สรุปข่าว
- ข้อมูลจากเฟดสาขาคลีฟแลนด์ระบุ สัดส่วนครัวเรือนสหรัฐฯ ที่ถือครองคริปโต เพิ่มขึ้นจาก 3% ในปี 2021 เป็น 11-12% โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชายอายุน้อย รายได้สูง
- นักลงทุนคริปโต คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างหุ้นและทองคำอย่างมหาศาล และกว่า 20% ของผู้ถือนำเงินทุนเกินครึ่งของตนเองมาใส่พอร์ต
- งานวิจัยชี้ว่าคริปโต ไม่ได้ป้องกันเงินเฟ้อได้ดีตามที่กล่าวอ้างในช่วงปี 2021 และผู้ใช้มองเป็นสินทรัพย์ลงทุนมากกว่าสื่อกลางชำระเงิน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ผลการศึกษาใหม่จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ เผยว่าสัดส่วนการถือครองคริปโทเคอร์เรนซีในครัวเรือนสหรัฐฯ ขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 11-12% โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนอายุน้อย รายได้สูง และมีแนวคิดเสรีนิยม ซึ่งจัดเป็นกลุ่มนักลงทุนที่ มองโลกในแง่ดีที่สุดในตลาด จากการคาดหวังผลตอบแทนสูงถึง 22% ต่อปี แซงหน้านักลงทุนกลุ่มอื่นอย่างชัดเจน
นักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีอาจเป็นกลุ่มที่ “มองโลกในแง่ดี” มากที่สุดในกลุ่มหนึ่งในตลาดการเงินยุคปัจจุบัน ตามผลการศึกษาใหม่ของเฟด ที่ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับผู้ที่ลงทุนในหุ้น พันธบัตร และทองคำ
อ้างอิงข้อมูลจาก เฟดสาขาคลีฟแลนด์ระบุว่า จำนวนผู้ถือครองคริปโทเคอร์เรนซีในครัวเรือนสหรัฐฯ ได้พุ่งขึ้นจาก 3% ในปี 2021 มาเป็น 11-12% โดยขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคา Bitcoin
นักลงทุนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้วจะอายุน้อย เป็นเพศชาย มีรายได้สูง และมีแนวคิดเสรีนิยมสุดโต่ง หรือเป็นอิสระทางการเมือง
ที่น่าสนใจเลยก็คือ นักลงทุนคริปโตคาดหวังผลตอบแทนที่จะได้สูงถึง 22% ต่อปี และมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเมื่อเทียบกับความคิดของผู้ที่ไม่ได้ถือคริปโต ซึ่งคาดหวังผลตอบแทนราว 7% ต่อปี
แน่นอนว่าการคาดหวังผลตอบแทนถึง 22% ต่อปีโดยเฉลี่ยต่างเป็นตัวเลขที่นักลงทุนในหุ้นและทองคำแทบไม่เคยคาดหวังที่จะทำได้ ขนาดสถาบันใหญ่เองก็ยังคงคาดหวังในระยะยาวแค่ประมาณ 5–8% สำหรับหุ้นอนาคต ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยว่าทำไม่นักลงทุนคริปโตถึงมองโลกในแง่ดีสุดขีด
แม้จะมีผู้ลงทุนบางส่วนจะทำการถือครองโดยอ้างเป็นการทำเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ แต่ข้อมูลบ่งชี้ว่าคริปโต ไม่ได้มีคุณสมบัติป้องกันเงินเฟ้อที่ดีนักในช่วงที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสูงในปี 2021
มิหนำซ้ำการเปลี่ยนแปลงของราคา Bitcoin ยังส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้ถือครองคริปโตในหมวดสินค้าคงทน เช่น รถยนต์,เฟอร์นิเจอร์,เครื่องใช้ไฟฟ้า ตามสัดส่วนความมั่งคั่งในคริปโตที่พวกเขามี โดยผู้ถือครองประมาณ 20% ระบุว่าสินทรัพย์คริปโตคิดเป็นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเงินทุนทั้งหมดที่ตนเองมี
ขณะเดียวกัน การทดลองยังได้เผยให้เห็นถึงข้อค้นพบใหม่ที่ว่า หากผู้บริโภคได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผลตอบแทนในอดีตของคริปโตทั้งของตัวเอง และเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ จะส่งผลกระตุ้นให้พวกเขามีความต้องการถือครองและตัดสินใจซื้อคริปโตเพิ่มขึ้นจริงในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเรื่องของการนำ Bitcoin มาใช้งานในฐานะสื่อกลางการแลกเปลี่ยนใหม่ งานวิจัยของเฟดได้กล่าวตามตรงว่าผู้คนยังมอง Bitcoin เป็นเครื่องมือในการลงทุนมากกว่าการทำธุรกรรม
โดยสรุปแล้วรูปแบบพฤติกรรมเหล่านี้ ได้ทำให้คริปโตมีความเฉพาะตัวในภาคการเงินระดับครัวเรือน เนื่องจากผู้ใช้งานมีความคาดหวังที่หลากหลาย และมีระดับการตอบสนองต่อข้อมูลผลตอบแทนที่แตกต่างกัน
ที่มา: Dailyhodl, Fed
มุมมองผู้เขียน : หากพิจารณาดูแล้วเราอาจจะเห็นข้อเท็จจริงที่ว่าคนรุ่นใหม่ได้เลือกที่จะเดิมพันกับคริปโตเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ยังโตไม่เต็มที่และมีโอกาสที่จะพลิกชีวิตได้มากกว่าการลงทุนรูปแบบอื่นที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงกัน แต่กลับไม่สามารถให้ผลตอบแทนได้มากเท่าในวันที่โลกเผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจพร้อมๆกัน

