bitkub-banner

เทรนด์เปลี่ยน ? ที่ปรึกษาการเงินเมิน Bitcoin หันโฟกัส Stablecoin – Tokenization

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Matt Hougan CIO ของ Bitwise เผยว่า ที่ปรึกษาทางการเงินกว่า 40 รายเริ่มสนใจ Stablecoin และ Tokenization มากกว่า Bitcoin
  • นักลงทุนสถาบันกำลังมองหาการใช้งานบล็อกเชนในโลกจริง ทั้งด้านการชำระเงิน การเงิน และตลาดทุน มากกว่าการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว
  • Ethereum, Solana, Chainlink และ Avalanche ถูกมองว่าอาจเป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์ หากเม็ดเงินสถาบันเริ่มไหลเข้าสู่ธีมดังกล่าว

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Matt Hougan CIO ของ Bitwise เผยว่า ที่ปรึกษาทางการเงินจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจ Stablecoin และ Tokenization มากกว่า Bitcoin สะท้อนว่า มุมมองของนักลงทุนสถาบันกำลังเปลี่ยนจากการมองคริปโตเป็นเพียงสินทรัพย์ลงทุน ไปสู่การมองศักยภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนในการใช้งานจริงมากขึ้น แม้ Hougan ยังเชื่อว่า Bitcoin จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว แต่หากเม็ดเงินสถาบันรอบใหม่ไหลเข้าสู่ตลาด สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin และ Tokenization อย่าง Ethereum, Solana หรือ Chainlink อาจได้รับประโยชน์ก่อน และกลายเป็นหนึ่งในธีมสำคัญของตลาดคริปโตรอบถัดไป

Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) ของ Bitwise ที่เพิ่งเดินสายประชุมร่วมกับทีมที่ปรึกษาทางการเงินระดับท็อปกว่า 40 รายในสัปดาห์เดียว  สิ่งที่เขาค้นพบอาจทำให้หลายคนต้องปรับมุมมองที่มีต่อตลาดคริปโตกันใหม่ 

Hougan ระบุว่า แม้ตลาดคริปโตจะยังอยู่ในช่วงซบเซา แต่ความสนใจจากกลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินไม่ได้ลดลงตามราคา หากแต่กำลังขยายไปสู่การใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนในโลกจริงมากขึ้น โดยเฉพาะ Stablecoin และ Tokenization 

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่า Bitcoin จะหมดความน่าสนใจ  Hougan เองก็ยอมรับว่า สำหรับนักลงทุนระยะยาว การที่ราคา Bitcoin ยืนอยู่เหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์ ถือเป็นจุดเข้าซื้อที่น่าดึงดูดใจ และสถิติในอดีตก็บอกชัดเจนว่า พี่ใหญ่อย่าง Bitcoin มักจะเป็นผู้นำพาตลาดคริปโตหลุดพ้นจากหลุมดำเสมอ 

แต่เหตุผลที่กลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินหันไปตื่นเต้นกับสิ่งใหม่มากกว่า มาจากสองปัจจัยหลัก ประการแรกคือ ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อหรือเงินกระดาษเสื่อมค่าเริ่มจางหายไป สังเกตได้จากราคาทองคำที่ร่วงลงมาประมาณ 20% จากจุดสูงสุด ทำให้สตอรี่ของ Bitcoin ในฐานะทองคำดิจิทัลดึงดูดความสนใจได้น้อยลง 

ประการที่สองคือ เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังถูกนำไปใช้งานจริงในระดับโลก การที่บิ๊กบอสจากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ออกมาพูดถึงเรื่อง Tokenization กันอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนสถาบันรู้สึกว่านี่คือ ขบวนรถไฟแห่งอนาคตที่พวกเขาตกรถไม่ได้ 

Hougan ชี้ให้เห็นแพตเทิร์นที่น่าสนใจว่า ในทุกๆ รอบที่ตลาดคริปโตกลายเป็นขาขึ้นเต็มตัว หรือ “ตลาดกระทิง” มักจะเกิดจากการผสมผสานระหว่างโปรดักส์ใหม่และกลุ่มนักลงทุนหน้าใหม่เสมอ อย่างเช่นในอดีตเรามีแพลตฟอร์มใหม่อย่าง Ethereum ยุค DeFi หรือกองทุน Spot ETF สำหรับก้าวต่อไป

 โปรดักส์ใหม่ที่จะเป็นตัวจุดชนวนก็คือ Stablecoin และการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับโลกจริง ส่วนกลุ่มนักลงทุนหน้าใหม่ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนตลาด เขาฟันธงเลยว่าคือกลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินและนักลงทุนสถาบัน การที่พวกเขายังคงสนใจศึกษาตลาดแม้ในยามที่ราคาร่วงหนัก ถือเป็นสัญญาณบวกที่ทรงพลังมาก 

หากเม็ดเงินมหาศาลจากกลุ่มที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันดูแลเม็ดเงินรวมกันทั่วโลกกว่า 175 ล้านล้านดอลลาร์ ไหลเข้ามาในตลาดจริงๆ เงินก้อนนี้อาจจะไม่ได้วิ่งไปหา Bitcoin เป็นอันดับแรก แต่มันจะไหลไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องแทน 

ชื่อของโปรเจกต์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในที่ประชุมล้วนเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันดี ไม่ว่าจะเป็น Ethereum (ETH), Solana (SOL), Chainlink (LINK), Avalanche (AVAX) รวมถึงแพลตฟอร์มเทรดหน้าใหม่อย่าง Hyperliquid ไปจนถึงบริษัทคริปโตที่ทำธุรกิจแบบดั้งเดิมอย่าง Coinbase และ Circle 

บทสรุปของการเดินสายในครั้งนี้ของ Hougan สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินในปัจจุบันมีความรู้ความเข้าใจในศักยภาพของคริปโตแบบลึกซึ้งและกว้างขวางกว่าเมื่อช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้มาก ซึ่งการพัฒนาและเปลี่ยนผ่านทางความคิดของกลุ่มคนกุมบังเหียนเงินทุนระดับโลกเหล่านี้แหละ ที่อาจจะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ไขประตูพาเราเข้าสู่ตลาดกระทิงรอบใหม่ได้อย่างแท้จริง 


มุมมองผู้เขียน: หากกระแส Stablecoin และ Tokenization ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ในระยะสั้น นักลงทุนคริปโตอาจได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างการที่เม็ดเงินลงทุนรอบใหม่จะไหลเข้าสู่กลุ่มเหรียญที่ได้รับประโยชน์มากกว่า Bitcoin โดยเฉพาะในยุคที่นักลงทุนสถาบันเริ่มมีบทบาทมากกว่านักลงทุนรายย่อย

ที่มา: theblock