bitkub-banner

ญี่ปุ่นขยาย Travel Rule คุมคริปโทเพิ่ม 5 ประเทศ รวม 63 แห่งเริ่ม 3 สิงหาฯ นี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ญี่ปุ่นประกาศเพิ่ม 5 เขตอำนาจศาลใหม่ ได้แก่ แองกวิลลา โอมาน คิวบา โดมินิกา และบอตสวานา เข้าอยู่ภายใต้กฎ Travel Rule สำหรับธุรกรรมคริปโตและวิธีชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
  • หลังการแก้ไขครั้งนี้ จำนวนเขตอำนาจศาลที่อยู่ภายใต้กฎ Travel Rule ของญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้นเป็น 63 แห่งทั่วโลก โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2026
  • FSA ยืนยันว่า จีน เวียดนาม และรัสเซีย ยังไม่ถูกเพิ่มเข้ารายชื่อในตอนนี้ เนื่องจากยังไม่มีกฎระเบียบที่เทียบเท่ากับมาตรฐานการแจ้งข้อมูลของญี่ปุ่น

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ญี่ปุ่นเดินหน้าคุมเข้มธุรกรรมคริปโตข้ามพรมแดน โดยประกาศเพิ่ม 5 เขตอำนาจศาลใหม่ ได้แก่ แองกวิลลา โอมาน คิวบา โดมินิกา และบอตสวานา เข้าอยู่ภายใต้กฎ Travel Rule ทำให้รายชื่อครอบคลุมทั้งหมด 63 แห่งทั่วโลก และจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป โดยกฎนี้กำหนดให้ผู้ให้บริการคริปโตต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ส่งและผู้รับ เพื่อป้องกันการฟอกเงินและธุรกรรมผิดกฎหมาย 

สำนักงานบริการทางการเงินญี่ปุ่น (FSA) และกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ประกาศแก้ไขรายชื่อเขตอำนาจศาลที่อยู่ภายใต้กฎ Travel Rule สำหรับธุรกรรมคริปโตและวิธีชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยเพิ่มพื้นที่ใหม่อีก 5 แห่ง ได้แก่ แองกวิลลา โอมาน คิวบา โดมินิกา และบอตสวานา ส่งผลให้จำนวนเขตอำนาจศาลที่อยู่ภายใต้กฎดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 63 แห่งทั่วโลก โดยมาตรการใหม่นี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป

Travel Rule เป็นกฎที่กำหนดให้ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนคริปโต และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวิธีชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ส่งและผู้รับระหว่างกันเมื่อมีการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น ชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบธุรกรรม เป้าหมายหลักคือ การยกระดับมาตรการป้องกันการฟอกเงิน รวมถึงสกัดการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้สนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมาย

กฎดังกล่าวอ้างอิงจากมาตรฐานสากลด้านการป้องกันการฟอกเงิน และเริ่มบังคับใช้ในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 สะท้อนท่าทีของญี่ปุ่นที่ยังเดินหน้าเพิ่มความเข้มงวดต่อธุรกรรมคริปโต โดยเฉพาะธุรกรรมข้ามพรมแดน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในแง่การตรวจสอบที่มาของเงินทุนและตัวตนของคู่ธุรกรรม

ก่อนออกประกาศแก้ไขครั้งนี้ หน่วยงาน FSA ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะระหว่างวันที่ 1-31 พฤษภาคมที่ผ่านมา และได้รับความคิดเห็นทั้งหมด 2 รายการ โดยหนึ่งในนั้นเสนอให้เพิ่มสหรัฐอเมริกาเข้าไปในรายชื่อเขตอำนาจศาลภายใต้ Travel Rule อย่างไรก็ตาม หน่วยงานญี่ปุ่นชี้แจงว่า สหรัฐฯ ถูกจัดให้อยู่ในรายชื่อดังกล่าวอยู่แล้ว

ส่วนอีกหนึ่งความเห็นเสนอให้เพิ่มจีนและเวียดนาม โดยให้เหตุผลว่า ทั้งสองประเทศมีชาวญี่ปุ่นพำนักอยู่จำนวนมาก และถูกมองว่า มีสัดส่วนผู้หลบเลี่ยงภาษีสูง รวมถึงเสนอให้เพิ่มรัสเซียเข้าไปด้วยอีกราย 

หน่วยงาน FSA ระบุว่า จีน เวียดนาม และรัสเซีย ยังไม่ได้จัดทำกฎระเบียบที่เทียบเท่ากับภาระหน้าที่ในการแจ้งข้อมูลตามมาตรฐานของญี่ปุ่น จึงยังไม่ถูกบรรจุอยู่ในขอบเขต Travel Rule ในขณะนี้

ทั้งนี้ การที่ประเทศหรือภูมิภาคใดไม่ได้อยู่ในรายชื่อ Travel Rule ไม่ได้หมายความว่าธุรกรรมจากพื้นที่เหล่านั้นจะอยู่นอกการกำกับดูแลทั้งหมด เนื่องจากผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนคริปโตและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องในญี่ปุ่นยังคงมีหน้าที่ต้องรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลของผู้ส่งและผู้รับ สำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าเงินในประเทศหรือภูมิภาคที่อยู่นอกขอบเขต Travel Rule เช่นเดิม


มุมมองผู้เขียน: ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำว่า ญี่ปุ่นยังคงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลคริปโตอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการควบคุมความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน การหลีกเลี่ยงภาษี และธุรกรรมข้ามพรมแดนที่ตรวจสอบได้ยาก ขณะเดียวกันยังสะท้อนแนวทางของภาครัฐที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างการเปิดรับนวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลกับการคุมเข้มมาตรฐานด้านความโปร่งใสในระบบการเงิน

ที่มา: coinpost