bitkub-banner

BIS ชี้ Stablecoin ยังไม่ใช่ “เงินจริง” สำหรับการชำระเงินทั่วโลก แนะใช้เงินฝากในรูปดิจิทัลแทน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Pablo Hernández de Cos ผู้จัดการของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) กล่าวว่า Stablecoin ยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นช่องทางชำระเงินที่น่าเชื่อถือในเวทีระดับโลกได้
  • BIS มองว่าเงินฝากธนาคารในรูปแบบดิจิทัล ความเหมาะสมมากกว่า เพราะยังอยู่ภายใต้ระบบธนาคารและสามารถเชื่อมโยงกับเงินของธนาคารกลางได้
  • อย่างไรก็ตาม BIS ไม่ได้เสนอให้ Stablecoin หายไปจากระบบ โดยมองว่า Stablecoin และเงินฝากธนาคารในรูปแบบดิจิทัลสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ควรมี บทบาทที่แตกต่างกัน โดย Stablecoin อาจเหมาะกับการใช้งานเฉพาะทางมากกว่า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ข่าวนี้ไม่มีผลต่อราคาตลาดหรือเหรียญคริปโตใด ๆ เพราะเป็นเสียงวิจารณ์จากสถาบันการเงินระดับโลกที่อาจเพิ่มแรงกดดันด้านกฎระเบียบ แต่ในอีกมุมหนึ่ง BIS ไม่ได้ปฏิเสธการมีอยู่และความล้ำสมัยเทคโนโลยีบล็อกเชนหรือ Tokenization และยังสนับสนุนให้ระบบการเงินนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ ดังนั้นอาจไม่ส่งผลกระทบต่อ Bitcoin โดยตรงแต่อย่างใด

BIS ตั้งคำถาม Stablecoin เหมาะเป็น “เงิน” หรือไม่?

Pablo Hernández de Cos ผู้จัดการของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) องค์กรความร่วมมือของธนาคารกลางทั่วโลก ออกมาแสดงมุมมองว่า Stablecoin ยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นช่องทางชำระเงินที่น่าเชื่อถือในเวทีเศรษฐกิจระดับโลกได้ โดยเขากล่าวระหว่างการประชุม Jackson Hole Economic Symposium เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมเสนอว่าเงินฝากธนาคารในรูปแบบดิจิทัลอาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่าในการนำเทคโนโลยี Tokenization เข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิม

แม้ Stablecoin จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ BIS มองว่าการเติบโตดังกล่าวยังไม่ได้หมายความว่า Stablecoin จะสามารถกลายเป็น “เงิน” สำหรับเศรษฐกิจมหภาคได้ เนื่องจากยังมีข้อกังวลด้าน เสถียรภาพทางการเงิน, การฟอกเงิน, ความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างระบบและอธิปไตยทางการเงินของแต่ละประเทศ

ปัญหาสำคัญที่เป็นเรือขวางคลองของ Stablecoin

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ BIS ยกขึ้นมาคือแนวคิดเรื่องการที่เงินในระบบควรสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ที่มูลค่าเดียวกันโดยไม่จำเป็นต้องผ่านตลาดรอง

ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ถือ USDT แต่ร้านค้ารับเฉพาะ USDC ผู้ใช้จำเป็นต้องแลก USDT เป็น USDC ก่อนจึงจะสามารถชำระเงินได้ และในช่วงที่ตลาดเกิดความผันผวน Stablecoin แต่ละชนิดอาจมีราคาซื้อขายแตกต่างจากมูลค่าที่ตรึงไว้ได้

BIS มองว่าโครงสร้างดังกล่าวแตกต่างจากเงินฝากธนาคาร ซึ่งสามารถโอนจากบัญชีหนึ่งไปยังอีกบัญชีหนึ่งผ่านระบบธนาคาร และสุดท้ายสามารถชำระบัญชีผ่านเงินของธนาคารกลางได้

นอกจากนี้ Stablecoin ส่วนใหญ่ยังทำงานบนบล็อกเชนที่แตกต่างกัน ทำให้การโอนข้ามเครือข่ายอาจต้องอาศัยการ Bridge หรือโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ

BIS เลือกเงินฝากธนาคารในรูปแบบดิจิทัลเป็นทางเลือก

แทนที่จะสร้างระบบเงินใหม่แยกออกจากระบบธนาคาร BIS มองว่าเงินฝากธนาคารในรูปแบบดิจิทัลสามารถนำข้อดีของบล็อกเชนและ Tokenization มาใช้โดยยังคงรักษาโครงสร้างของระบบการเงินเดิมเอาไว้

เงินฝากธนาคารในรูปแบบดิจิทัลคือเงินฝากธนาคารที่ถูกนำเสนอในรูปแบบ Token บนระบบ ‘Distributed Ledger’ โดยยังคงเป็นหนี้สินของธนาคารพาณิชย์ และสามารถแลกคืนเป็นเงินฝากปกติได้ในมูลค่าเดียวกัน

จุดสำคัญคือเงินฝากธนาคารในรูปแบบดิจิทัลยังคงอยู่ภายใต้ระบบธนาคารที่ได้รับการกำกับดูแลและสามารถเชื่อมโยงกับเงินของธนาคารกลางสำหรับการชำระบัญชีระหว่างธนาคารได้ ทำให้ BIS มองว่ามีโครงสร้างที่เหมาะสมกว่าสำหรับการนำ Tokenization มาใช้กับการชำระเงินในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม BIS ยอมรับว่าเงินฝากธนาคารในรูปแบบดิจิทัลเองก็ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะเรื่อง ความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ, การกำกับดูแลและเรื่องกฎหมาย เพราะปัจจุบันยังไม่มีระบบเงินฝากธนาคารในรูปแบบดิจิทัลที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างกว้างขวางระหว่างธนาคารและประเทศต่าง ๆ


คำพูดของหัวเรือใหญ่ BIS นี้เองสะท้อนให้เห็นว่า สงครามในอนาคตอาจไม่ใช่ระหว่างเงิน Fiat กับคริปโต แต่เป็นการแข่งขันกันว่าบล็อกเชนอาจจะถูกนำไปเชื่อมเข้ากับระบบการเงินเดิมในรูปแบบใด

BIS กำลังสนับสนุนแนวคิดที่ให้ระบบเงินฝากธนาคารในรูปแบบดิจิทัลเป็นแกนกลาง ขณะที่ Stablecoin มีบทบาทในรูปแบบเฉพาะทาง ส่วนสหรัฐฯ กลับกำลังเดินหน้าใช้ Stablecoin เป็นหนึ่งในเครื่องมือเสริมอำนาจของดอลลาร์

ส่วนตัวมองว่า ข่าวนี้ไม่ได้เป็น “ข่าวร้ายสำหรับคริปโต” อย่างที่พาดหัวอาจทำให้เข้าใจ เพราะ BIS เองก็ยอมรับว่า Tokenization มีศักยภาพในการทำให้ระบบการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่กำลังเปลี่ยนไปอาจไม่ใช่การที่บล็อกเชนจะเข้ามาแทนที่ระบบธนาคาร แต่เป็นการที่ธนาคารกำลังพยายามนำบล็อกเชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินในรูปแบบที่พวกเขาสามารถควบคุมและกำกับดูแลได้

ที่มา: Reuters, BIS, Coinbureau