bitkub-banner

Binance Smart Chain (BSC) เตรียม Hardfork 25 ส.ค. นี้ นักลงทุนคริปโตต้องรู้อะไรบ้าง?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • BSC เตรียมอัปเกรด Pasteur Hardfork วันที่ 25 สิงหาคมนี้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของ Validator และระบบ Bridge รวมถึงปรับโครงสร้างภายในให้เครือข่ายรองรับธุรกรรมได้มากขึ้น
  • BEP-675 คือไฮไลท์ของการอัปเกรดครั้งนี้ โดยช่วยลดงานประมวลผลที่ซ้ำซ้อนของ Validator โดยผลทดสอบชี้ว่า TPS อาจเพิ่มจาก 1,237 เป็น 2,324 TPS โดยไม่ต้องลด Block Time หรือเพิ่ม Gas Limit
  • ผู้ใช้งานและนักลงทุนทั่วไปไม่ต้องย้ายเหรียญ หรือดำเนินการใด ๆ แต่ Node Operators ต้องอัปเดตระบบเป็น Client v1.7 ก่อนการ Hardfork เพื่อให้เครือข่ายทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

BNB Smart Chain เตรียมอัปเกรดเครือข่าย Pasteur Hardfork ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของ Validator และธุรกรรมข้ามเครือข่าย พร้อมลดขั้นตอนการประมวลผลที่ซ้ำซ้อนซึ่งช่วยให้เครือข่ายรองรับธุรกรรมได้มากขึ้น โดยผลทดสอบชี้ว่า BSC มีโอกาสเพิ่มความเร็วในการประมวลผลได้เกือบเท่าตัวโดยไม่ต้องเพิ่มเพดาน Gas หรือเร่ง Block Time สำหรับนักลงทุนทั่วไป การอัปเกรดครั้งนี้ไม่มีผลให้ต้องย้ายเหรียญหรือปรับเปลี่ยนการใช้งาน แต่สิ่งที่ควรจับตาคือ ประสิทธิภาพจริงหลังระบบเปิดใช้งานบน Mainnet

BNB Smart Chain (BSC) กำลังขยับเข้าใกล้การอัปเกรดเครือข่ายครั้งสำคัญชื่อว่า “Pasteur Hardfork” โดยมีกำหนดเปิดใช้งานบน Mainnet ในวันที่ 25 สิงหาคม 2026 เวลา 02:30 น. (UTC) ซึ่งจะไปตรงกับเวลาประมาณ 09:30 น. ของวันเดียวกัน ตามเวลาประเทศไทย

เป้าหมายของการอัปเกรดเครือข่ายครั้งนี้คือ การเพิ่มความปลอดภัยให้ระบบของ Validator หรือผู้ตรวจสอบธุรกรรม และการทำธุรกรรมข้ามเครือข่าย พร้อมปลดล็อกความสามารถในการรองรับธุรกรรมให้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การอัปเกรด Pasteur Hardfork ของ BNB Smart Chain (BSC) จะมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 3 ส่วน ตั้งแต่การเพิ่มความปลอดภัยของธุรกรรมข้ามเครือข่าย ไปจนถึงการปรับวิธีทำงานของ Validator หรือผู้ตรวจสอบธุรกรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จุดแรกคือ BEP-682 ที่จะเข้ามาอุดช่องว่างของกระบวนการตรวจสอบ Bridge เดิม ซึ่งในทางทฤษฎีอาจเปิดให้ Validator รายเดียวถูกนับซ้ำได้ ส่งผลให้พลังโหวตไม่สะท้อนเสียงข้างมากที่แท้จริง

หลังการอัปเกรด ระบบจะตรวจจับและปฏิเสธ Validator ที่ซ้ำกัน เพื่อให้การยืนยันธุรกรรม Cross-chain สะท้อนเสียงข้างมากของ Validator อย่างแท้จริง เพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบ Bridge ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อและส่งผ่านข้อมูลระหว่างเครือข่าย

ส่วน BEP-695 จะเข้ามาจัดระเบียบกติกาและการเปลี่ยนกุญแจของ Validator และช่วยปิดช่องโหว่ในการบริหารจัดการระบบ โดยบทลงโทษที่ค้างอยู่จะยังมีผลแม้ Validator จะเปลี่ยน Key ขณะที่ Consensus Key หรือกุญแจที่ใช้ยืนยันธุรกรรม จะสูญเสียสิทธิ์ระดับผู้ดูแลหลังมีการเปลี่ยน Key นอกจากนี้ Address ที่ถูกแบล็กลิสต์ก็จะไม่สามารถใช้ช่องโหว่ของกระบวนการโหวตกำกับดูแลเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดได้

BEP-675 ช่วยลดงานซ้ำ เพิ่มพื้นที่ให้ธุรกรรม

แต่หัวใจสำคัญที่สุดของ Pasteur อยู่ที่ BEP-675 หรือการแยกขั้นตอนการประมวลผลธุรกรรม ซึ่งเป็นกลไกที่จะช่วยลดงานซ้ำซ้อนของ Validator และเปิดทางให้ BSC รองรับธุรกรรมได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มความเร็วในการสร้างบล็อก

ก่อนหน้านี้ Validator ของ BSC ต้องนำธุรกรรมมาประมวลผลซ้ำอีกครั้งก่อนเซ็นรับรองบล็อก ทั้งที่ผู้สร้างบล็อกได้ประมวลผลธุรกรรมเหล่านั้นเสร็จแล้วตั้งแต่ต้น ทำให้เสียเวลาโดยไม่จำเป็น

BEP-675 จึงปรับวิธีทำงานใหม่ ให้ผู้สร้างบล็อกสามารถส่งบล็อกที่ประมวลผลเสร็จแล้วเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปได้ทันที ลดภาระงานซ้ำของ Validator โดยผลทดสอบบน QANet พบว่า เวลาประมวลผลของ Validator ลดลงจาก 125 มิลลิวินาที เหลือเพียง 15 มิลลิวินาที

แม้จะดูเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิค แต่ผลลัพธ์อาจส่งผลโดยตรงต่อความสามารถของเครือข่ายในการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากขึ้น

ผลการจำลองระบุว่า ปริมาณ Gas ต่อบล็อก หรือพื้นที่สำหรับประมวลผลธุรกรรม อาจเพิ่มจากเฉลี่ย 46.35 ล้าน เป็น 84.15 ล้าน จากเพดานปัจจุบันที่ 100 ล้าน ขณะที่ Transactions Per Second (TPS) หรือจำนวนธุรกรรมที่ระบบประมวลผลได้ต่อวินาที เพิ่มจาก 1,237 เป็น 2,324 TPS

สิ่งที่สำคัญคือ BSC สามารถเพิ่มความจุได้ โดยไม่ต้องลด Block Time หรือเวลาที่ใช้สร้างบล็อก และไม่ต้องเพิ่ม Gas Limit หรือเพดานการใช้ Gas ของเครือข่าย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงผลจากการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ และต้องรอดูประสิทธิภาพจริงหลังเปิดใช้งานบน Mainnet

แล้วนักลงทุนต้องทำอะไร?

สำหรับนักลงทุนและผู้ใช้งานทั่วไป แทบไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ Pasteur Hardfork ไม่มีการบังคับย้ายเหรียญ ย้ายข้อมูล ผู้ใช้งานยังสามารถใช้กระเป๋าเงินและแอปพลิเคชันบน BSC ได้ตามปกติ

กลุ่มที่ต้องเตรียมความพร้อมคือ Node Operators หรือผู้ดูแลโหนดของเครือข่าย โดยต้องติดตั้ง Client v1.7 บน BSC Mainnet ให้เรียบร้อยก่อนการ Hardfork และต้องลบคำสั่ง [Eth] EnableBAL ออกจากไฟล์ config.toml เนื่องจากหากยังคงการตั้งค่านี้ไว้ โหนดที่อัปเดตแล้วอาจไม่สามารถเริ่มทำงานได้

ในขณะที่รายงาน BNB มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 697 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.32% เพิ่มขึ้น 1.32% เพิ่มขึ้น 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ที่มา:u.today


มุมมองผู้เขียน: หลังวันที่ 25 สิงหาคมนี้ สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่แค่เพียงการอัปเกรดจะผ่านไปอย่างราบรื่นหรือไม่ แต่คือ BSC จะสามารถเปลี่ยนประสิทธิภาพจากตัวเลขบน Testnet ให้เกิดขึ้นจริงบน Mainnet ได้มากน้อยเพียงใด เพราะนั่นคือบทพิสูจน์สำคัญของการอัปเกรดเครือข่าย Pasteur Hardfork ในครั้งนี้