bitkub-banner

Arthur Hayes เตือนราคาน้ำมันพุ่งอาจบีบ Trump โจมตีอุตสาหกรรม AI หวั่นพา Bitcoin ร่วงหนัก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Arthur Hayes คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อาจบีบให้ Trump ต้องหันมาโจมตีอุตสาหกรรม AI เพื่อเรียกคะแนนเสียงจากประชาชนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพ
  • สภาพคล่องในตลาดกำลังถูกดูดซับจากการก่อหนี้มหาศาลของกลุ่มบริษัท AI ผสานกับการเตรียม IPO ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยหลักที่เจาะฟองสบู่ AI ให้แตกออกในเร็วๆ นี้
  • แม้คาดว่าตลาดจะเผชิญกับวิกฤตการเงินและทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างหนักในระยะสั้นแต่เขายังคงเชื่อมั่นว่าท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลจะกลับมาพิมพ์เงินซึ่งจะหนุนให้ราคากลับมาพุ่งทะยานได้อีกครั้ง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

การคาดการณ์ถึงฟองสบู่ AI ที่อาจแตกออกและสภาวะสภาพคล่องที่ถูกดูดซับไปกับการระดมทุนขนาดใหญ่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงระดับมหภาคที่อาจกดดันให้เกิดแรงเทขายรุนแรงในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีในระยะสั้น

Arthur Hayes นักลงทุนและนักวิเคราะห์ชื่อดังได้ออกมาแสดงมุมมองว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่บีบให้ประธานาธิบดี Trump ต้องหันมาใช้วาทกรรมโจมตีกลุ่มบริษัท AI ซึ่งการเปลี่ยนผ่านนโยบายหาเสียงในลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งตลาดหุ้น ภาคธนาคาร และ Bitcoin ไปพร้อมกัน

Hayes มองว่าเป็นเรื่องผิดปกติที่ตลาดกลับเพิกเฉยต่อประเด็นราคาน้ำมัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ Trump และกลุ่ม IRGC ของอิหร่านยังคงแลกเปลี่ยนคำขู่กันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาเรือขนส่งที่ติดขัดบริเวณช่องแคบ Hormuz ในขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีของสหรัฐก็อยู่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 0.5% และความมั่งคั่งจาก AI กลับไหลไปกระจุกตัวอยู่แค่กลุ่มคนสายเทคเพียงหยิบมือ

ในมุมมองของเขา หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางดันให้ราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูงขึ้นก่อนการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน กลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ยังลังเลอาจตัดสินใจลงโทษพรรครีพับลิกันได้ ดังนั้น Trump จึงมีแนวโน้มที่จะหันมาใช้กลุ่มบริษัท AI เป็นกระสอบทรายทางการเมือง เนื่องจากประชาชนเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนค่าไฟฟ้า การแย่งทรัพยากรในท้องถิ่น และผลกระทบต่อตำแหน่งงานอยู่แล้ว

Hayes คาดเดาว่า Trump อาจเสนอนโยบายจำกัดการขยายตัวของ Data Center การจัดเก็บภาษี AI รวมถึงการแจกเงินเยียวยาที่ดึงมาจากผลกำไรของบริษัทเทค ซึ่งหากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง ตลาดก็จะเกิดความตื่นตระหนก โดยเขายกตัวอย่างกรณีที่หุ้น TSLA ร่วงลงถึง 18% ภายในวันเดียวหลังจากที่ Trump ขู่จะยกเลิกสัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของ Elon Musk

นอกจากประเด็นทางการเมืองแล้ว Hayes ยังชี้ให้เห็นว่าวงการ AI กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและสภาวะโอเวอร์ซัพพลายจากการเตรียม IPO ของบริษัทขนาดยักษ์อย่าง SpaceX, Anthropic และ OpenAI ซึ่งเขาประเมินว่าอุตสาหกรรม AI ได้กู้ยืมเงินไปแล้วกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดถูกดูดซับไปจนหมด

ปัจจุบัน Maelstrom ซึ่งเป็นกองทุนของเขาได้ปรับพอร์ตโดยเข้าซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตพลังงานในสหรัฐและเทขายหุ้น AI รวมถึงเหรียญอย่าง HYPE, NEAR, WLD และ ZEC ออกไปแล้ว แต่เขายังคงถือครอง Bitcoin และ Ether เอาไว้ แม้จะมองว่า Ether ดูจะนิ่งสนิทแต่ก็ยังใช้งานได้ดี โดยเขาเชื่อมั่นว่าหากฟองสบู่ AI แตกจนลุกลามเป็นวิกฤตการเงิน ท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลก็จะต้องงัดมาตรการพิมพ์เงินหรือ Big Print ออกมาใช้อีกครั้ง ซึ่งนั่นจะเป็นจังหวะที่ทำให้ Bitcoin ร่วงลงอย่างหนักก่อนที่จะพุ่งทะยานกลับขึ้นมาได้อย่างรุนแรง

ที่มา: cryptopolitan


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าสมมติฐานของ Arthur Hayes น่าสนใจมากครับ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสภาพคล่องในตลาดที่ถูกดูดไปกับกระแส AI และการกู้ยืม หากเกิดการสะดุดขึ้นมาจริงๆ การแห่เทขายเพื่อดึงเงินสดกลับจะสร้างแรงกระแทกมหาศาลต่อทุกตลาด รวมถึง Bitcoin ด้วย นักลงทุนจึงควรระมัดระวังความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในช่วงที่บริษัทเทคยักษ์ใหญ่เตรียมเข้า IPO ครับ