สรุปข่าว
- Pascal Gauthier ซึ่งเป็น CEO ของ Ledger ออกมาเตือนว่าอุตสาหกรรมคริปโตควรเลิกผลักภาระด้านความปลอดภัยไปให้ผู้ใช้งานเพียงฝ่ายเดียวเนื่องจากความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่มีอยู่จริง
- ผู้ผลิต Hardware Wallet จำเป็นต้องออกแบบระบบที่สามารถรักษาความปลอดภัยได้แม้ว่าผู้ใช้งานจะทำผิดพลาดก็ตาม หลังจากเกิดเหตุการณ์ช่องโหว่ของ Coldcard ที่ส่งผลให้สูญเสีย Bitcoin ไปกว่า 1,596 เหรียญ รวมถึงกรณีข้อมูลลูกค้ารั่วไหลของ Trezor เมื่อไม่นานมานี้
- เขาย้ำว่าการเก็บรักษาสินทรัพย์ด้วยตนเองจะยังคงมีข้อจำกัดหากผู้ใช้งานทั่วไปยังต้องทำความเข้าใจกับความล้มเหลวทางเทคนิคทุกรูปแบบ พร้อมเตือนว่าไม่ควรเชื่อใจคำโฆษณาของผู้ผลิตเพียงอย่างเดียวแต่ควรมองว่าความปลอดภัยคือกระบวนการที่ต้องทดสอบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากเป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับการพัฒนาระบบความปลอดภัยของอุตสาหกรรม Hardware Wallet ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทิศทางราคาของเหรียญใดเหรียญหนึ่งในตลาด
Pascal Gauthier ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Ledger ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีควรเลิกมองว่าปัญหาด้านความปลอดภัยสามารถแก้ไขได้ด้วยการเพิ่มภาระและความรับผิดชอบให้กับผู้ใช้งาน โดยเขาระบุอย่างชัดเจนว่าความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่มีอยู่จริง
Gauthier ชี้ให้เห็นว่าบรรดาผู้ผลิต Hardware Wallet จะต้องมุ่งเน้นการออกแบบระบบที่ยังคงความปลอดภัยไว้ได้แม้ว่าผู้ใช้งานจะเกิดความผิดพลาดก็ตาม ความคิดเห็นนี้เกิดขึ้นหลังจากระบบนิเวศของ Hardware Wallet เพิ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความผิดพลาดของ Coldcard โดยเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Coinkite ได้ออกมาเตือนว่ากระเป๋าเงิน Bitcoin ที่สร้างจากอุปกรณ์ Coldcard อาจมีช่องโหว่เนื่องจากปัญหาเอนโทรปีในกระบวนการสร้าง Seed Phrase ซึ่งข้อมูลจาก Galaxy Research ในเวลาต่อมาระบุว่ามี Bitcoin ถูกขโมยไปแล้วถึง 1,596 เหรียญจาก 7,300 ที่อยู่กระเป๋าเงิน
สำหรับ Gauthier แล้ว ความมีวินัยของผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะรับมือกับกรณีเช่นนี้ เนื่องจากมันไม่สามารถทดแทนการออกแบบระบบที่บกพร่องได้ นอกจากเหตุการณ์ของ Coldcard แล้ว ผู้ผลิต Hardware Wallet อีกรายอย่าง Trezor ก็เพิ่งตกเป็นข่าวในเชิงลบเช่นกัน หลังจากที่บริษัทได้ออกมาเปิดเผยเมื่อกลางเดือนสิงหาคมถึงเหตุการณ์ข้อมูลลูกค้า 13,689 รายใน 7 ประเทศรั่วไหลผ่านระบบของผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าที่เป็นบริษัทคู่ค้า
CEO ของ Ledger ยังอ้างว่าการเก็บรักษาสินทรัพย์ด้วยตนเองจะยังคงถูกจำกัดการใช้งานในวงแคบต่อไป หากเรายังคาดหวังให้ผู้ใช้งานทั่วไปต้องมานั่งทำความเข้าใจเกี่ยวกับความล้มเหลวทางเทคนิคทุกรูปแบบด้วยตัวเอง เขายังเน้นย้ำว่าผู้ใช้งานไม่ควรเชื่อใจผู้ผลิตเพียงเพราะพวกเขาอ้างว่าผลิตภัณฑ์ของตนปลอดภัย ซึ่งรวมถึงการใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Ledger ด้วยเช่นกัน ดังนั้นระบบความปลอดภัยจึงควรถูกมองว่าเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการทดสอบและการปรับปรุงพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า คำกล่าวของ CEO แห่ง Ledger สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่เจ็บปวดของวงการคริปโตที่มักจะกล่าวโทษผู้ใช้งานเมื่อเกิดความผิดพลาด การผลักภาระให้ผู้ใช้ต้องมีความรู้ทางเทคนิคระดับสูงถือเป็นกำแพงชิ้นใหญ่ที่ขัดขวางไม่ให้คนทั่วไปกล้าเข้ามาใช้งาน Hardware Wallet หากอุตสาหกรรมนี้ต้องการก้าวเข้าสู่การใช้งานระดับมหาชน ผู้พัฒนาจำเป็นต้องสร้างระบบที่ใช้งานง่ายและมีระบบป้องกันความผิดพลาดที่ครอบคลุมรัดกุมมากยิ่งขึ้น

