สรุปข่าว
- เครือข่าย Cardano ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบล็อกเชนที่มีความกระจายศูนย์มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกด้วยคะแนน Nakamoto Coefficient ที่ระดับ 23
- การอัปเกรด Plomin Hard Fork ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยโอนอำนาจการบริหารจัดการเครือข่ายกลับคืนสู่มือของผู้ถือเหรียญ ADA อย่างเต็มรูปแบบ
- ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบนเครือข่ายลดลงทำสถิติต่ำสุดในรอบหลายเดือนตามทิศทางราคาเหรียญที่ปรับตัวลงซึ่งอาจเป็นปัจจัยช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้งานมากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากข้อมูลความกระจายศูนย์ที่แข็งแกร่งและค่าธรรมเนียมที่ถูกลงเป็นผลดีต่อพื้นฐานของเครือข่ายในระยะยาว แต่ในระยะสั้นยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาเหรียญ ADA ที่ปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด
เครือข่าย Cardano (ADA) กำลังตอกย้ำจุดยืนที่แข็งแกร่งในเรื่องของความโปร่งใสและความปลอดภัย ล่าสุดได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเครือข่ายที่มีความกระจายศูนย์มากที่สุดในโลกคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งการกระจายศูนย์ในที่นี้หมายถึงการกระจายอำนาจการควบคุมเครือข่ายอย่างสมดุล ทำให้การถูกแทรกแซงหรือเซ็นเซอร์ข้อมูลแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

การจัดอันดับดังกล่าววัดผลจากมาตรวัดที่เรียกว่า Nakamoto Coefficient ซึ่งตั้งชื่อตาม Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin โดยเป็นการประเมินว่าต้องใช้กลุ่มผู้ใช้งานอิสระจำนวนเท่าใดในการรวมหัวกันเพื่อควบคุมเครือข่าย สำหรับระบบ Proof of Stake นั้นจะต้องครอบครองสัดส่วนการโหวตถึง 33% เพื่อขัดขวางการทำงานของระบบ
ปัจจุบัน Cardano มีคะแนน Nakamoto Coefficient อยู่ที่ 23 ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจาก Polkadot ที่มีคะแนน 178 ตามมาด้วย TON Network ที่ 72 และ Avalanche ที่ 26 ตัวเลข 23 นี้หมายความว่าต้องใช้กลุ่มผู้ใช้งานอิสระถึง 23 กลุ่มรวมหัวกันถึงจะสามารถโจมตีเครือข่ายได้สำเร็จ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสถานการณ์ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในโลกความเป็นจริง

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ Cardano ก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ได้คือการอัปเกรดระบบครั้งใหญ่ผ่าน Plomin Hard Fork ที่เปลี่ยนผ่านระบบไปสู่การกระจายศูนย์อย่างเต็มรูปแบบ การอัปเกรดนี้ได้มอบอำนาจการตัดสินใจทิศทางของเครือข่ายให้กับผู้ถือเหรียญ ADA โดยตรง ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญมากสำหรับระบบนิเวศของ Cardano
นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบนเครือข่าย Cardano ก็ลดลงทำสถิติต่ำสุดในรอบหลายเดือนเช่นกัน โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนชี้ว่าค่าธรรมเนียมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.056 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่เคยอยู่ที่ 0.082 ดอลลาร์สหรัฐ
การลดลงของค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มีแนวโน้มที่จะช่วยดึงดูดให้ผู้คนหันมาใช้งานเครือข่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ค่าธรรมเนียมถูกลงเมื่อคิดเป็นเงินดอลลาร์ เป็นผลมาจากราคาของเหรียญ ADA ที่ปรับตัวลดลงด้วย โดยหากคำนวณจากค่าธรรมเนียมเฉลี่ย 0.3541 ADA ในช่วงที่เหรียญมีราคา 0.28 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าธรรมเนียมจะตกอยู่ที่เกือบ 0.10 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ในปัจจุบันที่ราคาเหรียญร่วงลงมาเหลือ 0.15 ดอลลาร์สหรัฐ จึงทำให้ค่าธรรมเนียมถูกลงมาอยู่ที่ราว 0.053 ดอลลาร์สหรัฐนั่นเอง
ที่มา: thecryptobasic
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความกระจายศูนย์ไว้ได้ในระดับสูงถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของ Cardano ที่บล็อกเชนอื่นทำตามได้ยาก การผ่านพ้นการอัปเกรด Plomin Hard Fork แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะคืนอำนาจให้ชุมชนอย่างแท้จริง แม้ว่าในระยะสั้นราคาของ ADA จะยังคงถูกกดดันและดูไม่หวือหวาเหมือนเหรียญอื่นๆ แต่ค่าธรรมเนียมที่ถูกลงผนวกกับรากฐานเครือข่ายที่มั่นคงนี้ จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการเติบโตของการใช้งานจริงในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

