bitkub-banner

กองทุนยักษ์ Temasek ยืนยัน ยังไม่มีแผนลงทุนในคริปโท หลังเข็ดบทเรียนจาก FTX

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Temasek บริษัทลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ยืนยันว่า ปัจจุบันไม่มีการลงทุนโดยตรงในคริปโท และยังไม่มีแผนกลับเข้าสู่ตลาดในระยะนี้
  • บริษัทเคยขาดทุนจาก FTX จนต้องตัดมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด 275 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8,700 ล้านบาท หลังแพลตฟอร์มล้มละลายในปี 2022
  • Temasek ยังสนใจเทคโนโลยีบล็อกเชน แต่เลือกเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน AI ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานที่นำไปใช้ในเศรษฐกิจจริงได้มากกว่า

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Nagi Hamiyeh ประธานของ Temasek Global Investments เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่มีแผนลงทุนในคริปโทฯ หลังเคยขาดทุนจาก FTX จนต้องตัดมูลค่าเงินลงทุน 275 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8,700 ล้านบาท ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสนใจเทคโนโลยีบล็อกเชนที่นำไปใช้กับเศรษฐกิจจริง พร้อมหันเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน AI ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และศูนย์ข้อมูล โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนด้าน AI จาก 6% เป็น 15% ของพอร์ตภายในปี 2031 

Temasek บริษัทด้านการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ยืนยันว่า ยังไม่มีแผนลงทุนสินทรัพย์กลุ่มคริปโทเคอร์เรนซี ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ และบทเรียนราคาแพงจากการลงทุนใน FTX ซึ่งทำให้บริษัทต้องตัดมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด 275 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8,700 ล้านบาท หลังแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทแห่งนี้ล้มละลายในปี 2022 

Nagi Hamiyeh ประธานของ Temasek Global Investments ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า ปัจจุบันบริษัทไม่มีการลงทุนโดยตรงในคริปโทแม้แต่รายการเดียว และยังไม่สามารถประเมินได้ว่า สินทรัพย์ดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจกระแสหลักมากเพียงใดในอนาคต เพราะทิศทางดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับกรอบกำกับดูแลที่จะถูกนำมาใช้ในแต่ละประเทศ 

อย่างไรก็ตาม Temasek ยังให้ความสนใจกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถนำไปใช้กับภาคเศรษฐกิจจริงได้ โดยบริษัทจะแยกการลงทุนในเทคโนโลยีออกจากการถือครองสินทรัพย์คริปโทโดยตรง

จุดยืนดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง Temasek สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดไปกับกระดานเทรด FTX ซึ่งล้มละลายในเดือนพฤศจิกายน 2022 เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันทางการเมืองในสิงคโปร์ และทำให้บริษัทถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการตรวจพิจราณาก่อนตัดสินใจลงทุน

Lawrence Wong ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ผลขาดทุนดังกล่าวเป็นเรื่องน่าผิดหวัง และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของ Temasek รวมถึงประเทศสิงคโปร์ ต่อมาบริษัทได้ตรวจสอบกระบวนการทำงานภายใน และลดค่าตอบแทนของทีมลงทุนและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับดีล FTX ลง

นอกเหนือจากคริปโท Hamiyeh ระบุว่า Temasek จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยเน้นการนำเทคโนโลยีไปใช้ในธุรกิจจริงมากกว่าการแข่งขันพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่ระดับแนวหน้า

บริษัทมองว่า โอกาสสำคัญอยู่ในระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ การเพิ่มประสิทธิภาพภาคอุตสาหกรรม ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่รองรับการขยายตัวของ AI

Temasek ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI จาก 6% ของพอร์ตในรอบปีบัญชีล่าสุด เป็น 15% ภายในปี 2031 โดย Hamiyeh มองว่า วงจรการลงทุนใน AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และอาจดำเนินต่อไปอีกหลายสิบปี แม้มูลค่าของบริษัทบางแห่งจะปรับตัวสูงเกินปัจจัยพื้นฐานแล้วก็ตาม

ในยุโรป Temasek ลงทุนไปประมาณ 1.2 หมื่นล้านยูโรในช่วงสองปีที่ผ่านมา ถือเป็นตลาดที่ได้รับเงินลงทุนมากเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐฯ บริษัทเน้นธุรกิจที่ยุโรปมีความได้เปรียบ เช่น สินค้าหรู สินค้าอุปโภคบริโภค พลังงานสะอาด และธุรกิจอุตสาหกรรมแบบครอบครัว

สำหรับตะวันออกกลาง Hamiyeh ระบุว่า แนวโน้มการปฏิรูปเชิงโครงสร้างระยะยาวยังแข็งแกร่ง แต่ผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ด้านธุรกิจป้องกันประเทศ Temasek จะพิจารณาการลงทุนเป็นรายกรณี โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและทางการทหาร พร้อมตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวกับจริยธรรมและบทบาทของบริษัทต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริง

ปัจจุบันบริษัทกำหนดให้อาวุธชีวภาพและอาวุธเคมีเป็นธุรกิจต้องห้ามที่ไม่สามารถลงทุนได้ ขณะที่การลงทุนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของ Temasek ในปัจจุบันมีเพียง ST Engineering

ท่าทีล่าสุดสะท้อนว่า Temasek ยังไม่ปิดกั้นเทคโนโลยีบล็อกเชน แต่ยังไม่พร้อมกลับไปลงทุนในสินทรัพย์คริปโทโดยตรง หลังบทเรียนจาก FTX ทำให้บริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนที่มีการใช้งานจริง มีกระแสเงินสดชัดเจน และสามารถควบคุมความเสี่ยงได้มากกว่า


มุมมองผู้เขียน: ท่าทีล่าสุดสะท้อนว่า Temasek ไม่ได้ปิดกั้นเทคโนโลยีบล็อกเชน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่พร้อมกลับไปลงทุนในสินทรัพย์คริปโทอย่างเต็มตัว ตราบใดที่ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบยังไม่คลี่คลาย

ที่มา:CNBC