สรุปข่าว
- นักลงทุนหญิงออกมาร้องทุกข์ในกลุ่ม Bitcoin Thai Community หลังนำเงินไปฝากลงทุนเพื่อรับปันผล แต่สุดท้ายพอร์ตแตกเสียหายรวมกันราว 500,000 บาท
- เมื่อผู้เสียหายทวงถาม นักเทรดรายดังกล่าวกลับเสนอชดใช้เพียง 10% พร้อมอ้างว่าผู้เสียหายยินยอมรับความเสี่ยงเอง และใช้ทนายความข่มขู่หากยังตามตื๊อทวงเงิน
- เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญเตือนสติว่าไม่ควรมอบเงินให้ผู้อื่นถือครอง หรือหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อที่การันตีผลตอบแทนสม่ำเสมอเกินจริง
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
เกิดประเด็นดราม่าเตือนภัยในประเทศไทยหลังนักลงทุนคริปโทฯ หญิงรายหนึ่งร้องทุกข์ว่าสูญเงินให้แก่ “เทรดเดอร์ชื่อดัง” จากการนำเงินไปฝากเทรดเพื่อรอรับปันผล แต่สุดท้ายกลับพอร์ตแตกจนสร้างมูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า 500,000 บาท ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทวงถามหาความรับผิดชอบ นักเทรดรายดังกล่าวกลับเสนอชดใช้เพียง 10% พร้อมอ้างว่าผู้เสียหายยินยอมเอง และนำทนายความมาข่มขู่
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดประเด็นดราม่าร้อนแรงขึ้นในกลุ่มเฟซบุ๊ก Bitcoin Thai Community หลังมีนักลงทุนหญิงรายหนึ่งออกมาร้องทุกข์ว่า ตนเองเป็นผู้เสียหายหลังจากที่สูญเงินให้กับการฝากเทรดเดอร์รายหนึ่งลงทุน
อ้างอิงจากโพสต์ต้นทางเธอระบุว่า ได้ทำการฝาก “Trader ชื่อดังระดับประเทศ” ในการเทรดให้ โดยตกลงกันว่าจะรับปันผลเป็นงวด แต่สุดท้ายเกิดพอร์ตแตกขึ้นมา พอทวงถามหาความรับผิดชอบกลับถูกทนายข่มขู่

เจ้าของโพสต์ยังระบุอีกว่า นอกเหนือจากตัวเธอแล้วยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายและขณะนี้มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมากกว่า 500,000 บาทแล้ว เธอจึงเรียกร้องให้มีการรวมตัวของผู้เสียหาย โดยหลังจากที่โพสต์ลงไปในกลุ่มชาวเน็ตไทยจำนวนมากจึงได้คอมเมนต์และติดตามเรื่องราวต่อ
ผู้เสียหายยอมรับว่า ในขณะที่ติดต่อกลับไปเพื่อทวงถามหาความรับผิดชอบ นักเทรดรายนี้กลับปัดความรับผิดชอบที่จะคืนเงินทั้งหมดพร้อมกับข่มขู่ว่าตนมีทนายสั่งฟ้องได้ โดยจะรับผิดชอบค่าเสียหายแค่เพียง 10% เท่านั้น
พอทวงถามหนักเข้านักเทรดรายดังกล่าวจึงอ้างว่า ในกรณีนี้ไม่มีมีความผิดเพราะผู้เสียหายยินยอมเอง และยังมีการต่อว่าผู้เสียหายรวมถึงแคปแชทไปลงในสตอรี่ส่วนตัว นักลงทุนหลายคนจึงเลือกที่จะเงียบเพื่อหวังว่าจะได้เงินคืนมา
ชาวเน็ตจึงได้แนะนำไปว่า ให้ผู้เสียหายทำการรวบรวมหลักฐานและสั่งฟ้องเอาผิดเนื่องจากเข้าข่ายกระทำการผิดกฎหมายหลายกระทง
อย่างไรก็ตามอีกฝั่งกลับออกมาวิจารณ์การกระทำของผู้เสียหายโดยระบุว่าทำไมถึงเลือกที่จะเชื่อใจฝากเงินลงทุนให้กับคนอื่น ไม่ทำการลงทุนด้วยตนเอง ซึ่งผู้เสียหายเองก็ยอมรับว่าเนื่องจากมีการโฆษณาเกินจริงทำให้มีคนหลงเชื่อหลายคน
เหตุการณ์ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกอุทาหรณ์ที่เตือนสตินักลงทุนว่า เงินของเราไม่ควรเชื่อใจให้ใครผู้อื่นถือครองง่ายๆ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงที่จะสูญเงินได้ทั้งจำนวนเสมอ การเชิญชวนคาดหวังผลตอบแทนการันตีแบบสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เพราะแม้แต่นักเทรดระดับโลกก็ยังไม่สามารถทำกำไรได้ตลอดทุกการเทรด
ดังนั้น สิ่งที่นักเทรดควรกระทำมากที่สุดคือการศึกษาข้อมูลหาความรู้และลองผิดลองถูกด้วยตนเองเพราะอย่างน้อยถึงแม้จะผิดพลาดไปบ้างแต่ก็ยังได้ประสบการณ์กลับมาและไม่ควรหลงเชื่อการโฆษณาที่หอมหวานเกินจริง รวมถึงพึงระลึกไว้เสมอว่าในโลกแห่งการลงทุนไม่ใช่ทุกคนที่จะประสงค์ดีกับคุณเสมอไป
ที่มา: Facebook

