สรุปข่าว
- ทีมข่าวกรองภัยคุกคามของ Microsoft พบแคมเปญมัลแวร์ใหม่ที่ใช้ประโยชน์จาก BNB Smart Chain เพื่อซ่อนมัลแวร์ที่จะไปดึงไฟล์คำสั่ง (Payload) ไว้ในสัญญา Smart Contract ทำให้การสั่งปิดระบบโจมตีทำได้ยากขึ้นมาก
- แฮกเกอร์ใช้เทคนิค EtherHiding ร่วมกับหน้าต่าง CAPTCHA ปลอม หลอกให้เหยื่อรันคำสั่งอันตรายผ่าน Windows Run จนนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์ขโมยข้อมูลอย่าง Lumma Stealer และ AsyncRAT
- นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Microsoft เปิดโปงภัยคุกคามด้านคริปโต ก่อนหน้านี้เคยเตือนทั้งแคมเปญ Cryptocurrency Clipper และ Cryptojacking ผ่านใช้เทคนิค SEO Poisoning มาแล้ว
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ประเด็นนี้เป็นเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานของ BNB Chain เพื่อซ่อนโค้ดอันตราย ผู้เสียหายคือผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปที่ถูกหลอกผ่านเว็บไซต์ปลอม จึงไม่น่าจะสร้างแรงกดดันต่อราคาโดยตรง อย่างไรก็ดี ข่าวลักษณะนี้อาจกระทบภาพลักษณ์ของเชนในสายตาคนทั่วไปได้บ้างในระยะสั้น
Microsoft ได้ตรวจพบแคมเปญการแพร่ระบาดของมัลแวร์ตัวใหม่ที่มุ่งใช้ประโยชน์จากเครือข่าย BNB Smart Chain เพื่อทำให้โครงสร้างพื้นฐานของผู้โจมตีที่เป็นอันตรายมีความทนทาน และถูกสั่งปิดได้ยากยิ่งขึ้น
โดยทีมข่าวกรองกรองด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของ Microsoft ระบุว่า ผู้โจมตีได้ทำการแฮกเข้าสู่เว็บไซต์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วฝังโค้ดชั่วร้าย JavaScript เข้าไป เพื่อใช้สื่อสารกับสัญญา Smart Contract ที่ถูกปรับใช้ให้อยู่บนบล็อกเชน BNB Smart Chain
แคมเปญนี้พึ่งพาเทคนิคที่เรียกว่า EtherHiding ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับปฏิบัติการมัลแวร์ชื่อดังอย่าง ClearFake โดยมัลแวร์จะไปดึงไฟล์คำสั่งขั้นต่อไปจากสัญญา Smart Contract ผ่านช่องทาง RPC Gateway ของ BNB Smart Chain
โครงสร้างพื้นฐานรูปแบบนี้ ทำให้การสั่งปิดระบบโจมตีทำได้ยากขึ้นมาก เนื่องจากมีเพียงเจ้าของกระเป๋าเงินดิจิทัล ที่ปรับใช้สัญญา Smart Contract นั้นเท่านั้น ที่จะสามารถแก้ไขหรือลบเนื้อหาออกไปได้
กลไกการหลอกลวงผ่าน Fake CAPTCHA และอันตรายหลังถูกเจาะระบบ
ในขั้นตอนการโจมตี เหยื่อจะถูกหลอกด้วยหน้าต่าง CAPTCHA ปลอม ที่แนะนำให้ผู้ใช้งาน กดเปิดกล่องข้อความ Windows Run นำข้อความที่ถูกคัดลอกมาจาก Clipboard ไปวาง และรันคำสั่งที่ผู้โจมตีเป็นผู้ควบคุม
โดย Microsoft ระบุว่าผู้โจมตีใช้เทคนิคการพรางคำสั่ง (Command Obfuscation) อย่างซับซ้อน ขณะเดียวกันก็แอบอ้างใช้เครื่องมือมาตรฐานของระบบปฏิบัติการ Windows มาเล่นงาน เช่น PowerShell, Command Prompt, Windows Terminal, mshta, rundll32, WMI, curl, และ WebDAV เป็นต้น
เมื่อคำสั่งถูกรันสำเร็จ มัลแวร์จะสามารถส่งมัลแวร์ตัวอื่นๆ เข้ามาติดตั้งได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Lumma Stealer, XWorm, AsyncRAT, MintsLoader รวมถึงเครื่องมือควบคุมระบบจากระยะไกล
ซึ่งการติดเชื้อมัลแวร์ที่สำเร็จจะส่งผลให้ข้อมูลรหัสผ่านรั่วไหล และเปิดทางไปสู่การโจมตีด้วย Ransomware โดยฝีมือมนุษย์ในท้ายที่สุด
ข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัย และย้อนรอยภัยคุกคามคริปโตจาก Microsoft
Microsoft ได้เตือนผู้ใช้งานว่า อย่าคัดลอกและวางคำสั่งจาก CAPTCHA, คำเตือนบนเบราว์เซอร์, โฆษณา หรืออีเมลโดยเด็ดขาด
พร้อมทั้งแนะนำให้องค์กรต่าง ๆ เปิดใช้งานระบบป้องกันเครือข่าย เว็บ และคลาวด์ของ Microsoft Defender รวมถึงจำกัดการใช้งานโปรแกรม Command-line ที่ไม่จำเป็น และเปิดใช้งานระบบบันทึกประวัติการทำงาน ของ PowerShell
ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้เคยออกคำเตือนด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซีมาแล้วหลายครั้ง โดยเมื่อเดือนมิถุนายน Microsoft ได้เปิดเผยแคมเปญ Cryptocurrency Clipper ที่มุ่งแอบขโมยข้อมูลในคลิปบอร์ด แล้วสลับที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัลที่ผู้ใช้งานคัดลอกไว้ ให้กลายเป็นที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้โจมตี
ส่วนในเดือนพฤษภาคม Microsoft ได้เปิดเผยปฏิบัติการ Cryptojacking ขนาดใหญ่ที่ใช้เทคนิค SEO Poisoning รวมถึงการเตือนภัยด้าน Social Engineering รูปแบบ ClickFix ที่มุ่งเป้าหลอกลวงผู้ใช้ macOS ผ่านคู่มือแก้ไขปัญหาเครื่องแบบปลอมๆ
ที่มา : u.today
มุมมองผู้เขียน: ผู้ใช้งานทั่วไปควรระวังการรันคำสั่งใดๆ ที่มาจากหน้าเว็บที่ไม่คุ้นเคยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคำเตือนหรือ CAPTCHA ที่ดูผิดปกติ ส่วนวงการ BNB Chain เองก็อาจต้องหาทางออกร่วมกับนักพัฒนาด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างกลไกตรวจจับ Smart Contract ที่ถูกใช้ในลักษณะนี้ให้เร็วขึ้นในอนาคต

