bitkub-banner

วิจัยเผยบอตเทรดคริปโต AI ส่วนใหญ่ไม่ได้เทรดจริง ทำนักลงทุนรายย่อยสูญเงินเกือบ 200 ล้านดอลลาร์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • งานวิจัยร่วมระหว่าง Pantera Capital มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และหน่วยงานพันธมิตรระบุว่าผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเอไอเทรดเดอร์บนเครือข่าย Solana ต้องเผชิญกับการขาดทุนรวมกันสูงถึง 191.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าตัวแพลตฟอร์มเองจะมีกำไรทางบัญชีเหลืออยู่ก็ตาม
  • มูลค่าโทเค็นของโปรเจกต์กลุ่มนี้ดิ่งลงเหวโดยเฉลี่ยถึง 93% จากจุดสูงสุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงที่รุนแรงกว่าการร่วงลงของเหรียญหลักอย่าง Solana ถึงเกือบเท่าตัว และกำไรส่วนใหญ่ในตลาดกระจุกตัวอยู่กับกระเป๋าเงินเพียงแค่ 1% แรกเท่านั้น
  • ผลการตรวจสอบพบความจริงที่น่าตกใจว่าระบบเอไอส่วนใหญ่ไม่ได้ทำการซื้อขายโดยอัตโนมัติจริงตามที่กล่าวอ้าง โดยมีเพียงแค่สามโปรเจกต์จากทั้งหมดสิบแห่งเท่านั้นที่มีการเปิดให้บอตตัดสินใจซื้อขายได้เองอย่างอิสระ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากข้อมูลนี้ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อเหรียญสายเอไอและแพลตฟอร์มบอตเทรดบนเครือข่าย Solana อย่างรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดแรงเทขายสัญญาล่วงหน้าและโทเค็นที่เกี่ยวข้องในระยะสั้น

กระแสความนิยมของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอที่เคยสัญญาว่าจะนำเทคโนโลยีสุดล้ำมาช่วยสร้างผลตอบแทนให้รายย่อย กำลังถูกสั่นคลอนอย่างหนักจากผลการศึกษาล่าสุดที่พบว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ต้องลงเอยด้วยการขาดทุน

คณะนักวิจัยจาก Pantera Capital ร่วมกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สถาบัน IC3 และ Ava Labs ได้ร่วมกันเปิดเผยรายงานวิจัยเชิงลึกที่ทำการวิเคราะห์แพลตฟอร์มบอตเทรดเอไอจำนวน 11 แห่งบนเครือข่าย Solana ซึ่งครอบคลุมบัญชีกระเป๋าเงินดิจิทัลมากกว่า 925,323 บัญชี

รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า นักลงทุนรายย่อยต้องสูญเสียเงินรวมกันไปมหาศาลถึง 191.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในทางกลับกัน แพลตฟอร์มเหล่านี้กลับมีกำไรทางบัญชีเก็บสะสมไว้ในระบบของตัวเองรวมกันกว่า 34.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โปรเจกต์ชื่อดังหลายแห่งที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากในช่วงปลายปี 2024 ถึงต้นปี 2025 เคยทำสถิติมูลค่ารวมกันสูงสุดแตะ 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2026 ตัวเลขเหล่านั้นกลับพังทลายลงจนกลายเป็นการขาดทุนสุทธิของคนส่วนใหญ่ในตลาด

ราคาโทเค็นของโปรเจกต์กลุ่มนี้ดิ่งลงเฉลี่ยถึง 93% จากจุดสูงสุด ซึ่งถือว่ารุนแรงกว่าการปรับฐานของเหรียญ Solana เองที่ร่วงลงไป 54% ในช่วงเวลาเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น เม็ดเงินกำไรที่เกิดขึ้นในระบบกลับกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มคนเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น โดยกระเป๋าเงินที่ทำกำไรได้ดีที่สุดเพียง 1% แรก สามารถกวาดส่วนแบ่งกำไรไปได้สูงถึง 81.4% ของผลตอบแทนทั้งหมดในระบบ

ข้อมูลที่น่ากังวลที่สุดจากการศึกษานี้คือ แพลตฟอร์มเอไอส่วนใหญ่ไม่ได้ทำหน้าที่ซื้อขายสินทรัพย์จริงตามที่โฆษณาไว้ โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีเพียง 3 โปรเจกต์เท่านั้นที่ระบบสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้เองโดยอัตโนมัติ ส่วนที่เหลือเป็นเพียงการให้คำแนะนำ ลงทุนในระบบจำลอง หรือบังคับให้ผู้ใช้งานต้องกดอนุมัติด้วยตัวเองในทุกธุรกรรม

ทางด้านทีมผู้พัฒนาโปรเจกต์ยอมรับว่าระบบโมเดลภาษาขนาดใหญ่หรือเอไอในปัจจุบันยังไม่สามารถทำหน้าที่เทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพหากปราศจากมุมมองและการตัดสินใจของมนุษย์ และการปล่อยให้เอไอซื้อขายเองอย่างอิสระและประสบความสำเร็จนั้นยังคงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักวิจัยระบุว่าปรากฏการณ์นี้อาจจะยังไม่ใช่เรื่องของการฉ้อโกง แต่อุตสาหกรรมนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่ยังขาดความพร้อม และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการให้เอไอเข้ามาทำหน้าที่ซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพนั้นยังไม่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างสมบูรณ์

ที่มา: thestreet


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าข่าวนี้น่าจะเป็นการเตือนสติให้นักลงทุนหันกลับมามองความจริงในตลาดครับ กระแสเหรียญเอไอและบอตเทรดอัตโนมัติที่โฆษณาเกินจริงมักจะดึงดูดเงินทุนด้วยความโลภ แต่สุดท้ายแล้วเทคโนโลยียังไปไม่ถึงขั้นที่จะเอาชนะความผันผวนของตลาดได้ด้วยตัวเอง การพึ่งพาเครื่องมือเหล่านี้โดยขาดความรู้จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะลงเอยด้วยความสูญเสียครับ