bitkub-banner

เวียดนามเตรียมปรับเงินนักเทรดรายย่อยที่ใช้กระดานเทรดต่างประเทศ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัฐบาลเวียดนามเตรียมบังคับใช้กฎหมายใหม่ภายใต้กฤษฎีกา Decree 284/2026 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ โดยจะลงโทษปรับเงินนักลงทุนรายย่อยที่ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบนแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นเงินสูงสุดถึง 50 ล้านดองหรือประมาณ 1,900 ดอลลาร์สหรัฐ
  • กฎหมายฉบับใหม่นี้ตั้งเป้าที่จะจำกัดจำนวนกระดานเทรดในประเทศให้มีไม่เกิน 5 แห่งในช่วงแรก พร้อมกำหนดเงื่อนไขทุนจดทะเบียนขั้นต่ำไว้สูงถึง 10 ล้านล้านดองหรือประมาณ 382 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติไว้ไม่เกิน 49%
  • การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลให้บริษัทและกระดานเทรดต่างประเทศต้องยกระดับการตรวจสอบตัวตนหรือ KYC และระบบบล็อกพื้นที่การใช้งานอย่างเข้มงวด ซึ่งถือเป็นการย้ายภาระความรับผิดชอบและบทลงโทษมาสู่ตัวผู้ใช้งานปลายทางโดยตรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากมาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงตลาดของนักลงทุนภายในประเทศเวียดนามเป็นหลัก แต่อาจส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายบนกระดานเทรดระดับโลกชะลอตัวลงเล็กน้อยจากกลุ่มผู้ใช้งานชาวเวียดนามซึ่งเป็นหนึ่งในคอมมูนิตี้ที่มีความตื่นตัวสูงที่สุดในโลก

เวียดนามเตรียมก้าวเข้าสู่การควบคุมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเข้มงวดที่สุดครั้งหนึ่ง โดยประกาศยกระดับมาตรการลงโทษจากเดิมที่มุ่งเน้นควบคุมเฉพาะตัวแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ มาเป็นการลงโทษปรับเงินโดยตรงต่อตัวนักลงทุนรายย่อยที่ยังคงดึงดันใช้งานกระดานเทรดต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากกระทรวงการคลัง

ภายใต้กฤษฎีกา Decree 284/2026 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายนนี้ นักลงทุนรายบุคคลที่ทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตในเวียดนาม อาจต้องเผชิญโทษปรับตั้งแต่ 50 ล้านดอง ไปจนถึง 100 ล้านดองสำหรับกรณีการซื้อขายสินทรัพย์ที่อนุญาตให้เฉพาะนักลงทุนต่างชาติเท่านั้น ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับประเทศที่มีอัตราการยอมรับ Bitcoin และคริปโตจากกลุ่มผู้ใช้งานระดับฐานรากสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

มาตรการใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อบีบให้นักลงทุนย้ายสินทรัพย์กลับมาซื้อขายบนกระดานเทรดในประเทศที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้น ทว่ากรอบการขอใบอนุญาตของเวียดนามกลับมีความเข้มงวดและจำกัดเป็นอย่างมาก โดยรัฐบาลวางแผนที่จะอนุมัติใบอนุญาตให้แก่กระดานเทรดไม่เกิน 5 แห่งในช่วงแรก และผู้ให้บริการเหล่านั้นจะต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสูงถึง 10 ล้านล้านดอง พร้อมทั้งจำกัดสัดส่วนการเป็นเจ้าของของนักลงทุนต่างชาติไว้ไม่เกิน 49% เท่านั้น และที่สำคัญคือธุรกรรมทั้งหมดจะต้องชำระราคาด้วยสกุลเงินดองเวียดนาม

การประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวทำให้กระดานเทรดต่างประเทศชื่อดังอย่าง Binance หรือ Bybit ที่เคยให้บริการชาวเวียดนามในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการให้บริการลูกค้าในประเทศนี้อย่างมาก นอกจากนี้กฎหมายยังกำหนดโทษปรับสำหรับบริษัทที่ไม่ยอมตรวจสอบตัวตนลูกค้าอย่างเข้มงวดไว้สูงถึง 70 ล้านดอง ทำให้ระบบ KYC และการบล็อกพื้นที่การใช้งานหรือ geofencing กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการนับจากนี้เป็นต้นไป

ที่มา: vietnamplus


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการดำเนินการของเวียดนามสะท้อนถึงความพยายามของภาครัฐในการดึงเอาเม็ดเงินและกิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัลกลับเข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมและจัดเก็บภาษีอย่างเต็มรูปแบบ การบีบให้นักลงทุนรายย่อยหันมาใช้กระดานเทรดในประเทศที่มีกฎเกณฑ์เข้มงวดอาจช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการฉ้อโกงและเงินนอกระบบได้ในระดับหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน การจำกัดใบอนุญาตเพียง 5 รายและการตั้งเกณฑ์ทุนจดทะเบียนที่สูงลิบลิ่วอาจเป็นการปิดกั้นนวัตกรรมและลดทางเลือกในการลงทุนของประชาชนอย่างน่าเสียดาย นักลงทุนจึงต้องจับตาดูว่ามาตรการบล็อกพื้นที่ของกระดานเทรดต่าง ๆ จะถูกบังคับใช้อย่างเบ็ดเสร็จเพียงใดก่อนถึงกำหนดเส้นตายในเดือนกันยายนนี้