bitkub-banner

CFTC เปิดศึกฟ้องรัฐเคนทักกี ปมสั่งแบนแพลตฟอร์ม Prediction Markets 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์หรือ CFTC ยื่นฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายต่อรัฐเคนทักกี หลังรัฐดังกล่าวใช้มาตรการทางกฎหมายและกำแพงภาษี บีบให้แพลตฟอร์มตลาดทำนายผลและสัญญาซื้อขายตามเหตุการณ์จริงถอนตัวออกจากพื้นที่
  • ชนวนเหตุเกิดขึ้น หลังอัยการสูงสุดประจำรัฐเคนทักกีสั่งฟ้องแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Polymarket, Kalshi และ VGW ในข้อหาลักลอบเปิดให้บริการ พนันที่ผิดกฎหมาย พร้อมผ่านร่างกฎหมายรีดภาษีสรรพสามิตแพลตฟอร์มสูงถึง 14.25% 
  • ประธาน CFTC ประกาศปกป้องอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือกฎระเบียบของรัฐบาลกลาง ชี้รัฐเคนทักกีขัดขวางมติสภาคองเกรส 

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลส่วนกลางและอัยการระดับรัฐในประเด็นขอบเขตอำนาจควบคุมตลาดทำนายผล เป็นประเด็นการเมืองและข้อบังคับเชิงโครงสร้างในสหรัฐอเมริกา ข้อมูลนี้ไม่ได้ส่งแรงกระแทกโดยตรงต่อปริมาณสภาพคล่องในกระดานเทรดคริปโต

คณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ของสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อรัฐเคนทักกี โดยกล่าวหาว่า รัฐดังกล่าวใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อบีบให้ตลาดซื้อขายสัญญาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลางต้องออกจากพื้นที่ 

ซึ่งการยื่นฟ้องในครั้งนี้ทำให้รัฐเคนทักกีกลายเป็นรายชื่อล่าสุดในกลุ่มรัฐต่าง ๆ ที่กำลังมีข้อพิพาทอย่างรุนแรงกับหน่วยงานส่วนกลาง (CFTC) ในประเด็นเรื่องตลาดทำนายผล (Prediction Markets) และสัญญาซื้อขายตามเหตุการณ์จริง (Event Contracts)

ชนวนเหตุของความขัดแย้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Russell Coleman อัยการสูงสุดประจำรัฐเคนทักกี ได้ยื่นฟ้องแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Kalshi, Polymarket และ VGW ในข้อหาลักลอบเปิดให้บริการพนันกีฬาและการพนันที่ผิดกฎหมายโดยไม่มีใบอนุญาตทั่วทั้งรัฐ 

ซึ่งทาง CFTC ระบุว่า การดำเนินการของรัฐเคนทักกีในครั้งนี้ มุ่งเป้าที่จะปรับเงินจำนวนมหาศาลจากผู้ให้บริการ ยิ่งไปกว่านั้น ทางรัฐยังได้ผ่านร่างกฎหมายที่จะจัดเก็บภาษีสรรพสามิต กับผู้ประกอบการตลาดทำนายผลเหล่านี้ ในอัตรา 14.25% ของค่าธรรมเนียมธุรกรรม โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 เป็นต้นไป 

ซึ่ง CFTC มองว่า มาตรการภาษีนี้ถูกออกแบบมา เพื่อกดดันให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องถอนตัวออกจากรัฐเคนทักกีไปเอง และถือเป็นการขัดขวางมติของสภาคองเกรสที่ให้สิทธิ์กฎหมายส่วนกลาง อยู่เหนือกว่ากฎหมายของรัฐ

ประธาน CFTC ลั่น พร้อมปกป้องอำนาจเบ็ดเสร็จของส่วนกลาง

Michael S. Selig ประธาน CFTC ได้ออกมาชี้แจงว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจในการปกป้องอำนาจศาลและความรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวของหน่วยงาน 

“รัฐเคนทักกีคือรัฐล่าสุด ที่พยายามจะสั่งปิดตลาดสัญญาซื้อขายตามเหตุการณ์จริงที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลาง… CFTC มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะรักษาอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือกฎระเบียบของตลาดทำนายผล 

และการยื่นฟ้องรัฐเคนทักกีในวันนี้คือ อีกหนึ่งตัวอย่างชัดเจนที่คณะกรรมาธิการต้องออกมาปกป้องผลประโยชน์ของส่วนกลาง”

รัฐเคนทักกีไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ CFTC ได้เปิดฉากยื่นฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายในลักษณะเดียวกันนี้กับรัฐอื่น ๆ ไปแล้ว เช่น รัฐมินนิโซตา, อิลลินอยส์, โรดไอแลนด์ และรัฐอื่น ๆ 

ซึ่งผลลัพธ์ของข้อพิพาทที่ทับซ้อนกันเหล่านี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางสำคัญในอนาคตว่า แต่ละรัฐในอเมริกาจะมีสิทธิ์ออกกฎข้อบังคับเพื่อจำกัดการเข้าถึงระบบสัญญาซื้อขายตามเหตุการณ์ (Event Contracts) ได้เองหรือไม่ หรืออำนาจเด็ดขาดนี้จะตกอยู่ภายใต้ขอบเขตการดูแลของ CFTC แต่เพียงผู้เดียวตามที่หน่วยงานกล่าวอ้าง

ที่มา : beincrypto


มุมมองผู้เขียน :  การที่อัยการรัฐเคนทักกีพยายามจะเก็บภาษีสูงถึง 14.25% ถือเป็นการตั้งใจบีบให้แพลตฟอร์มเหล่านี้ออกจากตลาดไป แต่การที่หน่วยงานใหญ่อย่าง CFTC ออกมาขวาง ไม่ยอมให้รัฐท้องถิ่น มาล้ำเส้นอำนาจส่วนกลาง เพราะถ้าขืนปล่อยให้รัฐเคนทักกีทำสำเร็จ รัฐอื่น ๆ ก็จะแห่ทำตาม จนทำให้มาตรฐานกฎหมายการเงินของอเมริกาพังพินาศและสับสนไปหมด