สรุปข่าว
- Bitcoin ยืนเหนือ 78,000 ดอลลาร์ได้ แม้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดันจากปัจจัยมหภาค โดย BTC ปัจจุบันอยู่แถว 78,700 ดอลลาร์ หลังปิดเดือนสิงหาคมด้วยการพุ่งขึ้นถึง 24%
- แรงซื้อจากสถาบันยังเป็นตัวช่วยสำคัญ เนื่องจากกองทุน Bitcoin ETF มีเงินเม็ดเงินไหลเข้าอีกครั้งกว่า 216.7 ล้านดอลลาร์ และ Strategy กลับมาซื้อ BTC เพิ่มราว 370 ล้านดอลลาร์
- แต่ตลาดยังต้องระวังเฟด และตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ วันศุกร์ เพราะตัวเลขที่แข็งแกร่งเกินคาดอาจเพิ่มแรงกดดันให้ BTC ขณะที่ตัวเลขอ่อนแอลงเล็กน้อยอาจเปิดทางให้ราคากลับไปทดสอบโซน 82,000 ดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Bitcoin ยืนเหนือ 78,000 ดอลลาร์ แม้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงกำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค แรงซื้อจากสถาบันยังช่วยพยุงตลาด หลัง Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้า 216.7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Strategy กลับมาซื้อ BTC เพิ่มราว 370 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่เพิ่มขึ้นแตะ 4.78% และตลาดให้น้ำหนัก 64% ต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ได้กลายมาเป็นปัจจัยที่คอยกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ตลาดจึงจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ วันศุกร์ ซึ่งอาจชี้ว่า BTC จะรักษาโมเมนตัมขาขึ้นเอาไว้ได้หรือไม่
Bitcoin สามารถยืนเหนือระดับ 78,000 ดอลลาร์ ได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค และความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้
ตลาดเอเชียเช้าวันนี้ Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 77,200-79,200 ดอลลาร์ ก่อนขยับขึ้นมาแถวโซน 78,700 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 1.5% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่วนเดือนสิงหาคมปิดฉากด้วยการพุ่งขึ้นถึง 24% ถือเป็นเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2024

แรงพยุงสำคัญของตลาดมาจากแรงซื้อในตลาด Spot โดยเฉพาะเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันที่ไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง โดยข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 216.7 ล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ที่ผ่านมา พลิกจากเงินไหลออก 201.8 ล้านดอลลาร์ในวันศุกร์
ก่อนหน้านี้ Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้าติดต่อกันถึง 9 วันทำการ รวมกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Strategy ก็กลับมาเข้าซื้อ Bitcoin อีกครั้งด้วยเงินประมาณ 370 ล้านดอลลาร์ หลังหยุดซื้อไปเกือบ 2 เดือน
Yusuf Fakhro หุ้นส่วนจาก ARP Digital มองว่า สิ่งที่น่าสนใจกว่าการที่ Bitcoin พุ่งขึ้นมากกว่า 20% ในเดือนสิงหาคมคือ การที่ราคายังสามารถรักษาระดับเหนือ 78,000 ดอลลาร์ได้ แม้ผ่านการปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่มา สะท้อนว่าแรงซื้อยังไม่ได้หายไปจากตลาด
อีกจุดที่น่าสนใจคือ Open Interest ของสัญญา Perpetual Futures อยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ขณะที่ความต้องการผ่าน Spot Bitcoin ETF ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ Fakhro มองว่า การขึ้นรอบที่ผ่านมาอาจเกิดจากแรงซื้อ Bitcoin จริงมากกว่าการเก็งกำไรด้วยเลเวอเรจ
แต่ภาพรวมของตลาดยังไม่ได้เป็นบวกทั้งหมด เนื่องจาก Jasper De Maere เทรดเดอร์ OTC จาก Wintermute มองว่า ตลาดยังอยู่ในภาวะตึงตัว แม้จะมีเงินทุนไหลกลับเข้ามาบางส่วน แต่นักลงทุนยังไม่มั่นใจว่า Bitcoin จะฟื้นตัวต่อได้แค่ไหน
แรงกดดันสำคัญมาจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ขยับขึ้นแตะ 4.78% ขณะที่ตลาดประเมินโอกาสราว 64% ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายนนี้ เพิ่มขึ้นจาก 36% ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ของ เควิน วอร์ช ประธานเฟดที่ Jackson Hole
หาก Fed ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์ที่สูงขึ้นอาจทำให้เงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่ง Bitcoin ก็มีโอกาสถูกกดดันตามไปด้วย โดยเฉพาะหากราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 77,200 ดอลลาร์
ด้วยเหตุนี้ ตลาดจึงจับตารายงานการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนสิงหาคม ที่จะประกาศในวันศุกร์ เพราะเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่เฟดใช้ประเมินทิศทางเศรษฐกิจก่อนการประชุม FOMC ในเดือนกันยายน
หากตัวเลขการจ้างงานออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ตลาดอาจเพิ่มเดิมพันว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ให้สูงขึ้นและกด Bitcoin กลับไปทดสอบ 77,200 ดอลลาร์ แต่หากตัวเลขออกมาอ่อนแอลงในระดับที่ไม่ได้น่ากังวลเกินไป ก็อาจช่วยลดแรงกดดันเรื่องดอกเบี้ย และเปิดทางให้ BTC กลับไปทดสอบ 82,000 ดอลลาร์
ที่มา:coindesk
มุมมองผู้เขียน: แม้ปัจจุบัน Bitcoin ยังไม่เสียทรงขาขึ้น แต่ก็ยังไม่ใช่จังหวะที่นักลงทุนจะวางใจได้เต็มที่ ซึ่งตัวเลขจ้างงานในวันศุกร์นี้ อาจเป็นตัวแปรสำคัญว่า Bitcoin จะเดินหน้าต่อ หรือถูกกดกลับลงมาอีกครั้ง

