bitkub-banner

Bernstein เคาะเป้า Bitcoin กลางปี 2027 ชี้จุดสูงสุดวัฏจักรถัดไปปี 2029 ราคาจะทะยานแตะ ATH ใหม่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bernstein บริษัทวิจัยทางการเงินชั้นนำ ออกบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ตั้งเป้าราคาฐานของ Bitcoin ไว้ที่ 150,000 ดอลลาร์ ภายในกลางปี 2027 และมีโอกาสพุ่งแตะ 300,000 ดอลลาร์ ในจุดสูงสุดของวัฏจักรถัดไปปี 2029
  • ทีมวิเคราะห์มองว่า ยุคดอกเบี้ยขาลง 40 ปีจบลงแล้ว หนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่พุ่งแตะ 40 ล้านล้านดอลลาร์ กำลังบีบให้รัฐบาลต้องปล่อยเงินดอลลาร์เสื่อมค่าลง ซึ่งเป็นแรงหนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์จำนวนจำกัดอย่าง Bitcoin
  • ข้อมูลฝั่งอุปทานชี้ว่า Bitcoin ถึง 59% ไม่เคยเคลื่อนไหวบนบล็อกเชนเลยใน 12 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนพฤติกรรมถือยาวของนักลงทุน ขณะที่กองทุน IBIT และ GLD กลับมาติดท็อป 10 ETF ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด แซงหน้าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish

บทวิเคราะห์จากสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Bernstein ที่ให้เป้าราคาสูงพร้อมเหตุผลเชิงมหภาคที่ชัดเจน มักช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนสถาบัน และอาจกระตุ้นให้เม็ดเงินไหลเข้าตลาดผ่านช่องทางกองทุน ETF มากขึ้นในระยะถัดไป

Bernstein บริษัทวิจัยทางการเงินชั้นนำ เผยแพร่บทวิเคราะห์ถึงลูกค้าเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม โดยตั้งเป้าหมายราคาฐาน ของ Bitcoin (BTC) ไว้ที่ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในกลางปี 2027 พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า ราคา BTC มีโอกาสพุ่งขึ้นแตะระดับประมาณ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงจุดสูงสุดของวัฏจักร 4 ปีรอบถัดไปในปี 2029 

ทีมวิเคราะห์ซึ่งนำโดย Gautam Chhugani ชี้ว่า สภาวะเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบันกำลังเอื้อต่อสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดอย่างมาก โดยมองว่า ยุคดอกเบี้ยขาลงที่ยาวนานถึง 40 ปีได้จบลงแล้ว 

ท่ามกลางหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงแตะ $40 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็น “วงจรอุบาทว์” ที่ย้อนกลับมา หากยิ่งรัฐบาลมีต้นทุนการกู้ยืมที่แพงขึ้น ก็ยิ่งทำให้งบประมาณขาดดุลกว้างขึ้น และบีบให้ต้องพิมพ์พันธบัตรออกมาเพิ่มขึ้นไม่สิ้นสุด

บริษัทจึงคาดว่า รัฐบาลต่าง ๆ จะเลือกใช้วิธี “ปล่อยให้เงินสกุลหลักเสื่อมค่าลง” ผ่านการพิมพ์เงินเพิ่ม แทนที่จะยอมตัดลดงบประมาณหรือใช้นโยบายการคลังที่เข้มงวด

พฤติกรรมดังกล่าวจะกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ ที่บีบให้ความต้องการของนักลงทุนไหลไปสู่ สินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด ซึ่งไม่สามารถพิมพ์เพิ่มขึ้นมาใหม่ หรือเสกขึ้นมาให้ด้อยมูลค่าลงได้ตามใจชอบ

หลักฐานการหมุนเวียนของเม็ดเงินลงทุนเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในตลาดกองทุน ETF ของสหรัฐฯ โดย Eric Balchunas นักวิเคราะห์ ETF อาวุโสจาก Bloomberg ตั้งข้อสังเกตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า กองทุน IBIT ซึ่งเป็นกองทุน Spot Bitcoin ETF ของ BlackRock และกองทุน GLD ซึ่งเป็นกองทุน Gold ETF ของ SPDR ได้พุ่งขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 10 กองทุน ETF ที่มียอดการซื้อขายสูงสุดอีกครั้ง แซงหน้ากลุ่มกองทุนหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่เคยครองแชมป์มาตลอดช่วงฤดูร้อน 

Eric Balchunas อธิบายว่า ปรากฏการณ์นี้คือ จุดเริ่มต้นของกระแส การลงทุนเพื่อป้องกันเงินเสื่อมค่า ซึ่งย้ายเม็ดเงินเข้ามาแทนที่กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเห็นได้ชัด

ขณะเดียวกัน Bernstein ได้เปิดเผยข้อมูลฝั่งอุปทานว่า มี Bitcoin มากถึง 59% ของอุปทานทั้งหมด ที่ไม่มีการเคลื่อนย้ายบนบล็อกเชนเลยตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงการถือยาวของนักลงทุน แม้ราคา Bitcoin จะเพิ่งฟื้นตัวขึ้น 28% ในช่วง 10 วันก่อนรายงาน หลังจากที่เคยปรับตัวลงมาเกือบ 50% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2025

ทั้งนี้ Bernstein ชี้ว่า การเข้ามาของนักลงทุนสถาบัน ผ่านกองทุน Spot ETF รวมทั้ง การเข้าซื้อ Bitcoin สะสมเพื่อเป็นสินทรัพย์สำรองขององค์กร คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงไม่ให้ราคา Bitcoin ดิ่งลงแรงเหมือนในอดีต โดยช่วยบรรเทาการย่อตัวลงของราคาในรอบนี้ให้เบากว่าวัฏจักรครั้งก่อนๆ ที่เคยร่วงลงหนักถึง 75% – 90% 

แบบจำลองราคาในอนาคต และเป้าหมายขาขึ้นสูงสุดที่ $5 แสนดอลลาร์

โมเดลประเมินราคาของ Bernstein คาดการณ์ราคา Bitcoin โดยอิงจากต้นทุนการผลิต ร่วมกับวัฏจักรการ Halving ทุกๆ 4 ปี ซึ่งภายใต้สมมติฐานนี้ คาดว่า ราคา Bitcoin จะค่อยๆ ปรับตัวขึ้นไปแตะ $125,000 ภายในสิ้นปี 2026 จากนั้นจะพุ่งต่อถึง $150,000 ในช่วงกลางปี 2027 และจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดของรอบที่ประมาณ $300,000 ในปี 2029 นอกจากนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายระยะยาวไว้สูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 2033 อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น Bernstein ยังได้เปิดเผยกรณีมองโลกในแง่ดีสุดๆ ว่า หากเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันการเงินไหลเข้าซื้อ Bitcoin อย่างหนักหน่วงมากกว่าที่คาดไว้ ก็มีโอกาสได้เห็นราคา Bitcoin พุ่งแตะ $200,000 ได้ภายในกลางปี 2027 และมีศักยภาพสูงที่จะพุ่งทะลุไปถึง $500,000 ได้ภายในปี 2029 

ที่มา : coinmarketcap


มุมมองผู้เขียน : เป้าหมายราคาระดับนี้จาก Bernstein ฟังดูสูงลิบ แต่เหตุผลเบื้องหลังอย่างหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และแนวโน้มที่รัฐบาลจะเลือกพิมพ์เงินมากกว่ารัดเข็มขัด เป็นภาพที่เห็นได้ชัดในหลายประเทศไม่ใช่แค่สหรัฐฯ ตัวเลข 59% ของ Bitcoin ที่ไม่ขยับมา 12 เดือน ก็เป็นสัญญาณที่น่าสนใจ เพราะมันบอกว่าคนที่ถืออยู่ไม่รีบขาย