สรุปข่าว
- Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise มองว่า ราคาคริปโตในตอนนี้ ยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงมาก เพราะตลาดกำลังเปลี่ยนจากการเก็งกำไรไปสู่การให้น้ำหนักกับรายได้จริงของโปรเจกต์
- โปรเจกต์อย่าง Hyperliquid, Uniswap, Aave และ Solana เริ่มมีกลไกคืนมูลค่าให้ผู้ถือโทเคนอย่างเป็นรูปธรรม คล้ายการจ่ายปันผลหรือซื้อหุ้นคืนของบริษัททั่วไป
- Matt Hougan ยังเตือนว่าโทเคนไม่ใช่หุ้น ผู้ถือไม่มีสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายในกระแสเงินสด และ Tokenomics ยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามมติชุมชน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
ถือเป็นสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่นระยะยาว โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่มีรายได้เข้ามาจริงและมีกลไกคืนคุณค่าให้แก่ผู้ถือโทเคน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจยังไม่ส่งผลต่อราคาในทันทีทันใด เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาให้ตลาดในวงกว้างค่อยๆ รับรู้และปรับมุมมองตาม
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) ของบริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโต Bitwise ได้ออกบันทึกประจำสัปดาห์ โดยระบุว่า ราคาคริปโตในตอนนี้ยังถูกกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นมาก
เหตุผลหลักคือ นักลงทุนจำนวนมากยังไม่ทันสังเกตว่า ตลาดคริปโตกำลังเปลี่ยนจากการเก็งกำไรล้วน ๆ ไปสู่ ตลาดที่ให้ความสำคัญกับ “รายได้ของโปรเจกต์” มากขึ้น
Matt Hougan มองว่า ถ้าความสัมพันธ์ระหว่าง รายได้ของโปรเจกต์กับมูลค่าโทเคน ยังคงแข็งแกร่งและพัฒนาต่อไป มูลค่าตลาดคริปโต อาจเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าหรือมากกว่านั้น เมื่อราคาเริ่มสะท้อนพื้นฐานความเป็นจริงที่แท้จริง
Matt Hougan อธิบายว่า ในอดีต แม้โปรเจกต์คริปโตหลายแห่งจะได้รับความนิยม มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นและสร้างรายได้มากขึ้น แต่ผลตอบแทนเหล่านั้นกลับไม่ค่อยตกถึงผู้ถือโทเคนเลย จึงเกิดคำถามมาตลอดว่า “ต่อให้ Blockchain จะมีคุณค่า ก็ไม่ได้แปลว่าโทเคนของมันจะมีมูลค่าตามไปด้วย” ซึ่ง Matt Hougan มองว่า ยุคนั้นกำลังจบลงแล้ว
Matt Hougan ยกตัวอย่างของโปรเจกต์ที่คืนคุณค่าให้ผู้ถือโทเคนอย่างชัดเจน อย่างเช่น Hyperliquid (HYPE) ที่มีการนำค่าธรรมเนียมการเทรด มาซื้อคืนโทเคน HYPE แล้วนำโทเคนไปเผาทิ้ง ทำให้ Supply ลดลงและเพิ่มคุณค่าให้ผู้ถือ รวมถึงโปรเจกต์ชั้นนำอื่น ๆ อย่าง Uniswap (UNI), Aave (AAVE) และ Solana (SOL) ที่ต่างก็มีกลไกสร้างมูลค่าคืนสู่ ผู้ถือโทเคนในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป
Bitwise มองว่า ในอนาคต คริปโตที่ไม่ใช่ Bitcoin อาจถูกประเมินมูลค่า ด้วยแนวคิดคล้ายกับ หุ้นหรือพันธบัตร โดยนักลงทุนอาจเริ่มดูปัจจัยอย่าง รายได้ของโปรเจกต์, กระแสเงินที่เกิดขึ้น, กลไกคืนคุณค่าให้ผู้ถือโทเคน แทนที่จะดูแค่กระแสหรือการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว และ Matt Hougan เชื่อว่า นักลงทุนจำนวนมากยังไม่ทันรับรู้การเปลี่ยนแปลงนี้
ทำไมหลายคนยังมองไม่เห็น?
Matt Hougan มองว่า สาเหตุหนึ่ง มาจากความกังวลในอดีตว่า สำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) อาจตีความว่า การนำกำไรมาแจกหรือคืนให้ผู้ถือโทเคน เข้าข่ายเป็น หลักทรัพย์ (Security) ซึ่งอาจผิดกฎหมายแต่หลังจากคดี Ripple vs SEC และการลาออกของอดีตประธาน SEC อย่าง Gary Gensler ท่าทีของ SEC ต่อคริปโต ก็เริ่มเป็นมิตรมากขึ้น ทำให้โปรเจกต์ต่าง ๆ มีพื้นที่ในการออกแบบโมเดลที่เชื่อมโยงรายได้กับโทเคนมากกว่าเดิม
Matt Hougan มองว่า การที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างนี้ ได้สร้าง “โอกาสในการลงทุน” ครั้งใหญ่ ซึ่งคล้ายคลึงกับช่วงยุคเริ่มต้นของบริษัทอินเทอร์เน็ตอย่าง Facebook โดยผู้คนที่อยู่นอกวงการคริปโตยังคงตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของตลาด ขณะที่ผู้คนที่อยู่ในวงการมานานก็มักถูกยึดติดอยู่กับภาพจำเดิม ๆ ของคำสัญญาเกินจริง และการขาดความเชื่อมโยงระหว่างตัวโทเคน กับมูลค่าจริงในอดีต
แต่ Matt Hougan ได้ย้ำข้อควรระวังที่สำคัญว่า โทเคนคริปโตไม่ใช่หุ้น และผู้ถือครองโทเคนไม่ได้มีสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายในกระแสเงินสดของโปรเจกต์เหมือนกับผู้ถือหุ้นบริษัททั่วไป
นอกจากนี้ โครงสร้างและโมเดล Tokenomics ยังถูกกำหนดและปรับเปลี่ยนได้ตามมติของชุมชน จึงมีความผันผวนและไม่แน่นอนได้ในอนาคต นักลงทุนจึงจำเป็นต้องชั่งน้ำหนักและพิจารณาความสมดุลระหว่างข้อได้เปรียบเฉพาะตัวและความเสี่ยงที่แตกต่างกันของสินทรัพย์คริปโตแต่ละประเภทอย่างระมัดระวัง
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การที่โปรเจกต์ใหญ่เริ่มหันมาสร้างกลไกคืนมูลค่าให้ผู้ถือโทเคนอย่างจริงจัง ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้คริปโตเข้าใกล้การถูกมองเป็นสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานรองรับมากขึ้น ไม่ใช่แค่เครื่องมือเก็งกำไรระยะสั้นเหมือนในอดีต แต่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างแบบนี้ มักใช้เวลานานกว่าตลาดจะรับรู้และสะท้อนในราคาอย่างเต็มที่

