bitkub-banner

Q2 2026 กลายเป็นไตรมาสที่คริปโตถูกแฮกมากที่สุดในประวัติศาสตร์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ตลาดคริปโตเผชิญกับการโจมตีถึง 121 ครั้ง โดยความเสียหายหนักหน่วงที่สุดกระจุกตัวอยู่ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งโดนโจมตีไปถึง 85 ครั้ง
  • มีเงินถูกกวาดออกไปกว่า 775 ล้านดอลลาร์ใน Q2 คิดเป็น 82% ของความเสียหายทั้งปีนำโดย 2 เหตุการณ์มหันตภัยครั้งใหญ่บน Drift Protocol และ KelpDAO
  • ข้อมูลชี้ชัดว่าการแฮกเป็นเพียงตัวเร่งปฏิกิริยาเท่านั้น ทว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากผู้ใช้งานเริ่มหมดศรัทธาในโมเดล DeFi แบบดั้งเดิมจึงเริ่มทยอยถอนทุนมาเรื่อยๆ 

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

CryptoRank เผยรายงานฉบับล่าสุดว่ามีเหตุการณ์แฮกเกอร์โจมตีเครือข่ายในปี 2026 แล้วถึง 121 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง $942 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยวิกฤตดังกล่าวพุ่งแตะจุดสูงสุดเป็นสถิติใหม่ในไตรมาสที่ 2 ด้วยจำนวนการโจมตีถึง 85 ครั้ง กวาดเม็ดเงินไปกว่า $775 ล้านดอลลาร์ ซึ่งความเสีกว่า $590 ล้านดอลลาร์นั้น เกิดขึ้นจากการแฮกแพลตฟอร์มระดับยักษ์ใหญ่อย่าง Drift Protocol และ KelpDAO

ปี 2026 อาจเรียกได้ว่าเป็นปีที่ตลาดคริปโตเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัดเพราะนอกจากราคาที่ลดลงเพราะความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ความกังวลด้านความปลอดภัยยังมีส่วนช่วยทำให้เงินไหลออกจากตลาดเห็นได้จากคดีการแฮกที่เกิดขึ้นแทบจะทุกวัน

อ้างอิงข้อมูลจากแพลตฟอร์ม DeFi อย่าง CryptoRank พวกเขาได้เผยแพร่รายงานว่าในช่วงครึ่งปีแรกของ 2026 เกิดการโจมตีแฮกระบบเครือข่ายแล้วกว่า 121 ครั้ง สร้างความเสียหายไปแล้วกว่า $942 ล้านดอลลาร์

ในจำนวนดังกล่าว กว่า 85 เหตุการณ์กลับเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ โดยคิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า $775 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 82% ของยอดรวมทั้งหมด และกลายเป็นสถิติใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในอุตสาหกรรม

ซ้ำร้ายไปกว่านั้นเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ ที่มีความถี่มากเป็นอันดับสองก็ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วแต่เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 เช่นกัน โดยช่วงนั้นตลาดคริปโตโดนโจมตีกว่า 36 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ยอดมูลค่าความเสียหายรวมในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐกลับไม่ได้พุ่งสูงทำลายสถิติเดิมที่เคยทำไว้

การโจมตีครั้งใหญ่บน Drift และ KelpDAO

จากที่กล่าวไปข้างต้น ในไตรมาสนี้มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นคิดเป็นจำนวนกว่า $775 ล้าน แต่เชื่อหรือไม่ว่าความเสียหายกว่า $590 ล้าน เกิดขึ้นเพระาการโจมตีเพียงแค่ 2 ครั้งใน Drift Protocol และ KelpDAO โดยที่เหตุการณ์ทั้งสองล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของรัฐบาลเกาหลีเหนือ

DeFi กำลังอ่อนแรง

ความโหดร้ายของการโจมตีที่เกิดขึ้นได้สร้างผลกระทบและบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างชัดเจน รายงานยังมีการเปิดเผยว่ามูลค่าที่ถูกล็อก (TVL) ของโปรโตคอล DeFi ได้ปรับตัวลดลงทุกเดือนอย่างต่อเนื่องจาก $1.15 แสนล้านในช่วงต้นปี มาเหลือเพียงแค่ $7 หมื่นล้านในช่วงปลายเดือน มิ.ย. 

ที่น่าแปลกใจเลยก็คือการแฮกเครือข่ายนั้นไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนเงินใน DeFi ลดลง แต่เป็นเพียงตัวกระตุ้นเท่านั้น เพราะข้อมูลส่งสัญญาณว่าฝ่ายผู้ใช้งานเองก็เริ่มหมดศรัทธากับ DeFi อยู่แล้วก่อนหน้านี้และทำการเทขายเพื่อโยกย้ายไปยังเซกเตอร์ หรือสินทรัพย์อื่น 

แต่ถึงแม้จะดูย่ำแย่แต่เหตุการณ์ในปัจจุบันยังไม่รุนแรงเทียบเท่ากับช่วงตลาดขาลงปี 2022 ที่มูลค่าของ TVL ลดลงกว่า 70% ในเวลาแค่เจ็ดเดือน แต่ตลาดในปัจจุบันกลับเป็นการค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างของตลาดนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมากในวัฏจักรนี้

CryptoQuant ให้ความเห็นว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะในขณะที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งอุปทาน Stablecoin กลับโตขึ้นถึง $3 แสนล้าน ส่วนเทรนด์การแปลงโทเคน RWA ก็กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีเงินไหลเข้าไปหลากหลายแห่ง เช่น ตลาดอนุพันธ์ ตลาดกู้ยืม หรือ โครงสร้างพื้นฐาน แทนที่จะกระจุกตัวกันอยู่ใน AMMs และ yield farm

อย่างไรก็ตาม ในบรรดาโปรเจกต์ใหญ่ๆ มีเพียงแค่ Tron และ Hyper liquid เท่านั้นในปีนี้ที่ยังคงสามารถเติบโตได้ 5% และ 7% ตามลำดับ หลังจากที่เครือข่ายทั้งสองกลายเป็นเครือข่ายหลักสำหรับตลาด Perpetuals ในขณะที่เครือข่ายอื่นๆ กลับปรับตัวลงกันหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Plasma และ Arbitrum ที่มูลค่า TVL ลดลงกว่า 74.6% และ 55%

ที่มา: Cryptopotato


มุมมองผู้เขียน : 2026 อาจเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นของการโจมตีตลาดคริปโตต่อเนื่องเพราะในปัจจุบันกลุ่มแฮกเกอร์นั้นสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้แล้วในขณะที่ฝ่ายตั้งรับของคริปโตต้องเผชิญหน้ากับปัญหารุมเร้าไม่ว่าจะเป็นเงินทุนที่ลดลง เทคโนโลยีเริ่มตามไม่ทัน และอื่นๆ อีกมากมาย