bitkub-banner

Samsung และกลุ่มทุนเกาหลีใต้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับ Open USD

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บริษัทยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้อย่าง Samsung และ Dunamu ออกแถลงการณ์แสดงความสับสนหลังถูกอ้างชื่อเป็นหนึ่งในพันธมิตรร่วมก่อตั้งเหรียญสเตเบิลคอยน์ Open USD โดยยืนยันว่ายังไม่ได้มีการตกลงอย่างเป็นทางการ
  • ราคาหุ้น CRCL ของบริษัท Circle ปรับตัวพุ่งทะยานกลับขึ้นมาลบช่วงขาลงก่อนหน้านี้ได้ถึง 4% สอดรับกับความไม่แน่นอนของโครงสร้างเหรียญคู่แข่งรายใหม่ที่เริ่มปรากฏรอยร้าวอย่างรวดเร็ว
  • ข้อครหาที่เกิดขึ้นช่วยตอกย้ำมุมมองของผู้บริหาร Circle ที่เคยปรามาสไว้ว่าโมเดลการทำงานแบบกลุ่มพันธมิตรขนาดใหญ่มักจะล้มเหลวเนื่องจากการตัดสินใจที่ล่าช้าและผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

สำหรับหุ้น Circle เนื่องจากความคลุมเครือและปัญหาความน่าเชื่อถือของกองทัพพันธมิตร Open USD ช่วยลดทอนความกังวลเรื่องการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดของ USDC และส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนไหลกลับเข้าสู่กลุ่มธุรกิจของ Circle อีกครั้ง

โครงการเหรียญสเตเบิลคอยน์ใหม่อย่าง Open USD หรือ OUSD ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการประกาศรายชื่อพันธมิตรร่วมก่อตั้งกว่า 140 บริษัท กำลังเผชิญกับบททดสอบด้านความน่าเชื่อถือครั้งใหญ่

หลังจากที่สำนักข่าว Chosun ในเกาหลีใต้รายงานว่า บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในประเทศ รวมถึง Samsung และ Dunamu ผู้บริหารกระดานเทรด Upbit ได้ออกมาปฏิเสธว่า พวกเขาไม่เคยผ่านกระบวนการหารืออย่างเป็นทางการกับทาง Open Standard แต่อย่างใด และรู้สึกสับสนเป็นอย่างมากที่มีชื่อปรากฏตามหน้าสื่อในฐานะสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งระบบกำกับดูแลเครือข่าย

ตัวแทนจาก Samsung ระบุว่า บริษัทไม่ได้มีการตกลงอย่างเป็นทางการและไม่ทราบด้วยซ้ำว่าตนเองจะต้องเข้าไปมีบทบาทใดในกลุ่มพันธมิตรนี้ ขณะที่ทาง Dunamu รวมถึงสถาบันการเงินรายใหญ่ฝ่ายอื่นอย่างธนาคาร Shinhan และ K-Bank ยอมรับว่าเคยได้รับการติดต่อทาบทามจริง แต่สถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาเงื่อนไขภายในและยังไม่ได้มีการตอบตกลงแต่อย่างใด ข้อมูลที่ขัดแย้งกันนี้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับผู้เล่นในตลาดเป็นอย่างมากว่ารากฐานของกลุ่มพันธมิตร OUSD นั้นถูกสร้างขึ้นบนข้อตกลงที่แท้จริงหรือเป็นเพียงการทำการตลาดเพื่อสร้างกระแส

ความคลุมเครือของฝั่งคู่แข่งรายใหม่นี้ได้กลายเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลให้ราคาหุ้น CRCL ของบริษัท Circle พลิกฟื้นกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยราคาหุ้นดีดตัวพุ่งขึ้นถึง 4% ไปแตะระดับ 64 ดอลลาร์สหรัฐ ทะยานขึ้นตามทิศทางราคาของ Bitcoin ที่ฟื้นตัวขึ้นมายืนเหนือ 62,000 ดอลลาร์สหรัฐในเวลาเดียวกัน

การฟื้นตัวรอบนี้ช่วยบรรเทาความเสียหายจากการดิ่งลงอย่างหนักในช่วงแรกที่ OUSD ประกาศเปิดตัวและขู่จะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดของ USDC รวมถึงกรณีที่หุ้นถูกถอดออกจากดัชนี Russell อีกด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฝั่งเกาหลีใต้ยังช่วยพิสูจน์คำเตือนของ Jeremy Allaire ซีอีโอของ Circle ที่เคยออกโรงวิจารณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า โมเดลธุรกิจในลักษณะกลุ่มพันธมิตรขนาดใหญ่มักจะประสบความสำเร็จได้ยากในโลกแห่งความเป็นจริง เนื่องจากองค์กรจำนวนมากที่มาอยู่ร่วมกันมักจะขาดความเป็นเอกภาพ มีแรงจูงใจและผลประโยชน์ที่ขัดกันเอง ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการตัดสินใจที่ล่าช้าและไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล

ที่มา: coingape


มุมมองส่วนตัวประเมินว่า ความระส่ำระสายของกลุ่มพันธมิตร Open USD ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มก้าวเดินอย่างเป็นทางการ ถือเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการผลประโยชน์ของกลุ่มทุนข้ามชาติ การนำแบรนด์ระดับโลกอย่าง Samsung มาร่วมโฆษณาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยที่ยังไม่มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ ย่อมทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อโครงการนี้ไปไม่น้อย และอาจทำให้พันธมิตรรายอื่นๆ เริ่มหันกลับมาทบทวนการเข้าร่วมกลุ่มใหม่อีกครั้ง

ในทางกลับกัน วิกฤตของคู่แข่งได้กลายเป็นโอกาสทองที่ช่วยพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและแต้มต่อของ Circle ที่สั่งสมประสบการณ์การบริหารจัดการเหรียญ USDC มาอย่างยาวนาน การมีอำนาจตัดสินใจที่เบ็ดเสร็จและโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างถูกต้องทั่วโลก เป็นสิ่งที่กลุ่มพันธมิตรเกิดใหม่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ในเวลาอันสั้น ตราบใดที่ OUSD ยังไม่สามารถจัดการปัญหาความโปร่งใสในบ้านของตัวเองได้ หุ้นกลุ่มธุรกิจคริปโตที่ผูกติดอยู่กับความสำเร็จของ USDC ก็จะยังคงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนมากกว่าในสภาวะตลาดปัจจุบัน