สรุปข่าว
- CEO ของ DomeCloud แนะสมัคร AiPASS ชี้คุ้มค่าจ่ายเพียง 25 บาท/คน/เดือน แต่ผู้ใช้ได้สิทธิ์เข้าถึงโมเดล AI ระดับสูงอย่าง Opus 4.8 และระบบสร้างวิดีโอ Seedance ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่างบอุดหนุนมาก
- ข้อมูลส่วนตัวและพฤติกรรมถูกจัดเก็บภายในประเทศตาม TOR ส่วนข้อความ Prompt จำเป็นต้องส่งประมวลผลต่างประเทศตามเงื่อนไข
- โดเมน .net ไม่ได้อันตรายโดยตรง แต่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกมิจฉาชีพสวมรอยทำเว็บปลอมโครงการจึงควรที่จะย้ายไปใช้ .go.th แทนโดยเร็ว
แนวโน้มผลกระทบ: Nuetral
คุณธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ซีอีโอแห่ง DomeCloud ได้ออกมาให้มุมมองผ่านพื้นที่ส่วนตัวโดยสนับสนุนให้ประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิ์ Aipass เนื่องจากคุ้มค่าเป็นอย่างมากสำหรับราคาที่จ่าย เพราะโครงการไหนๆ ก็ออกมาแล้วควรจะไปใช้สิทธิ์ดีกว่า ขณะที่ในส่วนของความปลอดภัย เป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้ทำให้พร้อมต์จะถูกส่งออก ในขณะที่ข้อมูลพฤติกรรมและข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกจัดเก็บในประเทศทำให้ผู้ใช้ต้องเพิ่มความระมัดระวังไม่ใส่ข้อมูลอ่อนไหวลงในระบบจะเป็นการดีกว่า
ย้อนกลับไปในช่วงวานนี้ โครงการ AiPASS ของรัฐบาลก็ได้มีการเปิดตัวให้ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 สิงหาคม ซึ่งก็มีประชาชนชาวไทยต่างแห่สมัครเข้าใช้งานกันอย่างล้นหลาม โดยที่ล่าสุดซีอีโอของ DomeCloud ก็ได้มีการออกมาพูดถึงข้อกังวลในเรื่องของความคุ้มค่าและข้อมูล
ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โดมคลาวด์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชน และเทคโนโลยี วันนี้ได้มีการแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องของการสมัคร AI Pass ว่าสมควรสมัครหรือไม่
คุณธนารัตน์ ได้กล่าวว่า ในฐานะคนที่ได้รับเชิญมาตั้งแต่ช่วงทดลอง ขอตอบแบบไวๆ ว่า “สมัครไปเถอะครับ”เหมือนกับไทยช่วยไทยนั่นแหละ คือมันเป็นเงินของเราอยู่ดีควรไปใช้สิทธิ์ที่พึงได้กันอย่าให้สูญเปล่า ส่วนเรื่องจัดซื้อมีปัญหานั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง
AI Pass คุ้มไหม?
ในส่วนคำถามสำคัญที่ผู้ใช้งาน AI อยากรู้ว่าโครงการดังกล่าวคุ้มค่าแก่การสมัครหรือไม่ ทางคุณธนารัตน์ ได้ตอบว่า “คุ้ม” เนื่องจาก สดช.จ่ายให้เอกชนตามการใช้งานจริง หัวละ 25 บาทต่อเดือน ในขณะที่ประชาชนได้ใช้ Opus 4.8 ได้ใช้ Seedance สร้างคลิปความยาว 60 วินาทีต่อเดือน ซึ่งมีมูลค่าเกิน 25 บาทต่อเดือนไปมาก
อย่าไปมองว่าเป็นการสมัครเพื่อคุยกับ Gemeni 3.1 Flash Lite ซึ่งฟรีและห่วย แต่ให้มองว่า การที่เราเข้าไปเรียนเดือนละ 10 นาทีก็ได้ใช้ Opus 4.8 ฟรีแล้วจะดีกว่า
ความปลอดภัยของข้อมูล
ด้านความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้ที่กำลังเป็นประเด็น คุณธนารัตน์ กล่าวว่ายังสรุปไม่ได้ว่าจะรั่วไหลไหม เพราะต้องแยกก่อนว่าข้อมูลที่ว่ามีอะไรบ้าง เช่น ข้อมูลส่วนตัว,ข้อมูลพฤติกรรม,ข้อมูลพร้อมต์ข้อความที่คุย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะใช้หรือไม่ใช่ AI ข้อมูลส่วนตัวก็เป็นข้อมูลที่รัฐถือและรั่วไหลไปอยู่แล้ว ส่วนข้อมูลพฤติกรรมก็ถูกระบุว่าถูกทำให้เป็นนิรนามแล้ว เช่น เวลาการเข้าใช้งานแต่ละวัน ซึ่งสามารถใช้ระบุอะไรยาก และความน่ากังวลต่ำ
ส่วนการเก็บข้อมูลพร้อมต์ ถูกระบุชัดเจนว่าต้องส่งไปต่างประเทศตามเงื่อนไขการให้บริการ แต่ส่วนตัวเขามองว่ายังไม่น่ากังวล เนื่องจากถ้าไม่ยินยอมก็จะไม่สามารถใช้ AI ได้เพราะไทยยังไม่มี AI Data Center
นอกจากนี้คุณธนารัตน์ยังระบุด้วยว่า เอกสารขอบเขตงานหรือ TOR กำหนดให้ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการลงทะเบียน และข้อมูลพฤติกรรมต้องจัดเก็บหรือประมวลผลภายในประเทศไทย แต่ไม่ได้ห้ามพร้อมต์ออกนอกประเทศ ทำให้ผู้ใช้งานต้องระวังเวลาเขียนพร้อมต์ อย่าไปใส่ข้อมูลอะไรที่กลัวรั่วไหลลงไป และก็ต้องมาตีความกันต่อไปว่า prompt ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามนิยามในมาตรา 6 พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ จึงจะชี้ขาดได้
ข้อมูลส่วนตัวจะถูกนำไปเทรน National LLM ไหม?
คุณธนารัตน์ ได้ยืนยันแก่ผู้ใช้ว่าไม่ต้องกลัว เพราะต่อจากข้อที่แล้ว สิ่งที่จะนำไปเทรนคือ พฤติกรรมและ prompt ไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัวเพราะการเอาข้อมูลส่วนตัวไปบอก AI ก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อการเทรนโมเดลอยู่ดี ทำให้รู้ชื่อที่อยู่เราไปก็เท่านั้น ส่วนการนำพร้อมต์ไปเทรนก็เป็นเรื่องที่วงการ AI ทำกันอยู่แล้วเรียกว่าการ Distill
โดเมน .net ไม่ปลอดภัยจริงหรือไม่
ประเด็นถัดมาคือ เรื่องของการจดโดเมนเป็น .net แทนที่จะเป็น .go.th ซึ่งเป็นโดเมนราชการ คุณธนารัตน์ ได้กล่าวว่าการจดเป็น .net ลำพังตัวโดเมนเองไม่ได้มีปัญหาอะไรและไม่ได้ไม่ปลอดภัยเหมือนกับที่พูดกัน และการใช้ .net ก็ไม่ได้บ่งบอกว่ามันประมวลผลในหรือนอกประเทศ และไม่ได้แปลว่าอันตรายโดยปริยาย
ปัญหาเดียวของเรื่องนี้เลยคือ .net สามารถจดง่าย อาจมีมิจฉาชีพไปจดโดเมนที่ดูคล้ายกัน เช่นกรณี Facebook[dot]com กับ Faecbook[dot]com ที่หลอกให้ชาวบ้านคลิกลิงก์เพื่อขโมยรหัสผ่าน ด้วยการสลับตัวหนังสือนิดเดียว ใครไม่ทันสังเกตอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเว็บจริง
ดังนั้นเห็น .net ไม่ได้แปลว่าอันตรายในทันที สรุปไม่ได้ แต่แค่มันเปิดโอกาสให้มีคนมาหลอกได้ ซึ่งจะมีหรือไม่มี เนียนหรือไม่เนียน ก็ต้องว่ากันต่อไป
แต่ถ้าถามว่าเมคเซนส์ไหมที่ต้องย้ายไป .go.th ก็ตอบได้ทันทีว่า ควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะเรื่องนี้เคยมีมติครม.แล้ว และมาตรฐาน มสพร. 11-2566 ข้อ 3.1.1 ก็กำหนดไว้ชัดเจน รวมถึงตอนนี้มีการจดโดเมน aipass.go.th แล้ว และทาง สกมช. ผู้ดูแลเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ ก็เป็นผู้แนะนำให้ใช้ช่องทางนี้ ดังนั้นสดช. ก็ควรพิจารณาย้ายไปใช้ช่องทางนี้
โดยสรุปแล้ว ประชาชนสามารถสมัครใช้งาน AiPASS ได้แต่ก็ควรที่จะต้องใช้งานอย่างระมัดระวังและไม่นำข้อมูลอ่อนไหวเข้าสู่ระบบ ขณะที่ประเด็นเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง ความโปร่งใส การคุ้มครองข้อมูล และการย้ายเว็บไซต์ไปใช้โดเมนของหน่วยงานรัฐ ยังเป็นเรื่องที่ผู้รับผิดชอบต้องชี้แจงและดำเนินการให้ชัดเจนต่อไป
ที่มา: Facebook

