สรุปข่าว
- ลุงโฉลก สัมพันธารักษ์ นักลงทุนชื่อดัง ชี้กราฟเทคนิคัลของดัชนีดอลลาร์ DXY เข้าสู่คลื่น 5 เต็มรูปแบบแล้ว มีโอกาสร่วงลงไปแตะระดับ 70-80 จุด ในระยะยาว
- เป้าหมายระยะเวลาที่คาดไว้ อยู่ที่ราวปี 2030 ซึ่งลุงโฉลกมองว่า จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอารยธรรมโลก จากฝั่งตะวันตกไปสู่ฝั่งตะวันออก
- ดัชนี S&P 500 ยังไม่เข้าสู่จุดพีคของคลื่นใหญ่ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จึงยังถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในตอนนี้ แต่หากราคาพลิกลงเมื่อไหร่ อาจร่วงแรงถึง 80%
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคาอย่างไร: Bearish
มุมมองของลุงโฉลกชี้ไปทางลบต่อค่าเงินดอลลาร์และสินทรัพย์ฝั่งตะวันตกในระยะยาว แต่เป็นการวิเคราะห์ที่มองไปหลายปีข้างหน้า ไม่ใช่สัญญาณที่จะกระทบราคาในระยะสั้นทันที นักลงทุนจึงควรตีความเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนระยะยาว มากกว่าจะใช้ตัดสินใจซื้อขายเฉพาะหน้า
คุณลุงโฉลก สัมพันธารักษ์ นักลงทุนชื่อดังและผู้ก่อตั้งชมรม CDC Chaloke.com ได้เปิดมุมมองวิเคราะห์วิกฤตเศรษฐกิจผ่านรายการ Business Tomorrow เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ในหัวข้อ “แล้วขาลงใหญ่เริ่มแล้ว ? จับตาโลกเปลี่ยนก่อนปี 2030”
โดยคุณลุงโฉลกชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า การที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ปรับตัวหลุดระดับสำคัญที่ 100 จุดลงมานั้น อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ “ขาลงระลอกใหญ่” ที่จะฉุดให้ค่าเงินดอลลาร์ดิ่งลงไปแตะโซน 70–80 จุด ภายในปี 2030 พร้อมมองว่าปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน แต่เป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญของการส่งผ่านและเปลี่ยนขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจจากโลกตะวันตกไปสู่โลกตะวันออกอย่างเต็มตัว
ผู้ดำเนินรายการ : เงินดอลลาร์ ในช่วงที่ทองขึ้นมา น้ำมันลง ดอลลาร์ก็ลงมาด้วยนะคะ แต่ว่าดัชนีค่าเงินดอลลาร์เนี่ย มีถอยลงมาหลุด 100 นะคะ ซึ่งเข้าใจว่า เป็นตัวเลขกลม ๆ ที่ทุกฝ่ายก็จับตากันนะคะ แต่ว่าในทางเทคนิคัลเนี่ย มีความหมายแค่ไหนกับการที่ DXY หรือว่าดัชนีค่าเงินดอลลาร์หลุด 100 คุณลุงวิเคราะห์ให้ฟังหน่อยค่ะ
คุณลุงโฉลก : ดัชนีเนี่ย มันก็จะเป็นเท่าไหร่ มันก็เปรียบเทียบกันเองระหว่าง Currency ด้วยกันนะฮะ มันจะขึ้นจะลงมันก็ Manipulate (บิดเบือน) กันได้ ไม่ใช่สิ่งที่น่าดูเท่าไหร่ จริง ๆ มันต้องดูแต่ละตัวว่า เปรียบเทียบกับอะไรก็ว่าไป
แต่ดูอันนี้ก่อนก็ได้ ตัว Dollar Index นะ อันนี้ DXY ถ้าดูภาพรวมนะฮะ รวมก็คือ Index เนี่ยมันควรจะอยู่ที่ประมาณ 100 แล้วก็ทรงอยู่ประมาณเนี้ยนะฮะ มันไปไหนไม่ได้ Index ก็ 100 เนี่ย
ตอนเนี้ย ค่าเงินดอลลาร์มันลงมาต่ำมากอยู่ที่ 70 แล้วมันขึ้นไปถึง 100 ใหม่อีกที แปลว่าเริ่มมีกำลังใหม่ เพราะอะไรเราก็ไม่รู้นะฮะ แต่ชาร์ตอย่างนี้เนี่ย เราหาจุดสูงสุดต่ำสุดตรงนี้ เพราะฉะนั้น ประวัติศาสตร์ก็ต้องเริ่มจากตรงนี้ เริ่มจากต้นปี 2008 ทางด้านซ้ายมือไม่ต้องพิจารณา เพราะมันต่ำสุดตรงนี้

พอเริ่มต้นจากต้นปี 2008 ที่มันต่ำสุด มันก็มีแพทเทิร์นอันนี้ 1 2 3 4 Sideway ชัดเจนนะฮะ ต่อไป เป็นเวฟ 5 และกำลังจะลงนะฮะ แปลว่า Long-term เนี่ย ค่า Dollar Index เนี่ยน่าจะลงมา น่าจะได้เห็นต่ำกว่า 80 ด้วยซ้ำ น่าจะลงเยอะเลยจากชาร์ตอันนี้ น่าจะลงมาเยอะเลย
คิดว่า… แต่อีกนานนะฮะ อีกนาน ไม่ทันทีหรอก เป็นปี ๆ นะ เพราะว่าจากชาร์ตอันนี้เนี่ย ค่าเงิน Dollar Index เป็น Bearish มากนะครับ
ผู้ดำเนินรายการ: แล้วคุณลุงวิเคราะห์จากอะไรคะ ที่จะเห็นการลงมาถึงขั้นต่ำกว่า 80 เลยคะคุณลุง ก็คือเท่ากับว่าจะต่ำกว่าใกล้ ๆ กับปี 2008
คุณลุงโฉลก: คือฐานเนี่ยมันจะอยู่ที่ประมาณ 70 นะ ฐาน Index 70 จาก 70 น่ะมันขึ้นไปเป็น 110 เนี่ย ก็ขึ้นเยอะเหมือนกัน

เมื่อขึ้นเป็น 110 เวลาขาลง มันก็ลงมาประมาณ 80% ของการขึ้นเนี่ย มันก็อยู่ที่ประมาณ 80 หรือ 70 กว่า ๆ นี่ตามหลักของ Elliot Wave นะฮะ เราก็รู้ว่าเป้าหมายอยู่ที่ 70-80 ประมาณแถวนี้ มันน่าจะลงในระยะยาวนะฮะ

เพราะงั้นเงินดอลลาร์นี่ดูจากชาร์ตอันนี้แล้วเนี่ย มันหมดกำลัง เราเห็นแพทเทิร์นชัดเจนว่า ตรงนี้คือ 1 แล้วก็ a b c โดยที่ c มันต่ำกว่า a เป็นเวฟ 1 และ 2 นะ
แล้วขึ้นไปตรงนี้ 1 2 3 4 5 เป็นเวฟ 3 เนี่ย a b c เป็น c ยก เห็นไหมฮะ ตามตำราทุกประการเลย (เวฟ 4 ยกตัวเหนือเวฟ 3) แล้วเวฟ 4 ไป 5 มักจะสูงกว่าเวฟ 3 นิดหนึ่ง ก็อยู่ตรงเนี้ย 4-5 อยู่แถวนี้

ก็แปลว่าครบเวฟ 5 แล้ว เมื่อเวฟ 5 มันพีคปั๊บ มันก็จะลง A B C มาที่ประมาณ 70-80 อีกครั้งหนึ่งนะฮะ มันเพิ่งจะเริ่มต้นการลงเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นก็ดูแล้ว Bearish
นอกเสียจากว่า ตรงนี้ยังไม่ใช่เวฟ 5 ใน Wave 5 ทั้งหมดเนี่ย ตรงนี้เป็นแค่ Sub-wave 1 2 3 4 5 ในเวฟ 5 ถ้าอย่างนั้นจะขึ้นต่ออีกเยอะ
แต่ถ้าเป็น Sub-wave เนี่ย 1 2 มันควรจะจบตรงนี้แล้วไปต่อ มันไม่ควรจะอ้อยอิ่งดีเลย์ขนาดนี้
หลังจาก Formation อย่างนี้ ก็เลยทำให้มีความเชื่อได้ว่า ตรงนี้จบแล้ว 1 2 3 4 5 จบแล้ว และกำลังจะลง A B C เป้าหมายอยู่ที่ 70-80 แถวนี้แหละฮะ ก็แค่นั้นเองนะ

ถ้าจะดูเป้าหมายจริงๆ เนี่ย มันก็วัดได้ วัดเอา Fibonacci Retracement นะฮะ ของอันนี้ มันก็อยู่ที่ประมาณ 78.6%, 88.7%, 94.2% พวกเนี้ยเนี่ย
ก็ 3 เส้นเนี่ยนะฮะ ถ้าจะให้เราตีกรอบอันนี้ว่าเงินดอลลาร์จะไปไหนในระยะยาว เราก็ต้องตีจากตรงนี้

นี่คือเป้าหมายครับ โดยที่ว่าน่าจะลงมาถึงกรอบล่างตรงนี้ ประมาณเป้าหมายอยู่ที่ 74 กว่า ๆ ประมาณนะฮะ Bearish มาก
ทำไมปี 2030 ถึงเป็นปีที่ต้องจับตา
ผู้ดำเนินรายการ : แล้วถึงขั้นจะเทียบตัวแกนระยะเวลาได้ไหมคะ จากปัจจุบันนี้อยู่ที่ 99 นะคะ คือ จะไปได้ถึงขนาดนั้นเนี่ย มันเป็นระยะเวลานานแค่ไหนคะคุณลุง
คุณลุงโฉลก : Wave ของ Fibonacci ที่มันเวิร์กเนี่ย มันเวิร์กในแนวตั้ง (ราคา) นะฮะ ในแนวตั้ง ทางแนวนอน (ระยะเวลา) มันเอาแน่ไม่ค่อยได้ แต่เรากะได้จากรูปร่างนะฮะ
ถ้าเป็น Normal Distribution เนี่ย มันก็ควรจะจบที่ประมาณแถว ๆ นี้ ประมาณแถวปี 2042 ประมาณนี้

แต่ว่า การขึ้นลงของราคา มันไม่เป็น Normal Distribution นะ มันมักจะ Skew ไปทางขาขึ้น เวลาขาลงมันจะเร็ว เพราะฉะนั้นอันนี้เนี่ย ขาขึ้นมันมาจากปี 2008 ไปถึงปี 2022
ขาลงนี่เราก็คาดว่าน่าจะมาถึงประมาณปี 2030 นะ ก็อีกประมาณ 4 ปี อย่างนี้ก็แปลว่าอีก 4 ปีเนี่ย จะมีการเปลี่ยนแปลงของโลก
ซึ่ง Civilization จะเปลี่ยนจากโลกตะวันตกมาทางโลกตะวันออก เพราะว่า ทางกราฟเทคนิคัลเราดูได้จากค่าของเงินดอลลาร์ และมันจะจบสิ้นประมาณนี้แหละ ประมาณปี 2030 ประมาณนั้นนะฮะ

ผู้ดำเนินรายการ : คือ ถ้ามองในเชิงเปรียบเทียบนะคะ ถ้าคุณลุงบอกว่า จะเกิดการเปลี่ยนผ่านของความรุ่งเรืองด้าน Civilization ถ้าจะดูว่า ฝั่งตะวันออก เราเจริญรุ่งเรืองขึ้น เราควรจะดูเทียบกับสินทรัพย์หรือค่าเงินอะไรคะคุณลุง
คุณลุงโฉลก : จาก Index ของตลาดหุ้นเลยครับ เพราะเงินส่วนใหญ่ มันอยู่ที่ตลาดหุ้น ให้ดูที่ตัว Index เลยอย่างยกตัวอย่างเช่น เราดูที่ SET Index ของประเทศไทยนะฮะ
บทเรียนจากวิกฤตต้มยำกุ้ง สู่คำเตือนสำหรับ S&P 500
คุณลุงโฉลก : มันเป็นอย่างนี้ฮะ เมื่อปี 1992 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ตอนนั้นเนี่ย มันมีเรื่องเกี่ยวกับค่าเงินบาท เพิ่งจะเริ่มตื่นตัวกันว่ามีเรื่องค่าเงินอะไรต่าง ๆ ก็มีการพยุงค่าเงินบาท โดยการเอาดอลลาร์คงคลังไปขายที่สิงคโปร์ แล้วซื้อเงินบาทคืนมา เพื่อพยุงค่าเงินบาท มันเป็นเหตุผลทางการเมือง ไม่มีอะไรเลย
แต่เหตุผลอันนี้มันทำให้คนได้กำไรกันหลายคน คือ มีการเก็งกำไรและได้ข้อมูลส่วนตัวก่อนอะไรอย่างนี้เป็นต้น
พอ George Soros จับได้ เหมือนตอนเนี้ยเงินดอลลาร์อ่อน แต่มันอ่อน against ทุก Currency เลย แต่ตอนนั้นน่ะ เงินบาทเราแข็ง against เฉพาะดอลลาร์อันเดียว
George Soros เขาจับได้เลย โดนโจมตีกัน เงินบาทเราเลยโดนลอยตัวแ ละ Devalue (ลดค่าเงิน) ทันที… เสร็จเลย เรากลายเป็นหนี้ IMF
จากดัชนี SET Index ระดับ 1,800 จุดเนี่ย ลงมาเหลือแค่ 250 จุด

ทุกวันนี้เนี่ย ตลาดหลักทรัพย์เราพูดถึงหุ้นรายใหญ่ ก็ยังเป็นของต่างชาติอยู่ เห็นไหมฮะ
เพราะฉะนั้นเราก็รู้ว่า ถ้าเวฟ 1 ลง 2 เนี่ยพินาศ ประเทศไหนก็ตาม ถ้าเจอเวฟ 1 ลง 2 พินาศ
ถ้า 1 ลง 2 ในสถานะ Major Wave ก็พินาศเด็ก ๆ ถ้า 1 ลง 2 ของ Grand Cycle Wave เฮ้ย… พินาศแบบผู้ใหญ่หน่อย
ถ้า 1 ลง 2 ของ Super Grand Cycle Wave น่ากลัวมาก
ถ้า 1 ลง 2 ของ Century Wave (คลื่นระดับศตวรรษ) ที่ใช้เวลาเป็น 100 ปีเนี่ย แปลว่าประเทศนี้หมดอนาคตเลยนะ
แล้วหลังจากนั้นกี่ปี… ผ่านมาเกือบ 30 ปี เราเพิ่งจะเริ่มไต่เต้าสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาใหม่ จนทุกวันนี้ เราเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาใกล้เคียงกับในอดีตเท่านั้นเอง เพิ่งจะถึงระดับเนี้ยนะฮะ

เรากำลังจะขึ้นต่อ แต่เห็นไหมฮะ จากการผิดพลาดเพียงแค่นิดเดียวเนี่ย เราใช้เวลาร่วม 30 ปีในการ ฟื้นตัวกลับคืนมา นี่เป็นการดูคร่าว ๆ ในภาพใหญ่มาก ๆ
เมื่อเราเห็นภาพใหญ่อย่างนี้แล้วเนี่ย เราลองไปดูของฝั่งอเมริกากันบ้าง อย่างเช่นดัชนี S&P 500 (หรือ SPX) เนี่ย… ปัญหาคือ ของเราเนี่ย เราโดน 1 ลง 2 พังพินาศไปแล้ว แต่อเมริกาเนี่ยยังไม่เคยเจอคลื่น 1 ลง 2 เลยครับ

ถ้าสมมุตินะครับ สมมุติว่า ตรงนี้เป็นเวฟ 1 คือขึ้นมา 1 2 3 4 5 แล้วตรงนี้เป็น 1 ใหญ่ล่ะ ก็ขาลงเวฟ 2 มันก็ต้องลงมา 80% สิครับ ไปเจอกันที่ 500 จุดดัชนี ของ S&P เลยนะ

ถึงบอกว่า อารยธรรมจะสูญสิ้นไปจากแผ่นดินตะวันตกนี้เลยถ้าตรงนี้เป็น 1 แต่ตอนนี้ตรงนี้ยังไม่เป็น 1 และยังไม่เป็นพีค (Peak) เพราะอะไร ลองขยายชาร์ตดูนะฮะ
ขยายตรงเนี้ยเห็นไหมฮะ มันยังไม่พีค มันยังมีลูกเล่นอีก 2-3 วันนี้ยังขึ้นต่อได้อีก เอาสิฮะ

เพราะฉะนั้นตรงนี้ยังไม่ใช่จุดพีค และยังไม่ใช่เวฟ 1 เพราะฉะนั้นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลของอเมริกาตอนนี้ก็ยังถือว่าปลอดภัยที่สุด อย่างน้อยก็ได้ดอกเบี้ย 4-5% ชัวร์ ๆ ได้ละนะ อันนี้ยังปลอดภัยอยู่
แต่เมื่อไหร่ก็ตามถ้าตรงนี้เป็นจุดพีคเหมือนกับอะไร… ก็เหมือนกับ SET Index ที่จุดพีคตรงนั้นน่ะ

ที่เป็นพีค พินาศน่ะฮะ คราวนี้ S&P มันยังไม่มีจุดพีค มันขึ้นมาแบบนี้เรื่อย ๆ
เพราะฉะนั้นเราก็รู้ว่า อเมริกาก็ยังคงมีอิทธิพลกับโลกต่อไป แต่จวนแล้วฮะ จวนแล้ว ถ้าตรงนี้ปรับตัวลงเมื่อไหร่ ก็เสร็จละนะ
เตือนนักลงทุนย้ายเงินสู่ฝั่งตะวันออก
คุณลุงโฉลก : เราก็ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าว่าตรงนี้คือ สัญลักษณ์การเคลื่อนที่ของอารยธรรมโลกจากฝั่งตะวันตกมาสู่ฝั่งตะวันออก เพราะถ้าลองไปดูอย่างของจีน ของเวียดนาม หรือของไทยเราเนี่ย SET Index กำลังจะขึ้นนะ
เราก็เตรียมตัว ผมถึงเตือนอยู่เสมอว่านักลงทุนรายใหญ่ที่ลงทุนในตลาดนิวยอร์ก ชิคาโก หรือที่อื่น ๆ ทางตะวันตกเนี่ย หาทางย้ายเงินทุนมาฝั่งตะวันออกดีกว่าครับ นี่เป็นการมองภาพที่ใหญ่มาก ๆ มองล่วงหน้าเป็นหลายสิบปีเลยนะฮะ
มุมมองผู้เขียน : การวิเคราะห์ของลุงโฉลกเป็นการมองภาพใหญ่ในกรอบเวลาหลายสิบปี อาศัยหลัก Elliott Wave และ Fibonacci ซึ่งมีประโยชน์ในการทำความเข้าใจวัฏจักรเศรษฐกิจระยะยาว แต่ก็ควรระวังว่าการทำนายด้วยกราฟเทคนิคัลในกรอบเวลาหลักสิบปีมีความไม่แน่นอนสูง และปัจจัยพื้นฐานอย่างนโยบายการเงินของเฟด สงครามการค้า หรือเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนสามารถเปลี่ยนทิศทางของดอลลาร์และตลาดหุ้นได้เร็วกว่าที่กราฟจะคาดการณ์ไว้ นักลงทุนจึงควรใช้มุมมองนี้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่คำทำนายที่ต้องเชื่อทั้งหมด และติดตามสัญญาณจากปัจจัยพื้นฐานควบคู่กันไปเสมอ

