สรุปข่าว
- DeepSeek เปิดตัวโมเดล AI รุ่นทดลองใหม่ล่าสุดในชื่อ DeepSeek-V4-Flash-Vision-Exp ซึ่งต่อยอดมาจากแพลตฟอร์ม V4 Flash เดิมโดยเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลข้อมูลภาพและการมองเห็นเข้าไปด้วย
- โมเดลใหม่นี้ยังคงรักษาความสามารถด้านข้อความดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน ทั้งการใช้เหตุผลและความรู้รอบตัว โดยทางบริษัทระบุว่าประสิทธิภาพการทำงานของ AI ที่ต้องใช้ข้อมูลภาพนั้นอยู่ในระดับที่สูสีกับโมเดล Opus 4.8 ของ Anthropic
- การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือดของบริษัทพัฒนา AI ระดับโลก และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ Anthropic กำลังเตรียมตัวเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจระดมทุนได้แซงหน้าสถิติ 86,200 ล้านดอลลาร์ที่บริษัทอวกาศอย่าง SpaceX เคยทำเอาไว้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากข่าวการแข่งขันระหว่าง DeepSeek และ Anthropic รวมถึงกระแสการทำ IPO แม้จะสร้างความตื่นตัวให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ AI อย่างมากแต่ก็ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยพื้นฐานหรือสภาพคล่องของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในปัจจุบัน
บริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI ชั้นนำจากประเทศจีนอย่าง DeepSeek ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการเทคโนโลยีอีกครั้งด้วยการประกาศเปิดตัวโมเดล AI รุ่นทดลองตัวใหม่ที่เพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลภาพ โดยโมเดลล่าสุดนี้มีชื่อว่า DeepSeek-V4-Flash-Vision-Exp ซึ่งถือเป็นการต่อยอดและขยายขอบเขตการทำงานของแพลตฟอร์ม V4 Flash เดิมที่รองรับเพียงแค่ข้อความ ให้สามารถรับข้อมูลที่เป็นภาพและภาพหน้าจอได้แล้ว ทำให้ผู้ใช้งานสามารถอัปโหลดภาพเพื่อให้ระบบวิเคราะห์หรือสั่งการให้ AI ทำงานต่างๆ ตามบริบทของภาพที่ปรากฏได้อย่างอิสระ
ทาง DeepSeek ระบุชัดเจนว่า แม้จะเป็นเพียงเวอร์ชันทดลอง แต่โมเดลนี้ก็ยังคงรักษาประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมด้านข้อความของ V4 Flash เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการให้เหตุผล การจัดการงานแบบ Agentic หรือความรู้รอบตัวทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังได้นำระบบใหม่นี้ไปทดสอบเปรียบเทียบกับโมเดลประสิทธิภาพสูงของคู่แข่งอย่าง Anthropic และพบว่าความสามารถในการทำงานร่วมกับข้อมูลภาพของระบบใหม่นี้อยู่ในระดับที่สูสีและใกล้เคียงกับโมเดล Opus 4.8 ของทาง Anthropic เลยทีเดียว การเปรียบเทียบดังกล่าวได้จุดกระแสความสนใจให้กับตลาดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากบริบทก่อนหน้านี้ที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเคยออกมากล่าวหาว่า Moonshot ของจีนได้แอบคัดลอกโมเดลตระกูล Fable ของ Anthropic ไปใช้ในการพัฒนา K3 AI
ปัจจุบัน DeepSeek มีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ภาพเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจากการพัฒนาซีรีส์ DeepSeek-VL และการเปิดตัวเวอร์ชันใหม่นี้ก็เป็นการนำฟีเจอร์ด้านภาพและภาษามาผนวกรวมเข้ากับตระกูล V4 รุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นักพัฒนาสามารถเข้าถึงโมเดลทดลองนี้ได้ผ่านทาง API ของบริษัท ซึ่งเปิดโอกาสให้นำฟังก์ชัน GUI ไปปรับใช้กับแอปพลิเคชันหรือบริการต่างๆ ของตนเองได้อย่างสะดวกสบาย
การเคลื่อนไหวของ DeepSeek เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การแข่งขันระหว่างผู้พัฒนา AI ระดับโลกกำลังทวีความดุเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข่าวว่า Anthropic กำลังเตรียมตัวที่จะเสนอขายหุ้น IPO สู่สาธารณะในเร็วๆ นี้ นักวิเคราะห์ประเมินว่ามูลค่าการระดมทุนอาจพุ่งสูงปรี๊ดจนอาจสามารถทำลายสถิติ IPO 86,200 ล้านดอลลาร์ที่บริษัทอวกาศยักษ์ใหญ่อย่าง SpaceX ภายใต้การนำของ Elon Musk เคยทำเอาไว้ ตอนนี้ประเด็นการเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าของ Anthropic กับ SpaceX กำลังเป็นที่ถกเถียงอย่างร้อนแรงในหมู่นักลงทุน และหลายคนก็คาดหวังว่า IPO ของค่าย AI ชื่อดังรายนี้อาจทำผลงานได้โดดเด่นแซงหน้าบริษัทของ Musk โดยมีรายงานเบื้องต้นระบุว่าสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Morgan Stanley, Goldman Sachs และ JPMorgan กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับดีลประวัติศาสตร์ในครั้งนี้
ที่มา: coingape
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การที่ DeepSeek เปิดตัวโมเดลที่มีความสามารถด้านการประมวลผลภาพออกมาชนกับ Opus 4.8 ของ Anthropic เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าการแข่งขันด้าน AI ทั่วโลกไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในฝั่งตะวันตกอีกต่อไป จีนกำลังเร่งพัฒนาและไล่ตามมาติดๆ ด้วยโมเดลที่มีความสามารถรอบด้านมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ข่าวลือเรื่อง IPO มูลค่ามหาศาลของ Anthropic ก็ตอกย้ำให้เห็นว่าเม็ดเงินลงทุนในโลกเทคโนโลยีกำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรม AI อย่างบ้าคลั่ง การที่สถาบันการเงินระดับท็อปกระโดดเข้ามาร่วมวง ยิ่งทำให้สงคราม AI ในยุคต่อไปไม่ใช่แค่เรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเกมการเงินระดับโลกที่จะดึงดูดสภาพคล่องมหาศาลเข้าสู่ตลาดหุ้นและบริษัทด้านนวัตกรรมอีกด้วย

