bitkub-banner

จับตา Bitcoin ฟิวเจอร์ส OI พุ่งทะลุ $4.8 หมื่นล้าน แต่ตลาดมีสภาพคล่องเพียงครึ่งเดียว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Open Interest ในตลาดฟิวเจอร์ส Bitcoin พุ่งแตะ 48,000 ล้านดอลลาร์ แต่ Volume การซื้อขายรอบ 24 ชั่วโมงกลับมีแค่ 25,000 ล้านดอลลาร์ ช่องว่างนี้กว้างที่สุด นับตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว
  • Glassnode เตือนว่า คำสั่งตั้งรอซื้อที่เคยเป็นแนวรับหายไปแล้ว 1 ใน 3 นับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม เพิ่มความเสี่ยงราคาร่วงลึก หากเกิดการล้างพอร์ตรอบใหญ่
  • วอลลุ่มในตลาดสปอต อยู่ที่ 12,550 ล้านดอลลาร์ น้อยกว่าฝั่งฟิวเจอร์สราวเท่าตัว สะท้อนตลาดที่พึ่งพาการเก็งกำไรมากกว่าแรงซื้อขายจริง

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish

โครงสร้างตลาดตอนนี้เอื้อให้เกิดแรงเหวี่ยงขาลงที่รุนแรงมากกว่าขาขึ้น เพราะสภาพคล่องฝั่งรับซื้อบางลงชัดเจน ขณะที่สถานะเก็งกำไรค้างอยู่ในระบบจำนวนมาก หากเกิดตัวจุดชนวนข่าวลบ หรือแรงขายก้อนใหญ่ ตลาดจะไม่มีแรงซื้อมารองรับได้ทัน

ตอนนี้ตลาดฟิวเจอร์ส Bitcoin กำลังมีสภาพไม่ต่างจากไนท์คลับที่มีผู้คนแออัดยัดเยียด แต่กลับมีประตูทางออกแค่ประตูเดียว ซึ่งกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิด”กับดักสภาพคล่อง” และทำให้ราคาเหวี่ยงอย่างรุนแรงแบบผิดปกติในอนาคต 

ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่า ตอนนี้มูลค่ารวมของจำนวนสัญญาฟิวเจอร์สที่ยังเปิดอยู่ หรือ Open Interest (OI) พุ่งสูงถึง 48,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ปริมาณการซื้อขาย ในรอบ 24 ชั่วโมงกลับมีเพียง 25,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น 

ส่งผลให้ช่องว่างระหว่าง OI และปริมาณการซื้อขายตอนนี้ กว้างที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจเมื่อเทียบกับช่วงปี 2019-2020 ที่ปริมาณการซื้อขายเคยสูงกว่า OI ถึง 2 ถึง 3 เท่า 

OI กับ Volume ต่างกันยังไง?

หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ สัญญาคงค้าง (OI) เปรียบเหมือนจำนวนคนที่อยู่ในคลับ หากมีคนเดินออก แล้วมีคนใหม่เดินสวนเข้ามาทันที จำนวนคนข้างในก็ยังเท่าเดิม (OI จึงสะท้อนถึงการถือสถานะของนักลงทุน) 

ในขณะที่ปริมาณการซื้อขายเปรียบเหมือน “จำนวนครั้งที่ประตูคลับเปิดปิด” เพื่อระบายคนเข้าออก ซึ่งสะท้อนถึงสภาพคล่องในการเข้าซื้อหรือเทขายเพื่อปิดออเดอร์

ดังนั้น สภาวะที่ยอดสัญญาคงค้าง (OI) พุ่งสูงลิ่ว แต่ Volume กลับร่วงลงมาต่ำ จึงเปรียบเสมือน “ผับที่คนอัดแน่นจนเต็มร้าน แต่กลับมีประตูทางออกขนาดจิ๋ว” 

ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์ตื่นตระหนกจนทำให้คนส่วนใหญ่ต้องแย่งกันกดเทขายเพื่อหนีออกจากตลาดพร้อมๆ กัน ตลาดที่ขาดสภาพคล่องมารองรับ ย่อมจะไม่สามารถดูดซับแรงขายมหาศาลนั้นได้ทัน ส่งผลให้ราคาผันผวน และดิ่งเหวลงอย่างรุนแรงทันที

ถ้าคนแห่ปิดโพซิชันพร้อมกัน อาจเกิดแรงเหวี่ยงรุนแรง

Glassnode บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน ได้ออกมาเตือนว่า ความเสี่ยงนี้เกิดจากกลไกตลาดโดยตรง เพราะเมื่อยอดสัญญาคงค้าง (OI) พุ่งสูง ท่วมปริมาณการซื้อขายรายวัน เวลาเกิดการล้างพอร์ต แรงขายจะแทบไม่เจอแรงซื้อเข้ามารองรับ ส่งผลให้ราคาดิ่งลงลึกเกินกว่าที่ควรจะเป็น 

ซึ่งขณะนี้นักเก็งกำไรได้เปิด Long ไว้สูงมาก ท่ามกลางแรงซื้อจริงที่แทบไม่มีเข้ามา และยิ่งน่ากังวลไปอีกเมื่ออุปสงค์ในตลาดเริ่มอ่อนแรง ประกอบกับการตั้งคำสั่งรอซื้อ ในราคาช่วงด้านล่างก็มีเบาบางลงอย่างมาก ทำให้ความเสี่ยงที่ราคาจะร่วงแรงยิ่งสูงขึ้น

โดย Glassnode ระบุว่า คำสั่งตั้งรอซื้อที่เคยเป็นแนวรับสำคัญในช่วงฤดูร้อน ได้หดหายไปถึง 1 ใน 3 นับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม

หมายความว่า ถ้าราคา Bitcoin ดิ่งลงไปแตะจุดต่ำสุดเดิมของเดือนมิถุนายนที่ $58,000 อีกครั้ง จะเหลือคนที่รอตั้งรับซื้ออยู่น้อยมาก ซึ่งเมื่อรวมกับแรงเทขาย ที่โดนล้างพอร์ตของฝั่งที่ใช้ Leverage ด้วยแล้ว ก็อาจลุกลามกลายเป็นวิกฤตราคาดิ่งเหวอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น

ความเหลื่อมล้ำระหว่างตลาด Spot กับ ฟิวเจอร์ส

หากดูความเหลื่อมล้ำของปริมาณการซื้อขายระหว่างตลาด Spot กับตลาดฟิวเจอร์สจะพบว่า วอลลุ่มซื้อขายในตลาด Spot ในช่วง 24 ชั่วโมงมีเพียง 1.255 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าฝั่งฟิวเจอร์สที่สูงถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐอยู่เท่าตัว ส่งผลให้ความเสี่ยงที่ราคาจะเกิดความผันผวนรุนแรงก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น

ซึ่งสภาวะความไม่สมดุลของสภาพคล่องที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ก็ยังคงเป็นชนวนความเสี่ยงด้านระเบิดเวลาที่นักเทรดทั่วโลกต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ที่มา : coindesk


มุมมองผู้เขียน : ตลาดแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีข่าวร้ายแรงมากระตุ้น ก็สั่นคลอนได้ง่ายๆ แค่แรงขายก้อนหนึ่งที่ปะทะกับสภาพคล่องอันเบาบาง ก็พอจุดชนวนให้เกิดการล้างพอร์ตเป็นโดมิโนได้แล้ว