาเป็นขาลงอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัท Strategy ซึ่งเป็นผู้ถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในภาคเอกชน ได้รายงานการขายบิตคอยน์จำนวน 32 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 2.5 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการขายออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกของบริษัทตั้งแต่ปี 2022 หลังจากที่สะสมสินทรัพย์ดิจิทัลนี้มาจนมีมูลค่ารวมกว่า 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะเป็นจำนวนเพียงเล็กน้อย แต่เหตุการณ์นี้ก็ตรงกับคำเตือนของนักวิเคราะห์ล่วงหน้าที่ระบุว่าการขยับตัวขายของ Michael Saylor อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้และทำลายความเชื่อมั่นในตัวสินทรัพย์ของนักลงทุนรายย่อยได้ทันที

นอกจากนี้ ตลาดคริปโตยังต้องเผชิญกับมรสุมเงินทุนไหลออกจากฝั่งสถาบัน โดยกองทุน U.S. Bitcoin ETF บันทึกสถิติเงินทุนไหลออกติดต่อกันยาวนานถึง 11 วันทำการ ส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลออกจากผลิตภัณฑ์นี้ไปแล้วกว่า 3.4 พันล้านดอลลาร์ ยอดการแห่ถอนทุนที่รุนแรงในรอบนี้ส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างจนทำให้ตัวเลขกระแสเงินทุนสะสมนับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year-to-Date) ของกองทุน Bitcoin ETF พลิกกลับมาติดลบเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหมายความว่าปริมาณเงินรวมที่ไหลออกจากกองทุนมีมากกว่าเงินที่ไหลเข้าตั้งแต่เริ่มเปิดตัว

ภาวะตลาดที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับกลุ่มนักเก็งกำไรที่คาดหวังการรีบาวด์ โดยข้อมูลจาก CoinGlass ชี้ว่าสัญญาสถานะฝั่ง Long หรือการเดิมพันว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้น มูลค่ารวมเกือบ 600 ล้านดอลลาร์ได้ถูกระบบบังคับล้างพอร์ตไปอย่างราบคาบในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้ราคาตลาดร่วงหลุดแนวรับสำคัญและเข้าสู่แนวโน้มขาลงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการร่วงหลุด 68,000 ดอลลาร์รอบนี้คือภาพสะท้อนของภาวะตลาดที่เรียกว่า Panic Selling หรือการแห่ขายด้วยความตื่นตระหนกครับ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการตีความข่าวเรื่องการขายเหรียญของ Strategy ในเชิงลบเกินไปจนไปกระตุ้นให้เกิดแรงขายในตลาดอนุพันธ์อย่างรุนแรง การที่พอร์ตฝั่ง Long โดนล้างไปถึงหกร้อยล้านดอลลาร์มันเหมือนโดมิโนที่ยิ่งกดให้ราคาดิ่งลงเร็วกว่าปกติ ในระยะสั้นตราบใดที่ฝั่งกองทุน ETF ในสหรัฐฯ ยังหยุดไหลออกไม่ได้ ตลาดก็น่าจะยังอยู่ในช่วงไซด์เวย์ดาวน์เพื่อหาฐานใหม่ แนะนำให้นักเทรดชะลอการเปิดสถานะสวนเทรนด์ไปก่อน และหันไปโฟกัสการตั้งรับตรงแนวรับสำคัญถัดไปเพื่อความปลอดภัยของพอร์ตครับ