สรุปข่าว
- Elon Musk คาดการณ์ว่า AI จะเอาชนะมนุษย์ในด้านการแฮกระบบอย่างสมบูรณ์ ภายในสิ้นปี 2027 โดยอ้างอิงคำเตือนเก่าของ Larry Page ผู้ร่วมก่อตั้ง Google
- JFrog ตรวจพบช่องโหว่ร้ายแรงรหัส CVE-2026-82329 ในระบบ Artifactory ความรุนแรงระดับ 9.8 จาก 10 คะแนน ซึ่งแฮกเกอร์เจาะระบบได้โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน
- CEO ของ Vercel และ Coinbase ต่างออกมาเตือนเรื่องภัยคุกคามจาก AI ที่อาจหลุดการควบคุมได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า พร้อมเรียกร้องให้วงการพัฒนาซอฟต์แวร์เตรียมระบบป้องกันแบบอัตโนมัติ
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์และพัฒนาการของ AI มากกว่าปัจจัยที่กระทบราคาสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง แต่หากมีการโจมตีจริงเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ก็อาจสร้างความกังวลต่อความเชื่อมั่นในระบบนิเวศเทคโนโลยีโดยรวมได้ในระยะสั้น
Elon Musk ได้ออกมาคาดการณ์ว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะสามารถเอาชนะมนุษย์ในด้านการแฮกระบบได้อย่างสมบูรณ์ ภายในสิ้นปี 2027 โดยเขามองว่า การแฮกข้อมูลจะเป็นหนึ่งในภารกิจดิจิทัลอันดับแรกๆ ที่ AI เข้ามาครอบครอง และทำได้เหนือกว่ามนุษย์
คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์รอบใหม่ หลังจากที่บริษัทซอฟต์แวร์ JFrog ได้ตรวจพบช่องโหว่ร้ายแรงระดับวิกฤตใน Artifactory ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บ และแจกจ่ายโค้ดที่ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโลกนิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลาย
สำหรับช่องโหว่ดังกล่าวระบุ รหัส CVE-2026-82329 ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยถูกจัดระดับความรุนแรงไว้สูงถึง 9.8 จาก 10 คะแนนตามมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ เนื่องจากแฮกเกอร์สามารถแอบเข้าถึงระบบได้ทันที โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน และไม่ต้องรอให้ผู้ใช้อนุญาต
ซึ่ง Artifactory เป็นระบบที่เก็บไฟล์สําคัญสําหรับใช้ประกอบซอฟต์แวร์ การเจาะระบบได้เพียงจุดเดียว จึงเสี่ยงส่งผลกระทบลุกลามเป็นวงกว้างในรูปแบบการโจมตีผ่านห่วงโซ่อุปทาน โดยฝังมัลแวร์แฝงมากับการดาวน์โหลดไฟล์ที่ดูน่าเชื่อถือ โดยสามารถแพร่กระจายไปยังระบบปลายน้ำอื่นๆ ทั้งหมดอย่างง่ายดาย
แม้ Guillermo Rauch ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Vercel จะตั้งข้อสงสัยว่า AI Agents แบบอัตโนมัติอาจอยู่เบื้องหลังการค้นพบและโจมตีช่องโหว่นี้
แต่จากบันทึกสาธารณะระบุว่า โมเดล AI ของ OpenAI เคยค้นพบช่องโหว่ระดับ Zero-day ใน Artifactory มาแล้วถึง 9 จุด ระหว่างการทดสอบในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ซึ่งทาง JFrog ก็ได้อัปเดตแก้ไขช่องโหว่เหล่านั้นไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนช่องโหว่ที่เพิ่งพบใหม่นี้ เกิดขึ้นกับซอฟต์แวร์เวอร์ชันถัดมา จึงนับว่าเป็นคนละกรณีกัน
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในเดือนกรกฎาคม ถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ช่วยยืนยันถึงความสามารถของ AI ในการค้นหา และเจาะระบบได้จริง
เตรียมรับมือภัยคุกคามจาก AI
Guillermo Rauch มองว่า ปี 2026 ถือเป็นปีแห่งการทะลายขีดจำกัด เพราะเทคโนโลยี AI สามารถก้าวข้ามสิ่งที่ผู้คนเคยเชื่อกันในอดีตว่า เป็นไปไม่ได้ โดยเริ่มทำสิ่งเหล่านั้นได้สำเร็จ
ด้าน Elon Musk ก็ได้เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ พร้อมทั้งเอ่ยถึงคำเตือนของ Larry Page ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ที่เคยพูดกับเขาไว้เมื่อทศวรรษก่อนว่า ในท้ายที่สุดแล้ว AI จะพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการแฮกระบบ จนสามารถแซงหน้ามนุษย์ได้อย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน Malte Ubl ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Vercel ก็เปิดเผยผลทดสอบที่สอดคล้องกันว่า โมเดล AI แบบเปิด สามารถเขียนโปรแกรมสุ่มหาช่องโหว่ เพื่อใช้เจาะระบบจำลองได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเครื่องมือนี้จะทำงานโดยการอัดข้อมูลที่ผิดรูปเข้าสู่ระบบจำนวนมาก เพื่อค้นหาจุดบกพร่อง
นอกจากนี้ Brian Armstrong CEO ของ Coinbase ยังคาดการณ์ว่า อาจเกิดภัยคุกคามจาก AI ที่หลุดจากการควบคุมภายใน 2 ปีนี้
ที่มา : beincrypto
มุมมองผู้เขียน : สิ่งที่น่ากังวลกว่าการที่ AI แฮกเก่งขึ้น คือ ความเร็วของกฎหมายและกรอบความรับผิดชอบที่ยังตามหลังอยู่มาก หากภาคธุรกิจไม่เริ่มลงทุนในระบบป้องกันอัตโนมัติตั้งแต่วันนี้ ช่องว่างระหว่างผู้โจมตีกับผู้ป้องกันอาจกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะไล่ตามทัน

