bitkub-banner

หุ้น SpaceX พุ่งกว่า 15% ทะลุ $130 หลังปลดล็อกหุ้น 911 ล้านหุ้นแต่ตลาดเชื่อมั่น ไม่โดนเทขาย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หุ้น SpaceX หรือ SPCX พุ่งขึ้น 15.83% ปิดที่ $133.11 หลังเพิ่งร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ $104.83 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 โดยการดีดตัว 2 วันติดต่อกันทำให้ราคาหุ้นฟื้นขึ้นมาราว 23%
  • การพุ่งขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการปลดล็อกหุ้นของนักลงทุนภายในกว่า 911 ล้านหุ้น ซึ่งเดิมตลาดกังวลว่าจะสร้างแรงขายจำนวนมหาศาล แต่กลับพบว่าตลาดสามารถดูดซับแรงขายได้ ขณะที่มูลค่าตลาดของ SpaceX เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความคาดหวังต่อธุรกิจ AI และข่าวความร่วมมือกับ Tesla ในการสร้างโรงงานผลิตชิป AI มูลค่า $16.8 พันล้านดอลลาร์ ประกอบกับมุมมองเชิงบวกจากนักวิเคราะห์ที่มองว่าการปลดล็อกหุ้นอาจกลายเป็นโอกาสเข้าซื้อแทนที่จะเป็นแรงกดดันต่อราคา

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การดีดตัวแรงของ SPCX แม้เกิดขึ้นในช่วงที่หุ้นจำนวนมหาศาลถูกปลดล็อก สะท้อนว่าตลาดยังมีความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของ SpaceX โดยเฉพาะธุรกิจ AI และโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของบริษัท อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ยังรอการปลดล็อกอีกจำนวนมากอาจทำให้ความผันผวนยังอยู่ในระดับสูง

หุ้น SPCX พุ่งขึ้นถึง 15.83% และปิดที่ $133.11 หลังจากเพิ่งร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบปีที่ $104.83 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม การดีดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าหุ้นนักลงทุนภายในกว่า 911.5 ล้านหุ้นที่เพิ่งพ้นช่วง Lock-up อาจถูกเทขายออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ตลาดกลับตอบรับในทิศทางตรงกันข้าม หลังมีทั้งข่าวความร่วมมือด้าน AI กับ Tesla และผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ออกมาดีกว่าคาด

จากราคา IPO สู่จุดต่ำสุด ก่อนดีดกลับกว่า 23%

หลังเข้าซื้อขายใน Nasdaq เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ที่ราคา IPO $135 ต่อหุ้น SpaceX เคยพุ่งขึ้นไปแตะ $173.30 ก่อนเข้าสู่ช่วงปรับฐานอย่างรุนแรง โดยราคาหุ้นร่วงลงไปถึง $104.83 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม หรือลดลงกว่า 39% จากราคา IPO ก่อนที่จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2 วันที่ผ่านมา จนกลับมาใกล้ระดับราคา IPO อีกครั้ง การฟื้นตัวดังกล่าวทำให้มูลค่าตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเวลาเพียงไม่กี่วัน

ปัจจัยหนุนสำคัญ: AI และความร่วมมือกับ Tesla

หนึ่งในปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจมากที่สุดคือการขยายธุรกิจของ SpaceX เข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI นอกเหนือจากธุรกิจอวกาศและ Starlink โดยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 มีรายได้เติบโต 92% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะ $7.8 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ $6.81 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ EBITDA แบบปรับปรุงเพิ่มขึ้น 191% แตะ $3.5 พันล้านดอลลาร์

ขณะเดียวกัน ข่าวการร่วมมือกับ Tesla เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิป AI มูลค่าประมาณ $16.8 พันล้านดอลลาร์ กลายเป็นอีกหนึ่ง Catalyst สำคัญ เพราะจะช่วยให้ SpaceX มีบทบาทมากขึ้นใน Supply Chain ด้าน AI และลดการพึ่งพาธุรกิจอวกาศเพียงอย่างเดียว ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายเริ่มปรับมุมมองต่อหุ้นในเชิงบวกมากขึ้น

ปลดล็อก 911 ล้านหุ้น แต่ตลาดกลับไม่เทขาย

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือการดีดตัวเกิดขึ้นตรงกับช่วงที่หุ้นกว่า 911.5 ล้านหุ้นของนักลงทุนภายในเพิ่งพ้น Lock-up ซึ่งตามปกติแล้วถือเป็นปัจจัยที่อาจสร้างแรงกดดันด้าน Supply อย่างมาก เพราะผู้ถือหุ้นเดิมสามารถนำหุ้นออกมาขายได้

อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับสามารถรับแรงขายดังกล่าวได้ และราคาหุ้นยังพุ่งขึ้นต่อ ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าความกังวลเรื่อง Lock-up อาจถูก Price in ไปแล้ว ขณะที่ Morgan Stanley มองการปลดล็อกครั้งนี้เป็นโอกาสมากกว่าความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ยังมีหุ้นของนักลงทุนภายในอีกจำนวนมากที่มีกำหนดปลดล็อกในอนาคต ซึ่งอาจกลับมาเป็นแรงกดดันต่อราคาได้อีกครั้ง


ส่วนตัวมองว่าการดีดตัวของ SpaceX ครั้งนี้น่าสนใจตรงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดควรจะกังวลเรื่อง Supply จากการปลดล็อกหุ้นมากที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่าความเชื่อมั่นต่อธุรกิจ AI และผลประกอบการที่แข็งแกร่งสามารถเอาชนะแรงกดดันดังกล่าวได้ในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม การที่หุ้นฟื้นกลับมาใกล้ราคา IPO ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงหมดไป เพราะยังมีหุ้นอีกจำนวนมากที่รอเข้าสู่ตลาด และ Valuation ของ SpaceX ยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับบริษัทเทคโนโลยีทั่วไป ดังนั้นสิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ รอบการปลดล็อกหุ้นครั้งถัดไป, การเติบโตของธุรกิจ AI และความคืบหน้าของโรงงานชิปกับ Tesla ว่าจะสามารถสร้าง Growth ระยะยาวได้จริงหรือไม่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: