สรุปข่าว
- Zcash พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี รับข่าว Grayscale เปิดตัว Spot ETF บนกระดาน NYSE Arca ส่วน Monero ก็พุ่งแรงหลัง THORChain เปิดทางให้แลกเปลี่ยนตรงกับ Bitcoin และ Stablecoin ได้
- Hyperliquid กำลังจะเจอการปลดล็อกเหรียญมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 29 กันยายน ขณะที่ Uniswap มียอดเผาเหรียญทำสถิติใหม่ และ Solana ก็ได้แรงหนุนจากการอนุมัติ SIMD-0550
- เดือนกันยายนนี้ยังมีอีเวนต์ชี้ชะตาหลายตัวรออยู่ ทั้งโหวต NU7 ของ Zcash วันที่ 14 กันยายน และการลงมติ CLARITY Act ของวุฒิสภาสหรัฐฯ กลางเดือน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาต่อจากนี้
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ภาพรวมตลาด Altcoin กลุ่มนี้ยังมีปัจจัยบวกหนุนอยู่มาก ทั้งกระแสเงินจากผลิตภัณฑ์ ETF การเผาเหรียญที่เพิ่มขึ้น และดีลพันธมิตรใหม่ๆ ที่ช่วยขยายการใช้งานจริง แต่ทุกเหรียญต่างมีจุดเสี่ยงเฉพาะตัวรออยู่ในเดือนนี้ ทำให้ทิศทางราคาในระยะสั้นยังต้องรอดูผลของแต่ละอีเวนต์เป็นตัวชี้วัด มากกว่าจะฟันธงไปทางใดทางหนึ่งได้
ตลาดคริปโตกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ 5 เหรียญ Altcoins ชั้นนำพร้อมใจกันทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นมาได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2026 แต่จุดชี้ชะตาที่แท้จริงคือ ในช่วงเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากมีเหรียญคริปโตถึง 4 เหรียญ ที่กำลังจะเจอเหตุการณ์และปัจจัยเร่งครั้งใหญ่ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่า จะดันให้ราคาพุ่งทะยานต่ออย่างแข็งแกร่ง หรือจะเป็นจุดสิ้นสุดของการปรับตัวขึ้นในรอบนี้
บทความนี้จะพาไปส่อง 5 เหรียญ Altcoin ที่กำลังกลับมาถูกจับตามองอีกครั้ง มาดูกันว่าจะมีเหรียญไหนบ้าง
1. Zcash (ZEC) ราคาพุ่งทะยาน ก่อนการเปิดตัวกองทุน ETF เพียง 3 วัน

Zcash (ZEC) อยู่ในอันดับ 10 ตามมูลค่าตลาด โดยมีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ 1.418 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 860 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.65% ภายใน 24 ชั่วโมง

ข่าวใหญ่มาจากการที่ Grayscale ได้เปิดตัวกองทุน Spot Zcash ETF แห่งแรกของสหรัฐฯ บนกระดาน NYSE Arca (สัญลักษณ์ ZCSH) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งสามารถทำยอดซื้อขายวันแรกไปได้ 14.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในด้านเทคนิค ราคา ZEC สามารถเบรกทะลุจุดสูงสุดเดิม เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ระดับ 750 ดอลลาร์สหรัฐ ไปตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ก่อนราคาจะพุ่งขึ้นไปแตะ 888 ดอลลาร์สหรัฐ ราคานี้ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี แม้จะยังไม่แซงสถิติสูงสุดตลอดกาลที่เคยทำไว้เกิน 3,190 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2016 ก็ตาม
ทั้งนี้ ราคาปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าแนวต้านสำคัญ (1.272 Fibonacci extension) ที่ 903 ดอลลาร์สหรัฐเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งหากสามารถทะลุผ่านจุดนี้ไปได้ ก็จะมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ
แต่ถ้าไม่สามารถยืนเหนือ 903 ดอลลาร์สหรัฐได้ ราคาก็อาจมีย่อตัวลงมาตั้งหลักใหม่ โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 750 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจุดที่เคยช่วยพยุงราคาไว้ได้เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ ชุมชน Zcash กำลังจะปิดโหวตในวันที่ 14 กันยายนนี้ เกี่ยวกับการอัปเกรด NU7 โดยมีหัวข้อหลักคือ การพิจารณาเปลี่ยนจากการลดรางวัลการขุดทุก 4 ปี (Halving) มาเป็นการทยอยลดการออกเหรียญใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไปแทน
2. Monero (XMR) เฉียดเข้าใกล้จุดสูงสุดเหนือ $800

Monero (XMR) อยู่ในอันดับ 12 ตามมูลค่าตลาด โดยมีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 1.013 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีราคาซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ 521 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.79 % ภายใน 24 ชั่วโมง

Monero (XMR) ได้รับปัจจัยหนุนสำคัญหลังจาก THORChain เปิดให้แลกเปลี่ยนเหรียญ XMR โดยตรงกับ Bitcoin และ Stablecoin ได้ตั้งแต่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยไม่ต้องแปลงเป็นเหรียญ Wrap ซึ่งช่วยลดแรงกดดันจากการถูกถอดออกจากหลายกระดานเทรดในช่วงปี 2025 ส่งผลให้ราคา Monero (XMR) พุ่งทะลุจุดสูงสุดเดิมของเดือนพฤษภาคมขึ้นมาได้ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม และปรับตัวบวกขึ้นถึง 26.5% ภายในเวลาเพียง 7 วัน
ในด้านสัญญาณทางเทคนิค ราคา XMR กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ 538 ดอลลาร์สหรัฐ หากเบรกผ่านไปได้ จะมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ระดับ 600 ดอลลาร์สหรัฐ และเป้าหมายสูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ 799.89 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นแรงในรอบนี้ มีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากตลาดฟิวเจอร์ส สังเกตได้จากมูลค่าสัญญาคงค้าง (Open Interest) ที่พุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวแตะ 278 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์
ซึ่งการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากฝั่งอนุพันธ์ในลักษณะนี้ อาจทำให้ราคาเกิดการย่อตัวลงมาอย่างรุนแรงได้เช่นกัน โดยมีแนวรับสำคัญระยะสั้นอยู่ที่ระดับ 476.53 ดอลลาร์สหรัฐ
3. Hyperliquid (HYPE) จ่อเผชิญการปลดล็อกเหรียญมูลค่า $1.2 พันล้าน ในวันที่ 29 กันยายน

Hyperliquid อยู่ในอันดับ 9 ตามมูลค่าตลาด โดยมีมูลค่าตามราคาตลาด อยู่ที่ประมาณ 1.818 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 84.30 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.27 % ภายใน 24 ชั่วโมง

Hyperliquid มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากการนำรายได้ค่าธรรมเนียมสูงถึง 99% ไปใช้ซื้อเหรียญคืน คิดเป็นมูลค่าราว 58–80 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
ซึ่งตลาดกำลังจับตาการปลดล็อกเหรียญครั้งใหญ่ในวันที่ 29 กันยายนนี้ จำนวน 14.2 ล้าน HYPE มูลค่ารวมราว 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสัดส่วนกว่า 47% จะตกเป็นของคนใน ซึ่งอาจสร้างแรงเทขายในระยะสั้นได้
ด้านแนวโน้มราคา HYPE เพิ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ $77 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม และพุ่งต่อถึง $86.71 ในอีก 5 วันถัดมา ซึ่งหากราคา HYPE ยังคงปรับตัวขึ้นต่อได้ จะมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ระดับ $92.37 และ $111.93 ตามลำดับ
แต่หากอิงจากสถิติการปลดล็อกรายเดือนในอดีต ราคา HYPE เคยปรับตัวลง 14.1% ในเดือนพฤษภาคม และราคาร่วงลง 7% ในเดือนกรกฎาคม มีเพียงเดือนมิถุนายนที่ราคาเพิ่มขึ้น 1%
ซึ่งหากประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม และราคาย่อตัวลงมา คาดว่า ราคา HYPE อาจร่วงลงมาพักฐานในกรอบ $70 ถึง $76 ซึ่งอยู่ใกล้กับแนวรับสำคัญเดิมที่ $77 และหากหลุดจากจุดนี้ ก็จะมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ $64.91 และ $55.41 ตามลำดับ
4. Uniswap (UNI) มียอดการเผาเหรียญเพิ่มขึ้นเท่าตัว ทำสถิติใหม่ในเดือนสิงหาคม

Uniswap (UNI) อยู่ในอันดับ 24 ตามมูลค่าตลาด โดยมีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 3.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 5.77 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.37% ภายใน 24 ชั่วโมง

รายได้ของ Uniswap เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการเริ่มเก็บค่าธรรมเนียม v4 และค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Robinhood Chain แบบเต็มเดือนในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้มีเงินทุนสำหรับการเผาเหรียญ ทะลุสถิติใหม่สูงถึง 8.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสองเท่าของค่าเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี
ในด้านราคา เหรียญ UNI เริ่มยกฐานราคาต่ำสุดให้สูงขึ้น ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม และทะลุแนวต้านสำคัญ $3.99 และ $4.43 มาได้ โดยปัจจุบันกำลังพยายามผ่านด่าน $4.94 เพื่อลุ้นไปต่อที่ระดับ $5.66 และตามยอดเดิม เมื่อเดือนมกราคมที่ $6.57
อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นของราคา UNI ยังมีจุดเปลี่ยนสำคัญจากการลงมติร่างกฎหมาย CLARITY Act ของวุฒิสภาสหรัฐฯ ในช่วงกลางเดือนกันยายน ซึ่งหากไม่ผ่านเกณฑ์ 60 เสียง อาจกดดันราคา UNI ให้ชะลอตัวลง
แม้จะมีการเผาเหรียญเกิดขึ้น แต่ Uniswap ก็ยังคงมีการปล่อยเหรียญใหม่ออกมาตามงบพัฒนาอีก 20 ล้าน UNI ต่อปี ซึ่งเหรียญใหม่ที่เพิ่มเข้ามานี้ ได้ไปหักล้างกับจำนวนเหรียญที่ถูกเผาไปพอดี ส่งผลให้อุปทาน (Supply) รวมของเหรียญในตลาดยังคงอยู่ในระดับที่สมดุล ไม่ได้ลดลง จนเกิดภาวะเงินฝืดอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้
5. Solana (SOL) โครงสร้างราคาดีขึ้น ท่ามกลางค่าธรรมเนียมเครือข่ายที่ลดลง

Solana (SOL) อยู่ในอันดับ 7 ตามมูลค่าตลาด โดยมีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 6.044 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีราคาซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ 103.35 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.44% ภายใน 24 ชั่วโมง

Solana มีข่าวดีด้านปัจจัยพื้นฐานต่อเนื่อง ทั้งการอนุมัติข้อเสนอ SIMD-0550 ของเหล่าผู้ตรวจสอบธุรกรรม (Validators) เมื่อ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้อัตราการลดลงของอัตราเงินเฟ้อ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 15% เป็น 30%
ประกอบกับกองทุน Bitwise Solana ETF มีสินทรัพย์ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในวันเดียวกัน และเครือข่ายยังมีแผนเปิดใช้งาน Transaction V1 ในวันที่ 9 กันยายนนี้ เพื่อเพิ่มความจุขนาดธุรกรรมสูงสุดขึ้นอีกกว่า 3 เท่า
ในทางเทคนิค ราคา SOL ทะลุแนวต้าน $93.98 ขึ้นมาได้สำเร็จ และกำลังเปลี่ยนระดับ $104.44 ให้กลายเป็นแนวรับใหม่ โดยมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ $114.89
ซึ่งสัญญาณทางเทคนิค กลับสวนทางกับรายได้จริงของเครือข่าย เนื่องจากค่าธรรมเนียมรวมในไตรมาสนี้ลดลงถึง 44% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมในตลาดโลกร่วงลงเหลือ 17.3% จากเดิม 26.6% ทำให้ระดับ $104.44 กลายเป็นแนวรับสำคัญที่สุดที่ต้องพยุงราคาให้อยู่ ไม่เช่นนั้นอาจเสี่ยงปรับฐานย่อตัวลงมาได้
ที่มา : beincrypto
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
มุมมองผู้เขียน : เดือนนี้ตลาดมีแนวโน้มจะผันผวนและแกว่งตัวแรงกว่าปกติ เนื่องจากมีทั้งประเด็นกฎหมายและกำหนดการปลดล็อกเหรียญหลายตัวเกิดขึ้นพร้อมกัน ดังนั้น ใครที่จะเข้ามาเทรดในช่วงนี้ จึงควรเน้นไปที่การบริหารความเสี่ยง และตั้งรับอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

