bitkub-banner

Standard Chartered ขึ้นแท่นธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งแรกที่ให้บริการ Stablecoin โดยตรง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Standard Chartered กลายเป็นธนาคารที่มีความสำคัญเชิงระบบระดับโลก (G-SIB) รายแรก ที่เปิดให้ลูกค้าสถาบันสร้างเหรียญและขึ้นเงิน USDC คืนได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มของธนาคารเอง
  • บริการนี้เกิดจากความร่วมมือกับ Circle โดยเริ่มเปิดให้บริการในระยะแรก ผ่านศูนย์กลางการเงินนานาชาติดูไบ ที่ช่วยยุบรวมขั้นตอนตรวจสอบตัวตนทั้งฝั่งธนาคารดั้งเดิมและ Stablecoin ให้จบในกระบวนการเดียว
  • การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิ Stablecoin ที่ร้อนแรง เพียงหนึ่งวันหลัง OpenUSD เปิดตัว โดยมีพันธมิตรกว่า 140 บริษัทหนุนหลัง รวมถึง Visa, Mastercard และ BlackRock

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish

การที่ธนาคารระดับ G-SIB เข้ามาอยู่ในกระบวนการผลิตเหรียญ USDC โดยตรง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพรวมของอุตสาหกรรม Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งระบบ เพราะช่วยลดอุปสรรคการเข้าถึงของนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่นำเงินทุนก้อนใหญ่เข้าสู่ตลาดในระยะยาว 

Standard Chartered ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นธนาคารที่มีความสำคัญเชิงระบบในระดับโลก (G-SIB) รายแรก ที่เปิดทางให้ลูกค้าระดับสถาบันสามารถสร้างเหรียญ (Mint) และนำเหรียญ USDC มาขึ้นเงินคืนได้ สำหรับเหรียญ Stablecoin USDC ได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มของธนาคาร

บริการนี้ช่วยทลายข้อจำกัดเดิมๆ ทำให้ลูกค้าสถาบันที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลาเปิดบัญชีแยกต่างหากกับบริษัท Circle อีกต่อไป โดยธนาคารได้ยุบรวมขั้นตอนการตรวจสอบและยืนยันตัวตน ทั้งฝั่งธนาคารแบบดั้งเดิมและการเข้าถึง Stablecoin ให้มาจบครบในกระบวนการเดียว

บริการรูปแบบใหม่นี้เพิ่งประกาศ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 โดยเป็นการจับมือพัฒนาร่วมกันระหว่าง Standard Chartered กับบริษัท Circle ซึ่งในระยะแรกจะเปิดให้บริการแก่ลูกค้าระดับสถาบันที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ทำธุรกรรม USDC ได้ ผ่านศูนย์กลางทางการเงินนานาชาติดูไบ (DIFC)

ระบบนี้จะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน, บริการรับฝากสินทรัพย์ (Custody) และบริการสินทรัพย์ดิจิทัลได้ บนแพลตฟอร์มเดียวแบบเบ็ดเสร็จ โดยสามารถใช้เหรียญ USDC ในการชำระดุลบนบล็อกเชน และใช้บริหารจัดการคลังเงินสดขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทางธนาคารมีแผนที่จะขยายบริการนี้ ไปยังตลาดประเทศอื่นๆ ทันทีที่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละพื้นที่

Roberto Hoornweg ประธานฝ่ายวาณิชธนกิจและองค์กรของ Standard Chartered กล่าวว่า “สินทรัพย์ดิจิทัลกำลังกลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินโลก และลูกค้าระดับสถาบันต่างก็กำลังมองหาความน่าเชื่อถือ รวมถึงระบบธรรมาภิบาลในระดับเดียวกันกับที่หนุนหลังตลาดการเงินแบบดั้งเดิมอยู่”

โดยเขาเน้นย้ำว่า การเปิดตัวในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้สถาบันต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดคริปโตมากขึ้น ผ่านมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย และการบริหารความเสี่ยงที่จัดตั้งไว้เป็นระบบอย่างดี

บรรดานักสังเกตการณ์ในตลาดคริปโตมองว่า การประกาศครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเด่นชัดที่ชี้ว่า โครงสร้างพื้นฐานของ Stablecoin กำลังขยับเข้าสู่ระบบการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเต็มตัว 

โดยนักวิเคราะห์จาก Spot On Chain ให้ความเห็นผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า การนำธนาคารระดับ G-SIB เข้ามาอยู่ในกระบวนการผลิตเหรียญ USDC โดยตรง จะช่วยขจัดอุปสรรคครั้งใหญ่ในการดำเนินงานของสถาบันต่าง ๆ จากในอดีตที่ต้องพึ่งพากระดานเทรดคริปโตหรือโบรกเกอร์นอกกระดาน (OTC) เพื่อแลกเปลี่ยนเป็น Stablecoin ซึ่งระบบใหม่นี้มีศักยภาพสูงมากในการกระตุ้นยอดการใช้งาน USDC ในกลุ่มสถาบัน และจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องบนบล็อกเชนให้ลึกและหนาแน่นกว่าเดิม

สมรภูมิ Stablecoin เดือด

การขยับตัวของ Standard Chartered ในรอบนี้ เกิดขึ้นเพียงแค่หนึ่งวัน หลังจากที่มีการเปิดตัว OpenUSD ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin น้องใหม่ ที่จับมือหนุนหลังโดยพันธมิตรยักษ์ใหญ่กว่า 140 บริษัท นำโดย Visa, Mastercard, Stripe, Coinbase, Ripple และ BlackRock ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่เน้นระบบการบริหารร่วมกันและการแบ่งปันรายได้ ยิ่งทำให้ศึกการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin สำหรับสถาบันทวีความร้อนแรงขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม ทาง Standard Chartered เองก็ได้เดินหน้าขยายอิทธิพลในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ธนาคารเพิ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มแรก ๆ ที่คว้าใบอนุญาตผู้ออกเหรียญStablecoinของฮ่องกงมาครอบครอง ซึ่งเปิดทางให้ธนาคารสามารถผลิตStablecoinที่ผูกกับสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อใช้รองรับระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนได้เรียบร้อยแล้ว

ที่มา : cryptopotato


มุมมองผู้เขียน : การที่แบงก์ระดับ G-SIB เข้ามาเล่นในสนาม Stablecoin โดยตรงแบบนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่บ่งบอกว่าเส้นแบ่งระหว่างธนาคารดั้งเดิมกับโลกคริปโตกำลังจางลงเรื่อย ๆ น่าจับตาว่าธนาคารรายอื่นจะทยอยตามรอยแบบเดียวกันเร็วแค่ไหน เพราะถ้าเทรนด์นี้ขยายวงกว้างขึ้นจริง อาจกลายเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ Stablecoin กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินกระแสหลักเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้