สรุปข่าว
- บริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิตระดับโลกอย่าง Mastercard ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการประกาศเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนงานแข่งขันเขียนโปรแกรมบนเครือข่าย XRP Ledger หรือ Hackathon ระยะเวลา 36 ชั่วโมงที่จะจัดขึ้นในมหานครนิวยอร์กช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้
- ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างสององค์กร หลังจากที่เคยมีความร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การผลักดันการใช้งานเหรียญสเตเบิลคอยน์ RLUSD ไปจนถึงการเปิดตัวบัตรเครดิตที่ให้ผลตอบแทนคืนกลับมาเป็นเหรียญ XRP สูงสุดถึงร้อยละสี่เมื่อปีที่ผ่านมา
- การขยายขอบเขตความร่วมมือในครั้งนี้ยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Mastercard ที่เพิ่งประกาศรองรับการชำระบัญชีด้วยเหรียญสเตเบิลคอยน์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลบนเครือข่ายบล็อกเชนต่างๆ รวมถึงการดึงตัว Ripple เข้าร่วมโครงการทดสอบระบบเงินดิจิทัลของธนาคารกลางและการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Mastercard และระบบนิเวศของ Ripple จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนรวมถึงนักพัฒนาให้เข้ามาสร้างสรรค์นวัตกรรมบนเครือข่าย XRP Ledger มากยิ่งขึ้นในอนาคต
ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์กอย่าง Mastercard ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการสินทรัพย์ดิจิทัลอีกครั้ง ด้วยการตกลงเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการในงานแข่งขันพัฒนาโปรแกรมบนเครือข่ายบล็อกเชน หรือ XRP Ledger Hackathon ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นเป็นระยะเวลา 36 ชั่วโมงในช่วงวันที่ 24 ถึง 25 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เข้ามาร่วมสร้างสรรค์และเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ๆ บนเครือข่าย XRP Ledger เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่จะเข้าสู่งานสัมมนาใหญ่ประจำปีของ Ripple อย่างงาน Swell ในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนานวัตกรรมระดับโปรโตคอล การเงินที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ และแพลตฟอร์มการกู้ยืมเงิน
ความสัมพันธ์ระหว่าง Mastercard และ Ripple ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ได้พัฒนาและขยายขอบเขตความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2025 ทาง Ripple ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Mastercard ตลอดจน WebBank และ Gemini ซึ่งเป็นความร่วมมือที่มุ่งเน้นไปที่การผลักดันเหรียญสเตเบิลคอยน์ตัวใหม่ของ Ripple อย่าง RLUSD นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ดังกล่าวยังต่อยอดมาจากการที่กระดานเทรด Gemini ได้เปิดตัวบัตรเครดิต Mastercard รุ่นพิเศษสำหรับคริปโตเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสะสมคะแนนและรับเงินคืนเป็นเหรียญ XRP ได้สูงสุดถึงสี่เปอร์เซ็นต์จากการใช้จ่ายผ่านบัตร
ยิ่งไปกว่านั้น Mastercard ยังได้ก้าวล้ำไปอีกขั้นในการผลักดันระบบการชำระบัญชีบนบล็อกเชน โดยเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2026 บริษัทได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเครือข่ายของตนจะรองรับการชำระบัญชีด้วยเหรียญสเตเบิลคอยน์ที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงเหรียญ RLUSD ของ Ripple ด้วย พร้อมทั้งยังได้ระบุชื่อเครือข่าย XRP Ledger ให้เป็นหนึ่งในเครือข่ายบล็อกเชนที่รองรับการใช้งาน นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังเคยร่วมงานกันในโครงการริเริ่มด้านสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหรือ CBDC มาตั้งแต่ปี 2023 และล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Ripple ร่วมกับ JPMorgan ตลอดจน Ondo Finance และ Mastercard ก็ได้ร่วมกันทดสอบระบบการไถ่ถอนกองทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ถูกแปลงสภาพเป็นโทเคนข้ามพรมแดนโดยใช้เครือข่าย XRP Ledger เป็นตัวขับเคลื่อนหลักอีกด้วย
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การที่องค์กรระดับโลกอย่าง Mastercard กระโดดเข้ามาร่วมสนับสนุนเครือข่าย XRP Ledger อย่างเปิดเผย ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่าสถาบันการเงินดั้งเดิมเริ่มมองเห็นศักยภาพของบล็อกเชนในการนำมาใช้งานจริง การส่งเสริมให้นักพัฒนาเข้ามาสร้างสรรค์โปรเจกต์ใหม่ๆ จะช่วยขยายระบบนิเวศของ Ripple ให้แข็งแกร่งขึ้น และอาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้การชำระเงินข้ามพรมแดนหรือการใช้สเตเบิลคอยน์กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของระบบการเงินโลกในอนาคตอันใกล้นี้

