สรุปข่าว
- Bitcoin Fear & Greed Index ทรุดตัวลงอย่างรุนแรงมาอยู่ที่ระดับ 8-10 ในช่วงนี้ซึ่งเป็นระดับกลัวขั้นสุดเทียบเท่ากับช่วงวิกฤตการณ์ FTX ล่มสลายในปี 2022
- อ้างอิงข้อมูลกราฟประวัติศาสตร์ของ Bitbo เผยว่า ทุกครั้งที่ดัชนีพุ่งลงแตะหลักหน่วย มักจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงจุดต่ำสุดของวัฏจักร หรือการกลับตัวขึ้นเสมอ
- Swissblock ระบุว่า สัญญาณแรกของการฟื้นตัวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อโมเมนตัมดีดกลับมาเหนือระดับ -0.5 เพื่อยืนยันว่าการเทขายอย่างยอมจำนนได้สิ้นสุดลงแล้ว
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
ดัชนีความกลัวและความโลภของ Bitcoin ดิ่งลงสู่ระดับวิกฤตที่ 9 คะแนน หลังจากทำจุดต่ำสุดที่ 8 คะแนนเมื่อสองวันก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับความกลัวขั้นสุดแบบเดียวกับช่วงที่กระดานเทรด FTX ล่มสลายในปี 2022 แต่ข้อมูลทางสถิติจากระบุว่าสภาวะความกลัวระดับหลักหน่วยมักเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงจุดต่ำสุดของราคารอบนั้นๆ เสมอ
ดัชนีความกลัวและความโลภของบิทคอยน์ หรือ Bitcoin Fear&Greed Index เมื่อสองวันก่อนได้ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 8 คะแนน หลังจากที่ราคาได้หลุดลงมาต่ำกว่า $62,000 และดูเหมือนว่าสถานการณ์ในวันนี้ก็ยังคงไม่ได้ดีขึ้นนัก
อ้างอิงข้อมูลจากดัชนี ในวันนี้ Bitcoin ได้ทำคะแนนไว้ที่ 9 แต้ม ซึ่งเห็นได้ชัดว่าตลอดระยะเวลาเพียงแค่ 30 วันที่ผ่านมา โมเมนตัมขาขึ้นของ Bitcoin ได้สลายหายไปอย่างรวดเร็วจากเดิมที่เคยทำคะแนนสูงถึง 47 แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงหลักหน่วย
ความกลัวของตลาดในปัจจุบันเรียกได้ว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับการล่มสลายของ FTX เพียงแต่ว่าความกลัวในคราวนี้ล้วนไม่ได้เกิดจากตัวของคริปโตเองเป็นหลัก แต่มีสาเหตุมาจากสภาพคล่องที่ไหนกลับไปยังหุ้นเทคและ AI จนหมด ทิ้งให้คริปโตกลายเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนไม่คุ้มกับความเสี่ยง
ราคาหลุมแล้ว?
อ้างอิงข้อมูลจากกราฟของ Bitbo นักลงทุนอาจเริ่มสังเกตได้ว่าเวลาที่ดัชนีความกลัวและความโลภพุ่งลงต่ำถึงขีดสุด สัญญาณของจุดต่ำสุดก็มักปรากฏตัวขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์มาแล้วว่ามันเป็นจริง
ในครั้งก่อนที่ Bitcoin เกิดความกลัวหนักได้ถึงขนาดนี้ราคาของมันยังคงการซื้อขายเพียงแค่ $3,000 เท่านั้นในปี 2020 และ $18,000 ในปี $2022 แต่ในปัจจุบัน Bitcoin กลับยังสามารถซื้อขายได้เหนือ $61,000
ถ้าหากนำข้อมูลของปีนี้มาประกอบด้วย เช่นจุดต่ำสุดในเดือน ก.พ. จะเห็นได้ชัดเลยว่าถัดจากนั้น Bitcoin ต่างได้พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างรุนแรงในช่วง 2-3 เดือนให้หลัง หมายความว่าจากจุดนี้ Bitcoin ก็อาจจะฟื้นตัวได้จริง
ด้านนักวิเคราะห์นามว่า BitcoinVector ยังมีการเผยให้เห็นว่า ดัชนีโมเมนตัมได้ร่วงหลุดต่ำกว่าเกณฑ์ +0.5 ไปล่วงหน้าเป็นเวลานาน ก่อนที่ราคาจริงจะเกิดการพังทลายลงมา แสดงว่าโมเมนตัมจะส่งสัญญาณก่อนเสมอ
นอกจากนี้ กราฟชุดเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่า แรงซื้อในตลาดสปอต ได้เริ่มอ่อนกำลังลง ณ วินาทีนั้นพอดี โดยดัที่ชนีปริมาณการซื้อขายสะสมได้พลิกกลับมาติดลบอยู่ที่ประมาณ -1,000 ซึ่งเป็นสัญญาณชี้ชัดว่า กลุ่มผู้ขาย ได้เข้าควบคุมกระดานซื้อขายสปอตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในปัจจุบัน ดัชนีโมเมนตัมได้ดิ่งลงไปจมสนิทอยู่ที่เพดานด้านล่างสุด ที่ระดับ -1.00
ขณะเดียวกัน Swissblock แพลตฟอร์มวิเคราะห์ยังมีการเปิดเผยว่า โมเมนตัมขาขึ้นจะกลับขึ้นมาได้ Bitcoin จำเป็นต้องดีดกลับขึ้นมาเหนือระดับ -0.5 เพื่อเป็นสัญญาณชี้ว่า สภาวะการเทขายตัดขาดทุนอย่างยอมจำนนกำลังเริ่มคลี่คลายลง และปูทางไปสู่เป้าหมายที่โซนเหนือ $70,000
พวกเขาเรียกการเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวว่า เป็นสัญญาณแรกของการฟื้นฟูรากฐาน ซึ่งตราบใดที่สิ่งนี้ยังไม่เกิดขึ้น ทางบริษัทมองว่าตลาดจะยังคงเปราะบาง และสินทรัพย์อาจจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ หรือค่อย ๆ ซึมลง โดยสถานการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นทั้งสอนล้วนแล้วแต่เป็นไปได้ทั้งคู่จนกว่าจะมีแนวโน้มเข้ามาเปลี่ยนทิศทาง
สุดท้ายนี้ แม้ว่าดัชนีความกลัวของ Bitcoin ในเวลานี้จะอยู่ในระดับที่รุนแรงมากเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต แต่จุดต่ำสุดที่แท้จริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว จะชัดเจนก็ต่อเมื่อเหตุการณ์นั้นได้ผ่านพ้นไปแล้วเท่านั้นทำให้เรายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจุดต่ำสุดเมื่อไม่นานมานี้ได้เป็นจุดลึกที่สุดของวัฏจักรแล้วหรือยัง
ที่มา : Beincrypto
มุมมองผู้เขียน : ในอดีต ความกลัวระดับนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่มีวิกฤตการณ์ระดับสถาบันล่มสลายหรือระบบบล็อกเชนเกือบพังเท่านั้นแต่การที่รอบนี้ตลาดกลัวหนักเพียงเพราะเงินหมุนไปเข้าหุ้น AI แสดงว่าสภาพจิตใจของนักลงทุนรายย่อยเปราะบางอย่างมาก ซึ่งหากมองในเชิงกลยุทธ์แล้วจังหวะที่ดัชนีจมดิ่งสู่ความกลัวอาจเป็นโอกาสทองสำหรับนักเทรดบางคนที่กล้าเสี่ยงและเชื่อมั่นใน Bitcoin

