bitkub-banner

ซีอีโอ Bitget ไม่มั่นใจกู้คืนเงินแฮก $388 ล้าน ชี้กรณี Bybit ได้คืนน้อย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Gracy Chen ซีอีโอ Bitget ระบุว่า “ไม่ค่อยมั่นใจ” ว่าจะกู้คืนเงินที่สูญหายจากเหตุแฮกมูลค่า $388 ล้านได้ โดยยกกรณี Bybit ปี 2025 เป็นจุดอ้างอิงที่มีเงินถูกอายัดหรือกู้คืนได้เพียงส่วนน้อย
  • ตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ zero-day ในซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยของบุคคลที่สามเพื่อสั่งถอนเงินจากระบบหลังบ้าน โดย cold wallet ไม่ได้ถูกเจาะ และมีการชี้ว่าอาจเป็นฝีมือกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ
  • Bitget ทยอยเปิดถอนเงินอีกครั้ง โดย ETH กลับมาถอนได้ในวันที่ 29 ก.ย. ส่วน USDT มีกำหนด 30 ก.ย. และบริการอื่นครบวันที่ 2 ต.ค. ขณะที่มีเงินไหลออกสุทธิราว $463 ล้านหลังเปิดถอน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

คำพูดของซีอีโอยืนยันว่าเงินที่หายไปอาจไม่ได้คืน ซึ่งกระทบความเชื่อมั่นต่อความปลอดภัยของกระดานเทรดศูนย์กลาง และเงินไหลออกจาก Bitget ก็เป็นแรงกดดันเชิงจิตวิทยาต่อตลาด อย่างไรก็ตาม เหตุแฮกนี้เป็นที่รับรู้แล้ว ผลต่อราคาโดยรวมจึงน่าจะจำกัด

Gracy Chen ซีอีโอของ Bitget กระดานเทรดคริปโตรายใหญ่ ให้สัมภาษณ์ว่าเธอ “ไม่ค่อยมั่นใจ” ว่าจะสามารถกู้คืนเงินจากเหตุแฮกมูลค่า $388 ล้านได้ ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2569 เธอมองว่าเหตุแฮก Bybit เมื่อปี 2025 เป็น “จุดอ้างอิงที่ดี” สำหรับกรณีของ Bitget เพราะมีเงินเพียงเปอร์เซ็นต์เล็กน้อยที่ถูกอายัดหรือกู้คืนได้ ทำให้คำพูดนี้สะท้อนว่าผู้ใช้และกระดานเทรดอาจต้องยอมรับความสูญเสียที่เกิดขึ้นเป็นการถาวร

ทำไมกรณี Bybit ถึงเป็นบทเรียนที่น่ากังวล

เหตุแฮก Bybit เมื่อเดือน ก.พ. 2025 มีมูลค่าความเสียหายราว $1.5 พันล้าน และเงินที่ถูกกู้คืนได้มีเพียงส่วนน้อยมาก เพราะผู้โจมตีรีบกระจายเงินผ่านเครื่องมือข้ามเชนและระบบกระจายศูนย์ทันที ตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้ Chen เคยยกกรณีนี้ทั้งเพื่อยืนยันว่า Bitget รับมือกับความสูญเสียระดับนี้ได้ และเพื่ออธิบายว่าทำไมการกู้คืนเงินต้นทั้งหมดจึงเป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้ คำกล่าวของ Chen ที่เปรียบเทียบกับ Bybit ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด เพราะเธอเคยพูดถึงประเด็นนี้ตั้งแต่ช่วงถ่ายทอดสดหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ก่อนที่สื่อคริปโตจะรวบรวมและนำเสนอต่อเนื่องในวันถัดมา

ต้นตอเหตุแฮกและสถานการณ์ถอนเงินล่าสุด

ระบบตรวจจับความปลอดภัยของ Bitget พบการโอนเงินผิดปกติจาก hot wallet และ warm wallet เมื่อเวลา 18:31 UTC ของวันที่ 24 ก.ย. ความเสียหายถูกปรับจากตัวเลขเบื้องต้น $351.6 ล้าน เป็นราว $387.5 ล้านหลังตรวจสอบบนเชนพบการโอนเพิ่มเติมบน Zcash และ TRON Chen เปิดเผยว่าผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ zero-day ในซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยของบุคคลที่สาม จนได้สิทธิ์ผู้ดูแลระดับสูงและสั่งถอนเงินปลอมเข้าสู่ระบบหลังบ้านของกระดานเทรด

ส่วนสถานการณ์ล่าสุด Bitget ทยอยเปิดบริการถอนเงินอีกครั้ง โดยเปิดถอน ETH และเครือข่าย EVM ที่เกี่ยวข้องเมื่อเวลา 16:00 น. ตามเวลาปักกิ่ง (15:00 น. ตามเวลาไทย) ของวันที่ 29 ก.ย. หลังเปิดถอน Bitcoin ไปแล้วเมื่อวันก่อน ตามด้วย USDT วันที่ 30 ก.ย. และบริการอื่นครบวันที่ 2 ต.ค. Bloomberg รายงานว่ามีเงินไหลออกสุทธิราว $463 ล้าน คิดเป็นกว่า 10% ของทุนสำรอง และ Chen ระบุว่ากองทุนคุ้มครองผู้ใช้ลดลงต่ำกว่า $200 ล้าน แต่จะเติมทุนบริษัทให้กลับไปเกิน $300 ล้านภายในหนึ่งสัปดาห์

อุปสรรคการกู้คืนเงินจากแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ

Chen และบริษัทนิติวิทยาศาสตร์อย่าง Mandiant, SlowMist รวมถึง Elliptic และ TRM Labs ชี้ว่าลักษณะการโจมตีสอดคล้องกับกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือที่มีรัฐหนุนหลัง เช่น TraderTraitor หรือกลุ่ม Lazarus ซึ่งโดยทั่วไปไม่เจรจาคืนเงินเหมือนแฮกเกอร์ทั่วไปที่อาจรับค่าตอบแทนแลกกับการส่งคืน แต่จะรีบกระจายเงินผ่านบริดจ์ ตัวผสมเหรียญ และนายหน้า OTC ทันที

ผู้โจมตีส่งสินทรัพย์ที่ขโมยมา เช่น XRP ผ่าน THORChain เพื่อแปลงเป็น Bitcoin ซึ่ง Chen เรียกร้องให้ THORChain บล็อกที่อยู่ของผู้โจมตี แต่ทาง THORChain ปฏิเสธ โดยระบุว่าเป็นเครือข่ายกระจายศูนย์ที่ไม่คัดกรองธุรกรรมรายบุคคล ในทางกลับกัน NEAR Intents แจ้งว่าระบบ SHIELD สกัดการเคลื่อนย้ายเงินกว่า $50 ล้านและอายัดได้ราว $503,000 พร้อมสละส่วนแบ่งค่าตอบแทน 5% เพื่อให้เงินคืนสู่ Bitget มากที่สุด แม้ตัวเลขที่อายัดได้จะยังน้อยเมื่อเทียบกับความเสียหายรวม

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitget เงินไหลออกกว่า $460 ล้านใน 24 ชม. หลังถูกแฮกและกลับมาเปิดถอน และ NEAR Intents บล็อกเงินแฮก Bitget กว่า $50 ล้าน ต่างจาก THORChain ที่ไม่คัดกรอง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าความตรงไปตรงมาของ Chen ก็น่าชื่นชมอยู่ เพราะแทนที่จะสัญญาว่าจะเอาเงินคืนให้ได้ เธอเลือกบอกความจริงว่าโอกาสน้อย และเน้นไปที่การเติมกองทุนคุ้มครองผู้ใช้แทน ซึ่งน่าจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญกว่าว่าผู้ใช้จะได้รับความคุ้มครองจริงหรือไม่ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือตัวเลขเงินไหลออกหลังเปิดถอน USDT ในวันที่ 30 ก.ย. และการเติมกองทุนให้เกิน $300 ล้านตามที่ประกาศไว้ว่าทำได้จริงภายในหนึ่งสัปดาห์หรือเปล่า เพราะสองเรื่องนี้จะบอกได้ชัดว่าผู้ใช้ยังเชื่อมั่นในกระดานเทรดแห่งนี้แค่ไหน

ที่มา: Cointelegraph

ภาพจาก AI