สรุปข่าว
- Bitcoin ฟื้นตัวยืนเหนือ $64,000 ปรับตัวขึ้นราว 2% ในรอบ 24 ชั่วโมง จากจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ $62,840 พุ่งแตะระดับสูงสุดที่ $64,543
- ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้า ประกอบกับการเกิด Short Squeeze กวาดล้างพอร์ตฝั่ง Short sell ไปกว่า $81.65 ล้าน
- วันนี้ตลาดคริปโทฯ มีความเคลื่อนไหวและปรับตัวขึ้นตาม Bitcoin สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ทรงตัวหรือติดลบ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Bitcoin ขยับขึ้นราว 2% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จากจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ $62,840 ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ $64,543 หลังจากร่วงลงไปนานเกือบสัปดาห์ ซึ่งการปรับตัวขึ้นครั้งนี้มีปัจจัยหนุนหลักมาจากท่าทีของเฟดที่ผ่อนคลายลงจนตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ครั้งถัดไป ประกอบกับการเกิด Short Squeeze ในฝั่งผู้เปิดสัญญา Short sell
เช้าวันนี้ ราคา Bitcoin ได้มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ราคาสามารถกลับมายืนเหนือระดับราคา $64,000 ได้อีกครั้ง หลังจากที่หลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวมาเป็นเวลานานเกือบสัปดาห์
อ้างอิงข้อมูลจากกราฟ BTC/USD ราคา Bitcoin ในเช้าวันนี้ได้ปรับตัวพุ่งขึ้น 2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยเป็นการขยับขึ้นจากจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ $62,840 ในช่วงเช้าวันก่อน จนถึงระดับ $64,543 ในช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มมีการปรับตัวลงเล็กน้อยในขณะที่รายงาน

การปรับตัวฟื้นขึ้นของราคา Bitcoin ในครั้งนี้ คาดว่าเป็นผลมาจากหลายปัจจัยประกอบเข้าด้วยกัน
ปัจจัยแรก มาจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เริ่มผ่อนคลายความแข็งกร้าวลง ส่งผลให้ความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ครั้งถัดไปลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยฝั่งตลาดส่วนใหญ่เริ่มให้น้ำหนักกับการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม
ปัจจัยต่อมา เกิดจากการฟื้นตัวตามสัญญาณทางเทคนิค ที่มาพร้อมปรากฏการณ์ Short Squeeze หรือการบังคับปิดโพซิชันฝั่งขาย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 84.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการล้างฝั่ง Short Sell สูงถึง 81.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงกลายเป็นแรงผลักดันให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ภาพรวมของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีวันนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวที่สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากวันนี้โปรเจกต์คริปโตส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ปรับตัวขึ้นตาม Bitcoin กันหมดทิ้งไว้ให้เหลือเพียงไม่กี่โปรเจกต์เท่านั้นที่ให้ผลตอบแทนติดลบ ส่วนตลาดหุ้นกลับทำผลตอบแทนทรงตัวหรือติดลบมากกว่า

อย่างไรก็ตามถัดจากนี้ไปตลาดการลงทุนโลกอาจต้องประสบกับความผันผวนอย่างหนักเมื่อมีรายงานว่าเหล่าผู้จัดการกองทุนทั่วโลกกำลังเร่งเปิดโพสิชันชอร์ตหุ้นเทคฯ เป็นประวัติการณ์ และถ้าหากตลาดหุ้นย่อตัวจริง ชาวคริปโทฯ ก็คงได้แต่หวังว่าตลาดจะแยกตัวออกจากตลาดหุ้นแล้ว มิฉะนั้น ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอาจต้องแบกรับแรงกระแทกตามไปด้วย จนอาจฉุดให้ราคา Bitcoin ร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ได้อีกครั้ง

