bitkub-banner

ดับฝัน Sam Bankman-Fried โอกาสรับอภัยโทษลดฮวบ หลังเพื่อนร่วมคุกแฉไร้สำนึก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • โอกาสที่ Sam Bankman-Fried อดีตผู้บริหารสูงสุดของเว็บเทรด FTX จะได้รับอภัยโทษทางการเมืองลดน้อยลง หลังอดีตเพื่อนร่วมห้องขังออกมาแฉว่า เจ้าตัวไม่เคยแสดงความสำนึกผิด หรือยอมรับความผิดพลาดของตนเองเลย
  • Michael Avenatti เพื่อนร่วมห้องขังเผยพฤติกรรมเบื้องหลัง ระบุ Sam Bankman-Fried ยังคงปฏิเสธความรับผิดชอบ ชี้ความมั่นใจที่มากเกินไปและการขาดทีมบริหารมืออาชีพคือ ชนวนเหตุทำเว็บเทรดล่มสลายจนสร้างความเสียหายแก่ผู้ใช้งานทั่วโลก
  • นักวิเคราะห์การเมืองฟันธง ทำเนียบขาวภายใต้รัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่มีแนวโน้มที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือคดีฉ้อโกงทางการเงินระดับประวัติศาสตร์นี้ ส่งผลให้อนาคตของเขาต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการชั้นศาลอุทธรณ์เพียงอย่างเดียว

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

กระแสข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการขออภัยโทษและการใช้ชีวิตในเรือนจำของSam Bankman-Fried ถือเป็นประเด็นด้านคดีความบุคคลในอดีต ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคา และสภาพคล่องหมุนเวียนของบิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ บนกระดานเทรด

โอกาสที่ Sam Bankman-Fried (SBF) อดีตซีอีโอของ FTX จะได้รับการอภัยโทษจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดูเหมือนจะยิ่งริบหรี่ลงไปอีก หลังจาก Michael Avenatti อดีตเพื่อนร่วมห้องขัง ออกมาบอกว่า SBF ไม่เคยยอมรับว่า ตัวเองทำผิด ซึ่งนี่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คำขออภัยโทษไม่ประสบความสำเร็จ

ความคิดเห็นดังกล่าว เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ SBF ยื่นเรื่องขออภัยโทษอย่างเป็นทางการ แม้ว่าก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเคยบอกชัดว่า ยังไม่มีแผนจะอภัยโทษให้กับอดีตเจ้าพ่อคริปโตรายนี้

โดยปัจจุบัน SBF กำลังรับโทษจำคุก 25 ปี หลังถูกตัดสินว่า มีความผิดในคดีฉ้อโกงและสมคบคิด จากการล่มสลายของเว็บเทรด FTX แม้ว่าทีมกฎหมายของเขาจะยังเดินหน้าต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ พร้อมกับยื่นขออภัยโทษไปด้วย แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีสัญญาณจากทำเนียบขาวว่า จุดยืนจะเปลี่ยนแปลง

Michael Avenatti ที่เคยอยู่ห้องขังเดียวกับ SBF เปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่พูดคุยกัน SBF ไม่เคยยอมรับว่า ตัวเองทำอะไรผิดเลย

โดย Michael Avenatti มองว่า การยอมรับความผิดและการแสดงความสำนึกผิด เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สะท้อนถึงการกลับตัวกลับใจ และมีผลต่อการพิจารณาอภัยโทษ ดังนั้นการที่ SBF ยังปฏิเสธความรับผิดชอบ จึงทำให้โอกาสได้รับการช่วยเหลือทางการเมืองยิ่งน้อยลง

Avenatti ยังยอมรับว่า SBF เป็นคนฉลาดและมีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยี แต่เชื่อว่าความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป และการตัดสินใจที่ผิดพลาด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ เว็บเทรด FTX ต้องล่มสลาย

นอกจากนี้ เขายังมองว่า SBF ไม่ได้สร้างทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์มากพอที่จะควบคุมการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท พร้อมเปรียบเทียบกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่ง ที่ดึงผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาช่วยบริหารเมื่อธุรกิจขยายตัว

Avenatti  เชื่อว่า หาก FTX มีระบบกำกับดูแลกิจการที่แข็งแรงกว่านี้ อาจสามารถหลีกเลี่ยงหายนะครั้งใหญ่นี้ได้

แม้ SBF จะถูกตัดสินจำคุก แต่ SBF ยังคงโต้แย้งหลายประเด็นในคดี โดยย้ำว่า ลูกค้าหลายรายของ FTX ได้รับเงินคืนผ่านกระบวนการล้มละลายและการกู้คืนทรัพย์สิน แต่อัยการยังสามารถพิสูจน์ต่อศาลได้ว่า เงินของลูกค้าถูกนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสม และนักลงทุนรวมถึงผู้ใช้งานได้รับความเสียหายอย่างหนัก

คดีของ SBF จึงถือเป็นหนึ่งในคดีสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์วงการคริปโต และกลายเป็นกรณีศึกษาที่ส่งผลต่อการออกกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

แม้ว่าทรัมป์จะเคยใช้อำนาจอภัยโทษและลดโทษให้กับหลายคดีในรัฐบาลสมัยที่สองของเขา แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีชื่อของ SBF อยู่ในกลุ่มที่กำลังได้รับพิจารณา

นักวิเคราะห์ทางการเมืองมองว่า คดีฉ้อโกงทางการเงินขนาดใหญ่ มักมีโอกาสได้รับอภัยโทษต่ำอยู่แล้ว และการที่ SBF ยังขาดแรงสนับสนุนจากบุคคลสำคัญทางการเมืองที่มีอิทธิพล ก็ยิ่งทำให้โอกาสลดน้อยลงไปอีก

แม้กระบวนการอุทธรณ์จะยังเดินหน้าต่อ แต่เมื่อจุดยืนของประธานาธิบดี เสียงวิจารณ์จากสังคม และประเด็นเรื่องการไม่ยอมรับความผิด ทำให้โอกาสที่ SBF จะได้รับการอภัยโทษในเร็ว ๆ นี้ยังถือว่า ค่อนข้างริบหรี่ และอนาคตของเขาน่าจะขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมมากกว่าเรื่องของผลทางการเมือง

ที่มา : catenaa


มุมมองผู้เขียน :  การที่ Sam Bankman-Fried ยังไม่แสดงความสำนึกผิดในเรือนจำ พิสูจน์ให้เห็นว่าคำขอโทษที่ผ่านมา อาจเป็นแค่ละครตบตา และหาก SBF ไม่ได้รับการอภัยโทษจาก โดนัลด์ ทรัมป์ สุดท้ายแล้ว SBF อาจคงต้องก้มหน้าก้มตาชดใช้กรรมในคุกไปให้ครบ 25 ปีตามระเบียบ