สรุปข่าว
- Clarity Act ร่างกฎหมายคริปโตของสหรัฐฯ เริ่มมีสัญญาณบวก หลังได้รับแรงสนับสนุนจาก NOBLE ซึ่งเป็นองค์กรด้านการบังคับใช้กฎหมายรายใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก
- ประเด็นสำคัญอยู่ที่มาตรา BRCA ซึ่งอาจช่วยคุ้มครองนักพัฒนาบล็อกเชนและ Validator ที่ไม่ได้ถือครองเงินของผู้ใช้ ไม่ให้ถูกเหมารวมเป็น ‘ผู้ให้บริการโอนเงิน’
- อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังติดปมใหญ่เรื่องจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อนของประธานาธิบดี Donald Trump หลังมีรายงานว่าเขามีรายได้จากคริปโตมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Eleanor Terrett ผู้สื่อข่าวด้านคริปโต รายงานว่า Clarity Act ร่างกฎหมายคริปโตฉบับสำคัญของสหรัฐฯ เริ่มมีสัญญาณบวก หลังได้รับแรงสนับสนุนจาก NOBLE องค์กรตำรวจผิวสีของสหรัฐฯ ซึ่งออกมาหนุนร่างกฎหมายทั้งฉบับ อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังติดปมจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อนของประธานาธิบดี Donald Trump ทำให้วุฒิสมาชิกเดโมแครตบางส่วนยืนยันว่า จะสนับสนุนต่อเมื่อมีข้อกำหนดด้านจริยธรรมที่บังคับใช้ได้จริง ก่อนลุ้นการลงคะแนนในวุฒิสภาช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และเส้นตายสำคัญวันที่ 6 สิงหาคมนี้
Clarity Act ร่างกฎหมายคริปโตฉบับสำคัญเริ่มมีสัญญาณบวกครั้งใหญ่ หลังได้รับแรงสนับสนุนจาก NOBLE ซึ่งเป็นองค์กรตำรวจผิวสีในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก โดยขณะนี้ตลาดกำลังจับตาว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะสามารถเดินหน้าต่อได้ทันเส้นตายใหม่ในวันที่ 6 สิงหาคมหรือไม่ ท่ามกลางการเจรจาที่ยังติดทั้งประเด็นกฎหมายและข้อกังวลด้านจริยธรรมทางการเมือง
วันนี้ (7 ก.ค.) Eleanor Terrett ผู้สื่อข่าวด้านคริปโต รายงานว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Clarity Act มาจากจดหมายขององค์กรด้านการบังคับใช้กฎหมาย 2 กลุ่ม ได้แก่ NOBLE และ MCSA โดย NOBLE ถือเป็นองค์กรด้านการบังคับใช้กฎหมายขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ส่วน MCSA คือองค์กรตัวแทนของสำนักงานนายอำเภอในสหรัฐฯ ซึ่งทั้งสององค์กรมีบทบาทสำคัญในการเจรจาร่างกฎหมายฉบับนี้
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ถูกจับตามองคือ NOBLE ได้ออกมาสนับสนุน Clarity Act อย่างเป็นทางการ และถือเป็นองค์กรด้านการบังคับใช้กฎหมายรายใหญ่กลุ่มแรกที่สนับสนุนร่างกฎหมายทั้งฉบับ รวมถึงมาตรา Blockchain Regulatory Certainty Act หรือ ‘BRCA’ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองนักพัฒนาบล็อกเชนและ Validator ที่ไม่ได้ถือครองเงินของผู้ใช้โดยตรง ไม่ให้ถูกเหมารวมว่าเป็น ‘ผู้ให้บริการโอนเงิน’ ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ
ในจดหมาย NOBLE ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว ไม่ได้ลดทอนอำนาจในการดำเนินคดีอาญาของรัฐบาลกลางที่พนักงานสอบสวนและอัยการใช้ในการทำงานทุกวัน รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงินและธุรกิจโอนเงินที่ไม่ได้รับอนุญาต
ด้าน MCSA ปรับจุดยืนจากการแสดงความกังวลมาเป็นกลางมากขึ้น หลังหารือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของรัฐบาล
นอกจากประเด็น BRCA ร่างกฎหมาย Clarity Act ยังเผชิญแรงกดดันจากข้อถกเถียงเรื่องจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อน หลังเอกสารเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่า ในปีที่ผ่านมาเขามีรายได้ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยกว่า 600 ล้านดอลลาร์มาจากเหรียญมีม TRUMP
วุฒิสมาชิก Kirsten Gillibrand เรียกร้องให้มีมาตรการห้ามประธานาธิบดี สมาชิกสภาคองเกรส และคู่สมรส ออกหรือสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ วุฒิสมาชิก Ruben Gallego และวุฒิสมาชิก Angela Alsobrooks ซึ่งก่อนหน้านี้สนับสนุน Clarity Act ในคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา ระบุว่า การสนับสนุนร่างกฎหมายในขั้นต่อไปขึ้นอยู่กับการมีข้อกำหนดด้านจริยธรรมที่บังคับใช้ได้จริงหรือไม่
การเจรจาคาดว่าจะดำเนินต่อในสัปดาห์นี้ ก่อนรัฐสภาสหรัฐฯ จะกลับมาเปิดทำการวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ หากสามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นที่ยังค้างอยู่ได้ ร่าง Clarity Act อาจเข้าสู่การลงคะแนนในวุฒิสภาเต็มคณะในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 20 กรกฎาคม ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 6 สิงหาคมนี้
มุมมองผู้เขียน: อนาคตของร่างกฎหมาย Clarity Act ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เนื่องจากปมจริยธรรมของ Trump อาจกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญทางการเมือง หากสหรัฐฯ สามารถหาจุดสมดุลระหว่างการกำกับดูแล การบังคับใช้กฎหมาย และการสนับสนุนนวัตกรรมได้จริง ร่างกฎหมายฉบับนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดคริปโตในสหรัฐฯ
ที่มา:coinpost

