สรุปข่าว
- สส. William Timmons จัดประชุมโต๊ะกลมวาระพิเศษ ชูวิสัยทัศน์ว่า Bitcoin คือสิ่งท้าทายที่สั่นคลอนโครงสร้างอำนาจนิยม และอาจเป็นจุดจบของรัฐบาลเผด็จการ
- Bitcoin ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยชีวิตและเป็นที่พึ่งให้แก่ผู้เห็นต่างทางเมือง สื่ออิสระ รวมถึงนักเรียกร้องสิทธิมนุษยชนที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเผยแพร่ความจริง
- จีนกำลังขยายอิทธิพลผ่านสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง เพื่อมอนิเตอร์และควบคุมธุรกรรมข้ามพรมแดนอย่างไร้รอยต่อ ทำให้สหรัฐฯ ต้องเร่งรักษาความเป็นผู้นำโลก
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
สส. William Timmons ได้หยิบยกประเด็นบทบาทของ Bitcoin ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อต้านและท้าทายระบอบเผด็จการอำนาจนิยมทั่วโลก โดยมีการเรียกร้องให้สหรัฐฯ เริ่มจริงจังกับการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อตามให้ทันการขยายอิทธิพลของจีนที่เลือกพัฒนา CBDC และระบบการเงินที่เอื้อต่อผลประโยชน์ของพวกเขา
William Timmons สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ได้หยิบยกประเด็นเรื่อง Bitcoin ว่าจะกลายเป็นสิ่งท้าทายต่อรัฐบาลในระบอบอำนาจนิยม หรือ เผด็จการภายในการประชุมโต๊ะกลมของสภาผู้แทนราษฎร ภายใต้หัวข้อ Two Sides of a Digital Coin
งานประชุมดังกล่าวจะเป็นการร่วมกันเสวนาอย่างไม่เป็นทางการในประเด็นเรื่องของการกดขี่ทางการเงิน, ความทะเยอทะยานของประเทศจีนในการผลักดันสกุลเงินดิจิทัลของตน รวมไปถึงบทบาทความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ด้านนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัล และการถกประเด็นว่าสินทรัพย์ที่มีการกระจายอำนาจจะช่วยเหลือประชาชนที่ถูกภาครัฐควบคุมได้อย่างไร
ด้านรายชื่อของผู้ที่เข้าประชุมจะประกอบไปด้วย Dustin Palmer เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินจากธนาคาร Anchorage Digital , Jorge Jraissati ประธานกลุ่มเศรษฐกิจเพื่อความเท่าเทียม, Cody Carbone ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสภาดิจิทัล, และ Dylan Hedtler-Gaudette รักษาการรองประธานฝ่ายนโยบายและรัฐกิจสัมพันธ์ ประจำโครงการกำกับดูแลของรัฐบาล
สส. Timmons กล่าวว่า “ตัวเขานั้นมักจะพูดอยู่เสมอว่า Bitcoin และเทคโนโลยีกระจายศูนย์ถือเป็นสิ่งท้าทายที่สั่นคลอนต่อการควบคุมของระบอบอำนาจนิยมอย่างลึกซึ้ง และอาจเป็นจุดจบของรัฐบาลเหล่านั้นทั้งหมด” เป็นการตอกย้ำว่า Bitcoin คือคู่อริของรัฐบาลที่คอยควบคุมการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน
ในระหว่างการประชุมพวกเขาต่างย้ำชัดว่าสำหรับคนจำนวนหลายล้านคนที่อยู่ภายใต้ระบอบการกดขี่ ความสามารถในการเก็บ,ส่ง หรือรับเงินจากต่างประเทศโดยที่ไม่มีรัฐบาลสกัดกั้นอาจเปรียบได้ดั่งการช่วยชีวิต
Timmons ยังกล่าวอีกว่า คริปโทเคอร์เรนซีอาจเป็นมากกว่าเครื่องมือทางการเงินสำหรับประชาชนที่อยู่ภายใต้ระบอบอำนาจนิยม แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับ ผู้เห็นต่าง และบรรดาสื่อมวลชน รวมถึงนักเรียกร้องสิทธิมนุษยชนที่ต้องเสี่ยงทั้งชีวิตและความมั่นคงเพียงเพื่อที่จะได้ออกเสียงและนำความจริงออกมาให้โลกได้รับรู้
การแข่งขันกับจีน
ระหว่างที่สหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าสนับสนุน Bitcoin และ Stablecoin ในฝั่งของประเทศคู่แข่งอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีนกลับเลือกวิธีที่แตกต่างและหันไปโฟกัสยังสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC)
รายงานเผิดเผยว่ารัฐบาลคอมมิวนิสต์ของจีนมีแผนที่จะขยายอิทธิพลของสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล, ระบบการเงินที่ถูกมอนิเตอร์ได้รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน ที่ช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ของรัฐบาลปักกิ่ง
Timmons ย้ำชัดว่าสหรัฐฯ จำเป็นที่จะต้องรักษาบทบาทการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาและการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมกับขอร้องให้ชาติในระบอบประชาธิปไตยเป็นผู้สร้างกรอบบรรทัดฐานของโลกแทนที่จะเป็นรัฐบาลฝั่งเผด็จการอำนาจนิยม
ท้ายที่สุดนี้ บรรดาสมาชิกสภาต่างได้ร่วมกันทบทวนว่า กฎระเบียบด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น กำลังช่วยสนับสนุนหรือทำให้การพัฒนาล่าช้าลงกันแน่ ขณะที่ สส. Timmons ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการดำเนินการโดยรัฐสภา ซึ่งอาจเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างความมั่นคงของอเมริกา, เสรีภาพทางการเงิน, และบทบาทความเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตยบนโลกการเงินดิจิทัล
ที่มา: Bitcoin.com
มุมมองผู้เขียน : ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ Bitcoin อาจถูกยกระดับจากสินทรัพย์เก็งกำไร ไปสู่การเป็นเครื่องมือคานอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์ของฝั่งเสรีนิยม ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงโลกอาจจะเกิดความปั่นป่วนอย่างมากเพราะจริงอยู่ที่ว่าคนจะถูกบังคับให้ใช้ Bitcoin มากขึ้นแต่นั่นก็จะนำมาซึ่งคำถามที่มากกว่าเดิมอีกเช่นกัน

