สรุปข่าว
- Bitcoin พุ่งขึ้น 25% เฉียดระดับ 80,000 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ Doctor Profit เชื่อว่า ตลาดขาลงจบแล้ว
- ราคา Bitcoin ที่ระดับ 71,000 ดอลลาร์ กลายเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง ส่วน 78,500 ดอลลาร์คือแนวต้านสำคัญที่ต้องจับตา
- การพุ่งขึ้นรอบนี้ เกิดจากปรากฏการณ์ Short Squeeze คล้ายกับเหตุการณ์ปี 2023 ที่ราคาพุ่งขึ้นเกือบ 60% หลังจากจุดต่ำสุด
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
การทะยานขึ้นของราคาในครั้งนี้ ทำให้นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Doctor Profit ออกมาแสดงความเห็นว่า ตลาดเริ่มกลับเข้าสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในตลาดอย่างมาก และส่งผลให้ราคา Bitcoin มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีก
Bitcoin (BTC) ปิดสัปดาห์ที่แล้วมาอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยราคาที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 25% จนเฉียดใกล้แตะระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐการฟื้นตัวอย่างรุนแรงนี้ ทำให้นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Doctor Profit เชื่อว่า ตลาดขาลงได้ปิดฉากลงแล้ว และ Bitcoin กำลังก้าวเข้าสู่ “ตลาดขาขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป” หลังจากสามารถทะลุแนวต้านสำคัญหลายจุดขึ้นมาได้สำเร็จ
Doctor Profit ระบุว่า ราคา Bitcoin ที่ระดับ 71,000 ดอลลาร์ ได้กลายสภาพเป็นแนวรับที่แข็งแกร่งอย่างมาก ในขณะที่ระดับ 78,500 ดอลลาร์สหรัฐ คือ ด่านแนวต้านสำคัญถัดไป พร้อมทั้งยังได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ความผันผวนของราคาที่เกิดขึ้นระหว่างสองระดับนี้ เป็นเพียง “สัญญาณรบกวน” ชั่วคราวเท่านั้น
แม้เขาจะไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ราคา Bitcoin อาจย่อตัวลงมาทดสอบระดับ 71,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่เขาก็มองว่า การย่อตัวในระดับนี้อาจไม่เกิดขึ้น เพราะนี่คือโซนราคาต่ำสุด ก่อนที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้นไป
ทั้งนี้ หากราคา Bitcoin เบรกผ่านแนวต้าน 78,500 ดอลลาร์สหรัฐ ไปได้ ก็จะเปิดทางให้ Bitcoin ทะยานมุ่งหน้าสู่ระดับ 82,000 ดอลลาร์สหรัฐทันที
โดยคาดว่า สภาวะ Soft Bull Market จะยกระดับกลายเป็น “ตลาดขาขึ้นเต็มรูปแบบ” ทันทีที่ราคา Bitcoin สามารถยืนเหนือ 82,000 ดอลลาร์สหรัฐได้อย่างแข็งแกร่ง
ปรากฏการณ์ Short Squeeze และจิตวิทยาการเทขาย ด้วยความตกใจ
การดีดตัวกลับอย่างรวดเร็วของ Bitcoin จากระดับ 60,000 ดอลลาร์ เป็นหลักฐานชัดเจนว่า มีแรงซื้อมหาศาลรอช้อนซื้ออยู่ เมื่อความกลัวจะเข้าครอบงำตลาด
ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ที่มัวแต่รอจุดต่ำสุดตามตำนานวัฏจักร 4 ปี ที่ระดับ 50,000 หรือ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ กลับต้องพลาดโอกาสและ “ตกรถ” ไปอย่างน่าเสียดาย
ซึ่งทาง Doctor Profit มองว่า ตลาดไม่น่าจะใจดีเปิดโอกาสให้คนส่วนใหญ่ได้เข้าซื้อของถูก ที่ราคาต่ำกว่า 71,000 ดอลลาร์สหรัฐอีกแล้ว
ส่วนความกังวลเรื่องภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) ทาง Doctor Profit ระบุว่า ดัชนี RSI รายสัปดาห์และรายเดือนยังคงอยู่ในระดับปานกลาง
โดยการพุ่งขึ้นของราคาในรอบนี้ เกิดจากการที่ฝั่ง Short ถูกบังคับล้างพอร์ต จนส่งผลให้ “ผู้เล่นฝั่ง Short จำใจต้องกลายเป็นผู้ซื้อโดยไม่เต็มใจ” มากกว่าจะเป็นการไล่ซื้อราคาตามปกติ จากนักเทรดฝั่งสปอต
จิตวิทยาดังกล่าวคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในปี 2023 ที่ราคา BTC พุ่งขึ้นจาก 16,000 ดอลลาร์ ไปแตะ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือทะยานขึ้นราว 56% ก่อนจะย่อตัวลง 22% มาอยู่ที่ 19,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในตอนนั้น ความกลัวที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนหลายรายที่ผ่านช่วงตลาดขาลง ยอมแพ้และแห่เทขายด้วยความตกใจเพราะกลัวราคาจะดิ่งลงไปอีก แต่ราคา Bitcoin กลับดีดตัวสวนทางทันที จาก 19,000 ดอลลาร์สหรัฐ พุ่งทะลุไปถึง 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 60%
ซึ่งประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องการที่แพทเทิร์นราคาจะซ้ำรอยเดิมแบบเป๊ะๆ แต่คือ พฤติกรรมทางจิตวิทยาของนักลงทุนที่เกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม ไม่ว่าจะเป็นความกลัว, ความไม่เชื่อ, การถูกล้างพอร์ตฝั่ง Short, การปรับฐาน, ความตกใจ, การยอมแพ้ และการพุ่งขึ้นอย่างมหาศาลในท้ายที่สุด
ที่มา : cryptopotato
มุมมองผู้เขียน : ปรากฏการณ์ Short Squeeze ที่เกิดขึ้น ถือเป็นสัญญาณบวกต่อทิศทางราคาในระยะสั้น แต่การจะยืนยันว่าตลาดขาลงจบลงจริงหรือไม่ คงต้องรอดูว่าราคาจะสามารถยืนเหนือ 78,500 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคงหรือเปล่า เพราะแนวต้านระดับนี้มักเป็นจุดที่แรงขายทำกำไรเข้ามากดดันได้เสมอ

