สรุปข่าว
- กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT บุกตรวจค้น 7 จุดในสมุทรสาครและนครปฐม พบเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าแรงสูงเพื่อทำเหมืองขุดคริปโต
- ยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลได้รวมประมาณ 1,900 เครื่อง มูลค่าของกลางกว่า 200 ล้านบาท ความเสียหายจากการลักไฟฟ้าอีกราว 280 ล้านบาท
- เตรียมแจ้งข้อหาหลายกระทง ทั้งลักทรัพย์ ฟอกเงิน และผิดกฎหมายอาคาร-สิ่งแวดล้อม พร้อมขยายผลเชื่อมโยงเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้อง
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ปฏิบัติการนี้เป็นการปราบปรามเหมืองขุดคริปโตที่ลักลอบใช้ไฟฟ้าผิดกฎหมายในประเทศไทย ไม่ได้กระทบต่อ hash rate ระดับโลกหรือโครงสร้างตลาดคริปโตในภาพรวม เพราะสเกลของเครื่องที่ยึดได้ยังถือว่าเล็กเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมขุดทั่วโลก ผลกระทบจึงจำกัดอยู่ในระดับผู้ประกอบการรายย่อย และภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมขุดในไทยมากกว่าจะสะเทือนราคาเหรียญโดยตรง
DSI เปิดปฏิบัติการใหญ่กวาดล้างเครือข่ายเหมืองขุดบิตคอยน์เถื่อน ที่ลักลอบใช้ไฟฟ้าแรงสูง จนสร้างความเสียหายให้รัฐ เป็นมูลค่าหลักร้อยล้านบาท โดยพบว่า เครือข่ายเหมืองขุดบิตคอยน์เถื่อนนี้ ดำเนินการมาต่อเนื่องกว่า 1 ปี
จุดเริ่มต้นจากไฟฟ้าผิดปกติ สู่ปฏิบัติการ SILENT VOLT
เรื่องทั้งหมดเริ่มจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 ภาคกลาง จังหวัดนครปฐม แจ้งเบาะแสมายัง DSI ว่า พบการใช้ไฟฟ้าผิดปกติในโกดังหลายแห่ง กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงเข้าตรวจสอบ และพบว่าเป็นเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อทำเหมืองขุดเงินดิจิทัลมาแล้วกว่าหนึ่งปี
เมื่อขยายผลลึกลงไป เจ้าหน้าที่พบว่า เครือข่ายนี้อาจไม่ได้ทำงานเดี่ยว แต่มีลักษณะเชื่อมโยงกันเป็นองค์กร จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นจากศาล เข้าตรวจค้น และเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 DSI ร่วมกับ PEA เปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT เข้าตรวจค้นพร้อมกัน 7 จุด แบ่งเป็นโรงงานหรือโกดังต้องสงสัย 2 แห่ง ในอำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร และบ้านพักพร้อมสำนักงานของกลุ่มนายทุนที่เกี่ยวข้องอีก 5 แห่งในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร และอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
วิธีลักไฟฟ้า ต่อตรงสายแรงสูง 22 กิโลโวลต์ ข้ามมิเตอร์
จากการตรวจสอบร่วมกันระหว่าง DSI และ PEA พบว่า เครือข่ายนี้ใช้วิธีต่อตรงเข้าระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง 22 กิโลโวลต์ โดยไม่ผ่านเครื่องวัดของการไฟฟ้าเลย จุดที่เชื่อมต่อคือ บริเวณบุชชิ่งด้านแรงสูงของหม้อแปลงไฟฟ้า ทำให้ปริมาณไฟฟ้าที่ใช้จริงไม่ถูกบันทึกในระบบ
ซึ่งโกดังจุดที่ 1 อยู่ในตำบลคอกกระบือ อำเภอเมืองสมุทรสาคร พบหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดประมาณ 2,500 kVA ถูกละเมิด 1 เครื่อง มีโหลดไฟฟ้าราว 3.05 เมกะวัตต์ ตรวจยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลได้ประมาณ 900 เครื่อง โดยเริ่มลักไฟฟ้า ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568

โกดังจุดที่ 2 อยู่ในตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร ตรวจพบหม้อแปลงถูกละเมิด 2 เครื่อง ขนาด 2,000 kVA และ 1,500 kVA รวมโหลดไฟฟ้าประมาณ 3.04 เมกะวัตต์ โดยยึดเครื่องขุดได้ประมาณ 1,000 เครื่อง เริ่มลักไฟฟ้าตั้งแต่เดือนเมษายน 2568
รวมทั้ง 2 จุด เจ้าหน้าที่ยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลได้ประมาณ 1,900 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าของกลางราว 200 ล้านบาท ส่วนความเสียหายจากการลักไฟฟ้าทั้งสองโรงงานประเมินเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 280 ล้านบาท

ค่าไฟจริงเดือนละ 22 ล้าน แต่จ่ายแค่หลักหมื่น
ตัวเลขที่สะท้อนความเสียหายชัดที่สุดคือ ส่วนต่างค่าไฟฟ้า หากเปิดเหมืองขุดบิตคอยน์จำนวนราว 2,000 เครื่องอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ประกอบการต้องจ่ายค่าไฟจริงเดือนละประมาณ 22 ล้านบาท แต่เครือข่ายนี้จ่ายค่าไฟเพียงเดือนละ 10,000 ถึง 25,000 บาทเท่านั้น
ส่วนต่างมหาศาลนี้ ไม่ได้เป็นแค่การหลบเลี่ยงค่าใช้จ่าย แต่ยังกดดันเสถียรภาพของระบบพลังงานไฟฟ้าประเทศ เพราะโหลดที่แท้จริงไม่ถูกวางแผนหรือควบคุมในระบบ ทำให้ DSI มองว่า นี่คืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่ใช่แค่ความผิดเล็กน้อยระดับบุคคล
เตรียมแจ้งข้อหาหลายกระทง เชื่อมโยงเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจาก การตรวจยึดเครื่องขุด เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจค้นบ้านพักและสำนักงานของกลุ่มนายทุนที่เกี่ยวข้องอีก 5 แห่ง พบผู้เกี่ยวข้องพร้อมเอกสาร และพยานหลักฐานจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการ และอาจนำไปสู่การเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากคดีก่อนหน้านี้
ในทางคดี พนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อหาลักทรัพย์ และลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปตามประมวลกฎหมายอาญา พร้อมพิจารณาว่า การดำเนินกิจการนี้เข้าข่ายเป็นปกติธุระหรือไม่ ซึ่งหากเข้าข่ายจะถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน
และจะประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ดำเนินการต่อ ซึ่งยังมีความผิดด้านการดัดแปลงอาคาร กฎหมายสิ่งแวดล้อม และกฎหมายสาธารณสุข ที่รอการเอาผิดควบคู่กันไป
ปฏิบัติการนี้สอดคล้องกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่สั่งการผ่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้ DSI เดินหน้าปราบปรามการลักลอบทำเหมืองขุดบิตคอยน์อย่างจริงจังต่อเนื่อง

DSI ระบุว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องไปแล้วหลายราย ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลทั่วไป และยังคงตรวจค้นยึดเครื่องขุดในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพราะพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในหลายคดี
ปฏิบัติการ SILENT VOLT จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐเริ่มจับตาการลักลอบทำเหมืองขุดคริปโตอย่างเป็นระบบมากขึ้น ไม่ใช่แค่ไล่จับรายเล็ก แต่ขยายไปถึงต้นทางแหล่งทุนและผู้สนับสนุน
ที่มา : dsi
มุมมองผู้เขียน : คดีนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การทำเหมืองขุดคริปโตในไทยยังมีช่องโหว่เรื่องการควบคุมการใช้ไฟฟ้าอีกมาก และตราบใดที่ค่าไฟแบบถูกต้อง ยังแพงกว่าการแอบลักลอบใช้ตั้งหลายร้อยเท่า ก็คงยากที่จะหยุดยั้งคนที่จ้องจะลักไก่ทำผิดได้ สิ่งที่น่าจับตาหลังจากนี้คือ การกวาดล้างขยายผลไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะหากลากตัวผู้บงการออกมาได้จริง ก็น่าจะเป็นแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่

