bitkub-banner

มหาเศรษฐีพันล้านชี้ 2 ปัญหาท้าทายหลัก ที่อาจฉุดรั้งการเติบโตของ Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Chamath Palihapitiya นักลงทุนระดับมหาเศรษฐีที่เข้าซื้อ Bitcoin มาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มได้ออกมาแสดงความกังวลว่าตลาดคริปโตกำลังสูญเสียสภาพคล่องส่วนเพิ่มเนื่องจากเม็ดเงินลงทุนใหม่กำลังไหลเข้าไปสู่ตลาดหุ้นและแพลตฟอร์มการทำนายผลแทน
  • เขายังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าพลังงานไฟฟ้ามหาศาลที่ใช้ไปกับการขุด Bitcoin ในปัจจุบันอาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่าเดิมถึง 10 ถึง 20 เท่าหากถูกนำไปใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยี AI ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังต้องการทรัพยากรอย่างหนัก
  • ความเห็นดังกล่าวทำให้บุคคลสำคัญในวงการอย่าง Brian Armstrong ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Coinbase และนักวิเคราะห์อีกหลายคนออกมาแย้งว่าปัญหาเรื่องสภาพคล่องเป็นเพียงเรื่องชั่วคราวตามรอบวัฏจักรตลาดและหากกระแส AI ชะลอตัวลงพลังงานรวมถึงเงินทุนก็จะไหลกลับมาสู่ Bitcoin ตามกลไกปกติ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากตลาดกำลังเผชิญกับการแย่งชิงเม็ดเงินลงทุนไปยังเทคโนโลยีกลุ่มอื่นแต่โครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายยังคงสามารถปรับตัวรับมือกับการโยกย้ายทรัพยากรพลังงานได้ตามกลไกปกติ

Chamath Palihapitiya นักร่วมลงทุนชื่อดังแห่งซิลิคอนแวลลีย์และหนึ่งในผู้สนับสนุน Bitcoin ยุคบุกเบิกที่เริ่มเก็บของมาตั้งแต่ตอนที่ราคายังอยู่ราว ๆ 80 ดอลลาร์สหรัฐ ได้ออกมาจุดประเด็นร้อนที่ทำให้คนในวงการต้องกลับมามองตลาดกันใหม่ โดยเขาเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่อาจกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ 2 เรื่องสำหรับตลาดคริปโต

ปัญหาแรกที่เขามองเห็นคือสภาพคล่องส่วนเพิ่มหรือเม็ดเงินลงทุนใหม่ ๆ ที่ควรจะเข้ามาเติมในตลาดกลับกำลังไหลออกไปหาผลตอบแทนในตลาดหุ้นและตลาดทำนายผลอนาคตแทน

ปัญหาที่สองซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ในยุคนี้คือการใช้ทรัพยากร เขาประเมินว่าถ้านำพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ขุด Bitcoin ไปใช้รันโครงสร้างพื้นฐานของ AI แทน มันจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าเดิมถึง 10 ถึง 20 เท่า ซึ่งความต้องการพลังงานจากฝั่ง AI ที่พุ่งสูงขึ้นแบบนี้อาจเข้ามาแย่งทรัพยากรจากเหมืองขุดไปได้อย่างน่าตกใจ

หลังจากที่เขาแชร์มุมมองนี้ออกไปก็เกิดการถกเถียงกันอย่างดุเดือดในคอมมูนิตี้คริปโต ทางด้าน Brian Armstrong CEO ของ Coinbase มองว่าประเด็นเรื่องสภาพคล่องที่หายไปนั้นเป็นแค่อาการระยะสั้น แม้ความต้องการทรัพยากรคอมพิวเตอร์ของฝั่ง AI จะเติบโตอย่างยั่งยืนจริง แต่ระบบความปลอดภัยของ Bitcoin ก็ถูกออกแบบมาให้สามารถปรับระดับความยากในการขุดเพื่อรับมือกับเครื่องขุดที่หายไปได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว

มุมมองนี้ยังไปสอดคล้องกับ Fred Krueger นักลงทุนที่ออกมาระบุว่าการหมุนเวียนของเงินทุนเพื่อเก็งกำไรในสินทรัพย์ต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องปกติของวัฏจักรตลาด

นอกจากนี้ Jeff Park นักกลยุทธ์จาก Bitwise ยังเสริมว่าตลาดได้รับรู้และปรับราคาเพื่อรับมือกับประเด็นการแย่งชิงเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐานของ AI ไปตั้งแต่ 9 เดือนที่แล้ว

ในขณะที่ André Dragosch นักวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคได้ตั้งคำถามกลับอย่างน่าสนใจว่ากระแสบูมของ AI อาจเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวเช่นกัน เพราะหากวันหนึ่งภาคธุรกิจ AI เกิดการปรับฐานครั้งใหญ่หรือหมดความน่าสนใจลง ความกังวลเรื่องที่พลังงานและเงินทุนจะถูกแย่งไปจาก Bitcoin ก็จะหายไปทันที

ที่มา: X


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าข้อสังเกตของ Chamath เป็นการมองตามกระแสเงินทุนที่กำลังไหลเข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยี AI อย่างบ้าคลั่งในเวลานี้ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า AI กำลังดึงดูดทั้งทรัพยากรเงินและพลังงานไฟฟ้าไปมหาศาล อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติของ Bitcoin ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง การที่จำนวนเครื่องขุดจะลดลงบ้างจากการแย่งชิงพลังงานก็ไม่ได้ทำให้ระบบล่มสลายเพราะเครือข่ายจะปรับความยากในการขุดลงมาให้สมดุลเอง ในระยะยาวหากตลาด AI เริ่มนิ่งหรือปรับฐาน เงินทุนที่แสวงหาผลตอบแทนก็มีโอกาสหมุนกลับเข้ามาในสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความแข็งแกร่งอย่าง Bitcoin อีกครั้ง นักลงทุนจึงควรเน้นการประเมินภาพรวมตามวัฏจักรหลักของตลาดมากกว่าตื่นตระหนกกับกระแสระยะสั้น