bitkub-banner

จีนสั่ง 4 ธนาคารยักษ์ใหญ่แบนรายย่อยเทรด ‘ทองคำกระดาษ’ เริ่ม 24 ก.ค.นี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารจีนรายใหญ่อย่างน้อย 4 แห่ง เตรียมยุติบริการซื้อขายโลหะมีค่าที่เชื่อมโยงกับตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้สำหรับลูกค้ารายย่อย โดย ICBC จะหยุดให้บริการหลังการชำระราคาและส่งมอบในวันที่ 24 กรกฎาคม 2026
  • นักลงทุนที่ยังมีสถานะต้องเลือกปิดโพซิชัน ขายเพื่อรับเงินสด หรือรับมอบทองคำจริงตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร มิฉะนั้นอาจถูกบังคับปิดโพซิชัน
  • มาตรการนี้ไม่ได้ห้ามประชาชนจีนซื้อทองคำทั้งหมด แต่จำกัดบริการซื้อขายแบบใช้เลเวอเรจผ่านธนาคาร ขณะที่ทองคำแท่ง แผนสะสมทอง และกองทุน ETF ทองคำยังซื้อขายได้ตามปกติ

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ธนาคารขนาดใหญ่ของจีนอย่างน้อย 4 แห่ง เตรียมยุติให้บริการซื้อขายโลหะมีค่าแบบใช้เลเวอเรจสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่เชื่อมโยงกับตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ (SGE) โดยธนาคาร ICBC จะหยุดให้บริการหลังวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 ท่ามกลางราคาทองคำที่ผันผวนหนักและข้อกำหนดเงินวางหลักประกันที่เพิ่มขึ้นถึง 120-140% นักลงทุนที่ยังมีสถานะต้องเลือกปิดโพซิชัน ขายรับเงินสด หรือรับมอบทองคำจริงก่อนกำหนด มิฉะนั้นอาจถูกบังคับขาย อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่ได้ห้ามประชาชนจีนซื้อทองคำทั้งหมด เพราะทองคำแท่ง แผนสะสมทอง กองทุน ETF และตลาดทองคำสำหรับสถาบันยังดำเนินการได้ตามปกติ 

นักลงทุนรายย่อยในประเทศจีนที่ซื้อขายทองคำแบบใช้เลเวอเรจผ่านธนาคารกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังธนาคารขนาดใหญ่ของจีนอย่างน้อย 4 แห่ง เตรียมยุติบริการซื้อขายโลหะมีค่าที่เชื่อมโยงกับตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ ท่ามกลางความผันผวนของราคาทองคำและข้อกำหนดเงินวางหลักประกันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Industrial and Commercial Bank of China หรือ ICBC ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีสินทรัพย์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประกาศว่าจะระงับบริการตัวแทนซื้อขายโลหะมีค่าสำหรับลูกค้าบุคคลที่เชื่อมโยงกับ Shanghai Gold Exchange (SGE) หรือตลาดทองเซี่ยงไฮ้ หลังเสร็จสิ้นกระบวนการชำระราคาและส่งมอบในวันที่ 24 กรกฎาคม 2026

มาตรการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับ ICBC เพียงรายเดียว เพราะธนาคาร Postal Savings Bank of China, Ping An Bank และ China Guangfa Bank ต่างทยอยลดหรือยุติบริการซื้อขายโลหะมีค่าสำหรับนักลงทุนรายย่อยในลักษณะเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่า ธนาคารจีนกำลังเดินหน้าลดความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้ารายย่อยเก็งกำไรด้วยเลเวอเรจ

ธนาคารเริ่มแจ้งลูกค้าในช่วงวันที่ 24-25 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ผู้ที่ยังมีโพซิชันคงค้างมีเวลาประมาณหนึ่งเดือนในการดำเนินการปรับพอร์ตลงทุน โดยสามารถเลือกปิดโพซิชัน ขายสินทรัพย์เพื่อรับเงินสด หรือรับมอบทองคำจริงตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร

ลูกค้าที่ไม่ดำเนินการภายในกำหนดอาจถูกปิดโพซิชัน หรือบังคับขายสินทรัพย์โดยอัตโนมัติ ขณะที่เงินหลักประกันคงเหลือจะถูกคืนหลังการชำระบัญชี

ส่วนราคาทองคำในปี 2026 เกิดความผันผวนอย่างรุนแรง โดยปรับขึ้นเกือบแตะ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในช่วงต้นปี ก่อนลดลงต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการปรับตัวลงประมาณ 30% จากจุดสูงสุด

ความผันผวนดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงต่อนักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจ เนื่องจากอาจต้องเติมหลักประกัน หรือถูกบังคับปิดโพซิชัน เมื่อราคาปรับตัวสวนทางอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่ธนาคารจีนหลายแห่งได้ปรับเพิ่มอัตราเงินวางหลักประกันสำหรับการซื้อขายทองคำและเงินแบบ Deferred Trading ขึ้นไปแตะ 120-140% ในบางผลิตภัณฑ์ หมายความว่า ผู้ลงทุนต้องวางหลักประกันสูงกว่ามูลค่าของโพซิชันซื้อขาย ทำให้ประโยชน์จากการใช้เลเวอเรจลดลงอย่างมาก

จีนไม่ได้สั่งระงับการซื้อขายทองคำทั้งหมด 

มาตรการล่าสุดไม่ได้เป็นการห้ามประชาชนจีนซื้อทองคำทั้งหมด และไม่ได้กระทบการดำเนินงานของตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้โดยรวม แต่จำกัดเฉพาะบริการซื้อขายแบบใช้เลเวอเรจสำหรับลูกค้ารายย่อยผ่านธนาคารที่ประกาศยุติบริการ

สิ่งที่ถูกจำกัดคือ ช่องทางที่ธนาคารทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้นักลงทุนรายย่อยซื้อขายโลหะมีค่าแบบใช้เลเวอเรจ โดยเฉพาะสัญญาที่เชื่อมโยงกับตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้ (SGE)

การซื้อทองคำแท่ง การรับมอบทองคำจริง แผนสะสมทอง รวมถึงกองทุน ETF ที่อ้างอิงราคาทองคำยังไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่นักลงทุนสถาบันและผู้ประกอบการที่ทำธุรกรรมส่งมอบทองคำจริงยังสามารถใช้ตลาด SGE ได้ตามปกติ

ดังนั้น นักลงทุนที่มีโพซิชันการลงทุนแบบใช้เลเวอเรจผ่านธนาคารทั้ง 4 แห่ง ต้องตรวจสอบเงื่อนไข และดำเนินการปรับพอร์ตก่อนวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับปิดโพซิชันตามราคาตลาด


มุมมองผู้เขียน: ข่าวนี้อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในช่วงสั้นจากการเร่งปิดโพซิชันก่อนวันที่ 24 กรกฎาคม แต่ยังไม่ใช่สัญญาณว่าความต้องการทองคำในจีนกำลังลดลง เพราะช่องทางซื้อทองคำจริงและ ETF ยังคงเปิดอยู่ตามปกติ 

ที่มา: cryptobriefing