bitkub-banner

ต้นทุนค่าไฟขุด Bitcoin อยู่ที่ราว $48,684  และในอดีตราคา BTC แทบไม่เคยอยู่ต่ำกว่าระดับนี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ต้นทุนค่าไฟในการขุด Bitcoin ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ $48,684 ต่อ BTC ขณะที่ราคาตลาดยังสูงกว่าระดับดังกล่าวราว 19% และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Bitcoin เคยลงไปแตะหรือต่ำกว่าระดับนี้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
  • Capriole Investments ประเมินต้นทุนค่าไฟในการขุด Bitcoin ลดลงมาอยู่ที่ราว $46,426 ในช่วงต้นปี 2026 สะท้อนการพัฒนาด้านประสิทธิภาพของเครื่องขุดและการแข่งขันด้าน Hashrate ที่เพิ่มขึ้น
  • Bitcoin ในปี 2026 มีความแตกต่างกันอย่างมากตามค่าไฟและประสิทธิภาพของเครื่องขุด โดยผู้ประกอบการที่มีต้นทุนไฟฟ้าสูงอาจเริ่มขาดทุนเมื่อราคาตลาดปรับตัวลงแรง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

ต้นทุนค่าไฟถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่นักวิเคราะห์ด้านการขุดให้ความสำคัญมาโดยตลอด เนื่องจากเมื่อราคาปรับตัวเข้าใกล้ระดับดังกล่าว ผู้ขุดจำนวนมากจะเริ่มลดกำลังการผลิตหรือปิดเครื่อง ส่งผลให้แรงขายจากฝั่งผู้ขุดลดลง และช่วยสร้างแนวรับให้กับตลาดในระยะยาว

ท่ามกลางแรงกดดันที่ทำให้ Bitcoin ร่วงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มหันกลับมาจับตาตัวเลขที่เรียกว่า “Electric Cost” หรือต้นทุนค่าไฟในการขุด Bitcoin ต่อ 1 เหรียญ ซึ่งปัจจุบันถูกประเมินไว้ที่ราว $48,684 โดยข้อมูลจาก Ted Pillows ชี้ว่า ในอดีตราคา Bitcoin แทบไม่เคยเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับดังกล่าวเป็นเวลานาน ทำให้ตัวเลขนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแนวรับเชิงโครงสร้างที่สำคัญของตลาด

Electric Cost คืออะไร และทำไมถึงถูกจับตา

Electric Cost หมายถึงต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ใช้ในการขุด Bitcoin ภายใต้ระดับความยากของเครือข่ายในปัจจุบัน โดยยังไม่รวมค่าเครื่องขุด ค่าบำรุงรักษา หรือค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ

SimpleMining ระบุว่า สำหรับผู้ขุดรายใหญ่ที่ใช้เครื่อง ASIC รุ่นใหม่ ต้นทุนค่าไฟคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 75–85% ของต้นทุนทั้งหมดในการผลิต Bitcoin หนึ่งเหรียญ ดังนั้นเมื่อราคาตลาดลดลงจนเข้าใกล้ต้นทุนค่าไฟ ผู้ขุดจำนวนมากจะเริ่มสูญเสียความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และอาจตัดสินใจปิดเครื่องชั่วคราว ส่งผลให้แรงขายจากฝั่งนักขุดลดลงตามไปด้วย

ย้อนดูสถิติในอดีต

ข้อมูลที่ Ted Pillows อ้างอิงระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Bitcoin เคยลงไปแตะโซนต้นทุนค่าไฟเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น โดยเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือช่วงวิกฤต COVID-19 ในเดือนมีนาคม 2020 และช่วงหลัง Halving ในปี 2024 ซึ่งทั้งสองช่วงกลายเป็นบริเวณที่ตลาดสร้างฐานก่อนฟื้นตัวในเวลาต่อมา

MEXC และ CryptoPotato ระบุว่านักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าระดับต้นทุนการขุดมีความสัมพันธ์กับจุดต่ำสุดของตลาดในระยะยาว แม้จะไม่ใช่ตัวเลขที่สามารถใช้ทำนายราคาได้อย่างแม่นยำก็ตาม

ต้นทุนที่ลดลง อาจเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขต้นทุนค่าไฟไม่ได้หยุดนิ่งตลอดเวลา

KuCoin รายงานว่าต้นทุนดังกล่าวลดลงจากประมาณ $48,684 เหลือราว $46,426 ในช่วงต้นปี 2026 เนื่องจากเครื่องขุดรุ่นใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงมีการปรับตัวของ Hashrate ภายในเครือข่าย

ขณะที่ Blocklr อธิบายว่า หากผู้ขุดจำนวนมากออกจากตลาด Hashrate จะลดลง ส่งผลให้ต้นทุนการขุดเฉลี่ยปรับตัวลดลงตามไปด้วย ซึ่งหมายความว่า “แนวรับจากต้นทุนการขุด” เองก็สามารถขยับต่ำลงได้เช่นกัน ไม่ใช่ระดับคงที่ที่ตลาดจะยึดถือได้ตลอดไป


ในมุมผู้เขียน แม้ต้นทุนค่าไฟจะไม่ใช่ตัวชี้วัดที่สามารถบอกจุดต่ำสุดของ Bitcoin ได้อย่างแม่นยำ แต่ก็เป็นหนึ่งในข้อมูลเชิงพื้นฐานที่น่าสนใจที่สุดในช่วงที่ตลาดกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ปัจจุบัน Bitcoin ยังซื้อขายสูงกว่าระดับดังกล่าวอยู่พอสมควร แต่หากตลาดยังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง โซน $48,000–$50,000 อาจกลายเป็นพื้นที่ที่นักลงทุนระยะยาวจำนวนมากเริ่มจับตามองมากขึ้น เพราะเป็นบริเวณที่ต้นทุนการผลิตของเครือข่ายเริ่มเข้ามามีบทบาทต่อสมดุลของอุปสงค์และอุปทานอย่างชัดเจน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง